ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

ไปวัดทำไม ? ไปวัดแล้วได้อะไร?ไปวัดทำไม ? ไปวัดแล้วได้อะไร?
            ขอเริ่มจากการที่ท่านคิดที่จะไปวัดเลยนะครับ
            ทุกครั้งที่เราคิดจะไปวัดหรือตั้งใจจะไปวัด เราก็ “ได้บุญ” แล้วครับ โดยปรกติเราคาทอลิกไปวัดก็เพื่อร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เราอาจจะคุ้นเคยกับการไปร่วมมิสซาฯจนอาจจะลืมความหมายดีๆของพิธีไป ดังนั้น ผมจึงอยากจะรื้อฟื้นความเข้าใจเรื่องการไปร่วมมิสซาฯโดยเริ่มต้นจากการมาร่วมพิธีจนกระทั่งจบพิธีกลับบ้าน  
           มิสซาฯคืออะไร ความหมายแรกที่อยากจะให้ทุกท่านได้พิจารณาก็คือ “การร่วมชุมนุมกันของสมาชิกในครอบครัวของพระเจ้า” เราทุกคนต่างเป็นบุตรของพระเจ้า โดยอาศัยน้ำแห่งศีลล้างบาป เราทุกคนต่างได้รับการหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวกันในพระกายทิพย์ของพระเยซูคริสตเจ้า เราแต่ละคนต่างเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งในพระกายทิพย์นี้ ดังนั้นจะมีความสุขมากสักเพียงไรที่เราพี่ๆน้องๆได้มาพบปะพร้อมหน้ากันในพิธีมิสซาฯ

           มิสซาฯเหมือน “งานเลี้ยงรวมญาติ” เราเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า พระเจ้าเองทรงเป็น “เจ้าภาพ” งานเลี้ยงศักดิ์สิทธิ์นี้ พระองค์ทรงเชิญเราด้วยตัวของพระองค์เอง และไม่ใช่แต่ตัวเราเท่านั้น พระองค์ทรงเชิญลูกๆของพระองค์ที่กระจัดกระจายกันอยู่ในที่ต่างๆให้มาพร้อมหน้ากัน เราจึงได้ “รับเกียรติ” อย่างมากที่ได้มาในงานเลี้ยงอันทรงเกียรติของพระเจ้า

           ความรู้สึกแห่งการเป็นพี่น้องกันในครอบครัวของพระเจ้านี้แหละที่เราจะต้องสำนึกให้มากเป็นพิเศษในทุกๆครั้งที่มาร่วมมิสซาฯ เพราะงานเลี้ยงนี้ไม่ใช่งานเลี้ยงธรรมดาๆ แต่เป็นงานเลี้ยงอันศักดิ์สิทธิ์ เป็นงานเลี้ยงที่ทำให้เราได้ “ลิ้มรสงานเลี้ยงในเมืองสวรรค์”

          ในพระคัมภีร์เราจะเห็นพระเยซูเจ้าทรงไปร่วมในงานเลี้ยงหรือพูดถึงงานเลี้ยงอยู่บ่อยๆ และในงานเลี้ยงนี้เองที่พระเยซูเจ้าทรงใช้เพื่อเผยแสดงความจริงของการดำเนินชีวิต หรือเพื่อชี้แนะอะไรบางอย่างให้เราให้รับรู้ข่าวดีของพระองค์

          ตัวอย่างที่เราได้รับคำสอนจากพระเยซูเจ้า เช่น การเชิญแขกหรือการคบคน ‘เมื่อท่านจัดเลี้ยงอาหารกลางวันหรืออาหารค่ำ อย่าเชิญมิตรสหาย พี่น้องหรือเพื่อนบ้านที่มั่งมี เพราะเขาจะเชิญท่านและท่านจะได้รับการตอบแทน แต่เมื่อท่านจัดงานเลี้ยง จงเชิญคนยากจน คนพิการ คนง่อย  คนตาบอด แล้วท่านจะเป็นสุข เพราะคนเหล่านั้นไม่มีสิ่งใดตอบแทนท่านได้ ท่านจะได้รับการตอบแทนจากพระเจ้าเมื่อผู้ชอบธรรมกลับคืนชีวิต (ลก 14:12-14)

          เราเห็นหัวใจของพระเยซูเจ้าในการเชิญคนมางานเลี้ยงของพระองค์หรือมาร่วมมิสซาฯ พระองค์ทรงเชิญทุกคน พระองค์ไม่ได้เลือกเฉพาะคนที่ร่ำรวย คนที่มีชื่อเสียง คนที่มีอำนาจ พระองค์ไม่ทรงเลือกชนชั้น วรรณะ สีผิว ชาติตระกูล  แต่ทรงเรียกเราทุกคนในฐานะที่เราเป็นบุตรของพระองค์ บุตรที่ได้รับการชุบเลี้ยงด้วยพระหรรษทานหรือพระพรแห่งความเชื่อ เราทุกคนจึงเป็นพี่น้องกันอย่างแท้จริง

