
พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะรวมพระศาสนจักรของพระองค์ไว้รอบพระวาจาและพระองค์ทรงหล่อเลี้ยงพระศาสนจักรด้วยพระกายและพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์ผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้าได้เกิดใหม่มิใช่จากเมล็ดพันธ์ุที่เสื่อมสลายได้ แต่จากเมล็ดพันธ์ุที่ไม่มีวันเสื่อมสลายคือพระวาจาที่ทรงชีวิตของพระเจ้า (เทียบ 1 ปต 1:23)
อย่างไรก็ดี การเกิดใหม่นี้มิใช่การกระทำที่ครบสมบูรณ์ พระวาจาของพระเจ้าเป็นอาหารประจำวันที่ก่อเกิดพระศาสนจักรและหล่อเลี้ยงพระศาสนจักรอย่างต่อเนื่องตลอดการก้าวเดินของพระศาสนจักร
“อันที่จริงพระศาสนจักรถูกสร้างขึ้นบนพระวาจาของพระเจ้า พระศาสนจักรเกิดจากพระวาจาและเจริญชีวิตโดยอาศัยพระวาจาตลอดประวัติศาสตร์ของพระศาสนจักรประชากรของพระเจ้าได้พบขุมพลังอยู่ในพระวาจาของพระเจ้า และในปัจจุบันก็เช่นเดียวกัน ที่ชุมชนของพระศาสนจักรเจริญเติบโตขึ้นโดยการรับฟัง การเฉลิมฉลองและการศึกษาพระวาจานั้น ความสำคัญของพระวาจานี้ทำให้พระศาสนจักรทั้งครบมีท่าทีใน “การรับฟังพระวาจาของพระเจ้าด้วยความเคารพ (DV1) ต้นแบบของประชากรของพระเจ้าคือพระนางมารีย์ พรหมจารีแห่งการรับฟัง ผู้ซึ่ง “ทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัยและยังทรงคำนึงถึงอยู่” (ลก. 2:19)
ดังนั้น ศาสนบริการของพระวาจาพระเจ้าเริ่มต้นจากการรับฟังและทำให้ผู้มีความเชื่อทั้งหลายได้เรียนรู้ศิลปะแห่งการรับฟังเหตุเพราะว่าผู้ที่รับฟังเท่านั้นจึงจะสามารถประกาศได้ “การประกาศข่าวดีทุกรูปแบบต้องอยู่บนพื้นฐานของพระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาที่ได้รับฟัง รำพึงภาวนาดำเนินชีวิต เฉลิมฉลอง และเป็นประจักษ์พยานพระคัมภีร์เป็นต้นธารแห่งการประกาศข่าวดี” ![]()
*บทที่ 9* -DC 283-
ภาพ: ไบเบิ้ลคอนเทสต์ ครั้งที่ 21 “20 บุคคลในพระคัมภีร์ฯ”(14/02/2026)








