ข้อไตร่ตรองและข้อปฏิบัติ
         1. ลักษณะเด่นชัดของคนไทยประการหนึ่งก็คือ การให้ความสำคัญกับ ครอบครัว กับตระกูล ชื่อแซ่ ชนเผ่า ถิ่นกำเนิด และเวลาที่มีการชุมนุมกันไม่ว่าจะเป็นงานมงคล เช่น งานวันเกิด งานแต่งงาน หรืองานเศร้าโศกต่างๆก็มักจะมีการกินเลี้ยง การกินเลี้ยงดูจะเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของคนไทย ดังนั้น ทุกครั้งที่เรามาร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณ เราจะต้องมีความยินดีและมีส่วนทำให้งานลี้ยงศักดิ์สิทธิ์เป็นโอกาสให้เกิดความรักความผูกพันต่อกันและกัน ในบ้านของเรา ในหมู่คณะของเรา ในหมู่บ้านของเรา ฯลฯ เราต้องสร้างบรรยากาศครอบครัวในทุกที่ที่เราอยู่ให้ได้ เป็นต้นพระศาสนจักรประเทศไทยของเรา เน้นการสร้างกลุ่มคริสตชนย่อย(BEC) การเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มิสซาฯนี้แหละเป็นโอกาสให้เราได้ทำให้ความมุ่งหวังของพระศาสนจักรเป็นความจริง

         2. เราไม่ควรถือว่าตนเองดีกว่าคนอื่น เราทุกคน “เท่าเทียมกัน” เพราะ เราต่างเป็นสิ่งสร้างที่พระเจ้าทรงสร้างเราขึ้นมาด้วยกันทุกคน เรามีจิตวิญญาณ มีเสรีภาพเท่าเทียมกัน ได้รับการไถ่บาปจากพระโลหิตของพระเยซูเจ้าด้วยกัน มีสิทธิที่จะได้รับสวรรค์เป็นรางวัลเช่นเดียวกัน ต้องตายและรับคำพิพากษาเช่นเดียวกัน ดังนั้นเราทุกคนจึงเป็นพี่น้องกัน มีศักดิ์ศรีเท่าเทียมกัน เป็นบุตรของพระเจ้าเท่าเทียมกัน เราแต่ละคนจะต้องให้ความเคารพต่อกันและกัน ไม่ควรมีการแบ่งชนชั้นระหว่ากัน ตรงกันข้ามเราจะต้องให้ความสำคัญแก่กันและกัน ไม่ว่าพี่น้องของเราจะมีอาชีพอะไร ยิ่งพี่น้องที่มีความยากลำบากกว่าเรา เราจะต้องให้ความสนใจ และความรักมากกว่าพี่น้องที่สามารถช่วยตนเองได้ เราต้องให้การต้อนรับหรือทักทายทุกๆคนที่มาร่วมมิสซาฯด้วยกัน

        3. ในสภาพของสังคมไทยของเราที่มีความแตกต่างกันทางความคิดอย่างรุนแรงในขณะนี้ การมาร่วมพิธีมิสซาฯ ควรจะเป็นโอกาสให้เราได้ไตร่ตรองถึงความแตกต่างระหว่างกันในเรื่องนี้ ยอมรับความแตกต่างของกันและกัน พยายามหาทางที่จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และขอให้ท่านเป็นผู้หนึ่งที่ “สร้างสันติ” ให้กับสังคม ให้สติให้กันและกัน  โดยนำเอาคำสั่งสอนของพระเจ้ามาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตด้วยกัน

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิก

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิก : ครูจิ๋ว
เส้นทางการเป็นคาทอลิกของ "ครูจิ๋ว" คุณครูจิ๋วเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เป็นคนสมุทรสงคราม เป็นคนสุดท้องในพี่น้องเจ็ดคน บิดามีอาชีพประมงส่วนมารดาเป็นครู จบปริญญาตรีวิทยาศาสตร์จาก ม.ราชภัฏสวนสุนันทา...
สาเหตุการกลับใจ : ในมุมมองของผู้อภิบาล
สาเหตุการกลับใจในมุมมองของผู้อภิบาล คุณพ่อสิทธิพล พานิชอุดม คุณพ่อบาทหลวงสังฆมณฑลราชบุรี ได้แสดงความคิดเห็นและให้ข้อสังเกตเรื่องสาเหตุที่ผู้ใหญ่มานับถือศาสนาคริสต์คาทอลิก (ธันวาคม 2018) ดังนี้ 1. จากการแต่งงาน...
สาเหตุการกลับใจ : เปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์คาทอลิก (2)
สาเหตุการกลับใจเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์คาทอลิก (2) จากการสัมภาษณ์สมาชิกคณะกรรมการศาสนสัมพันธ์ สังฆมณฑลราชบุรี จำนวน 21 คน ณ ห้องประชุมสภาภิบาลอาสนวิหารแม่พระบังเกิด บางนกแขวก...

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

“แบบอย่างชีวิตที่เรียบง่ายและงดงามของนักบุญโยเซฟ”
“แบบอย่างชีวิตที่เรียบง่ายและงดงามของนักบุญโยเซฟ” อบรมครูคาทอลิก สังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2564/2021 ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดอบรมครูคาทอลิก ประจำปีการศึกษา...
"ยิ่งรู้จัก ยิ่งรักนักบุญโยเซฟ" อบรมครูคำสอนราชบุรี 2021 ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดอบรมครูคำสอน ประจำปีการศึกษา 2564/2021 ในหัวข้อ "ยิ่งรู้จัก...
 อบรมครูผู้นำกิจกรรมยุวธรรมทูตและครูผู้นำกิจกรรมคาทอลิกในโรงเรียน
อบรมครูผู้นำกิจกรรมยุวธรรมทูตและครูผู้นำกิจกรรมคาทอลิกในโรงเรียน ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดอบรมครูผู้นำกิจกรรมยุวธรรมทูตและครูผู้นำกิจกรรมคาทอลิกในโรงเรียน เรื่อง "การจัดตั้งกลุ่มและวิธีการประชุมกลุ่มยุวธรรมทูตในโรงเรียน" ผ่านระบบออนไลน์ โปรแกรม Zoom เมื่อวันเสาร์ที่ 26...
ประชุมคณะกรรมการอภิบาลและแพร่ธรรมในโรงเรียนสังฆมณฑลราชบุรี 1/2564
ประชุมคณะกรรมการอภิบาลและแพร่ธรรมในโรงเรียนสังฆมณฑลราชบุรี 1/2564 วันพฤหัสฯ ที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 2021 เวลา 09.30...

บทเรียนปีนักบุญโยเซฟ

บทเรียนที่ 12 นักบุญโยเซฟกับพระศาสนจักรในประเทศไทย
บทเรียนที่ 12 นักบุญโยเซฟกับพระศาสนจักรในประเทศไทยจุดมุ่งหมาย1. เพื่อให้ผู้เรียนทราบถึงบทบาทที่สำคัญของนักบุญโยเซฟต่อพระศาสนจักรในประเทศไทย2. เพื่อเพิ่มพูนความรักของผู้เรียนต่อนักบุญโยเซฟ และจะได้ภาวนาเสนอวิงวอนต่อท่านอย่างสม่ำเสมอ กิจกรรม คิดว่า......
บทเรียนที่ 11 นักบุญโยเซฟ องค์อุปถัมภ์ของผู้กำลังสิ้นใจอย่างมีความสุข
บทเรียนที่ 11 นักบุญโยเซฟ องค์อุปถัมภ์ของผู้กำลังสิ้นใจอย่างมีความสุข จุดมุ่งหมาย 1. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ความหมายของความตายในวิถีชีวิตคริสตชน 2. เพื่อให้ผู้เรียนจะได้ปฏิบัติตนในหนทางที่ถูกต้องในการเตรียมตัวตายอย่างดี กิจกรรมอุปกรณ์...
บทเรียนที่ 10 นักบุญโยเซฟ องค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากล
บทเรียนที่ 10 นักบุญโยเซฟ องค์อุปถัมภ์ของพระศาสนจักรสากลจุดมุ่งหมาย1. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ว่าพระศาสนจักรสากลพึ่งพาความช่วยเหลือจากนักบุญโยเซฟเสมอมา2. เพื่อให้ผู้เรียนวอนขอนักบุญโยเซฟและแนะนำผู้อื่นให้มาพึ่งพาขอความช่วยเหลือจากท่านด้วย กิจกรรมอุปกรณ์ 1. รูปปั้นนักบุญโยเซฟนอนหลับ หรือ...
บทเรียนที่ 9 นักบุญโยเซฟ  บิดาผู้อยู่เบื้องหลัง
เดือน กันยายน 2021บทเรียนที่ 9 นักบุญโยเซฟ บิดาผู้อยู่เบื้องหลัง จุดมุ่งหมาย เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงบทบาทชองนักบุญโยเซฟบิดาผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้เป็นเงาทางโลกแห่งพระบิดาเจ้าสวรรค์ ท่านเฝ้าดูแลและคอยปกป้องพระเยซูเจ้า...
บทเรียนที่ 8 นักบุญโยเซฟ บิดาผู้ทำงานและผู้อุปถัมภ์คนงาน
เดือน สิงหาคม 2021 บทเรียนที่ 8 นักบุญโยเซฟ บิดาผู้ทำงานและผู้อุปถัมภ์คนงาน จุดมุ่งหมาย เพื่อให้ผู้เรียนรู้ถึงความสำคัญและคุณค่าของการทำงานตามแบบอย่างของนักบุญโยเซฟ เพื่อให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนตนเองทำงานเพื่อรับใช้และช่วยเหลือครอบครัวตามแบบอย่างของนักบุญโยเซฟ...

สถิติการเยี่ยมชม

1.png4.png1.png1.png9.png4.png7.png
วันนี้2089
เมื่อวานนี้2772
สัปดาห์นี้12855
เดือนนี้48172
ทั้งหมด1411947

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

6
Online

วันศุกร์, 20 พฤษภาคม 2565 20:16

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

สารคำสอน 178 (ม.ค.- มี.ค. 2022)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์