ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

จิตวิทยาการสอนคำสอนตามวัยสำหรับเด็กอายุ 3 – 5 ปี

 เด็กในวันนี้เริ่มที่จะเข้ารับการอบรมสั่งสอนเรื่องของศาสนาได้อย่างเป็นทางการแล้ว
เราสามารถเริ่มแนะนำให้พวกเขารู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้าได้ โดยผ่านทางเรื่องราวต่างๆ จากพระคัมภีร์
การนำเสนอเรื่องเหล่านี้มิใช่เพื่อให้เกิดความประทับใจหรือเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังเป็นการหว่าน
เมล็ดพันธุ์แห่งความเชื่อและทัศนคติที่มีต่อพระเจ้าในระยะยาวอีกด้วย

        อันที่จริงแล้ว เรื่องราวต่างๆ ในพระคัมภีร์ล้วนแต่เป็นเรื่องที่อมตะ เรื่องที่น่าสนใจและน่าจดจำทั้งนั้น
เช่น นอแอ ยอแซฟและพี่น้อง โยนาในท้องปลาวาฬ เป็นต้น
        ดังนั้นบทเรียนหลักๆ สำหรับเด็กในวัยนี้ ควรที่จะมาจากเรื่องเล่าต่างๆ เหล่านี้ โดยใช้ภาษาที่ง่าย
ต่อความเข้าใจของพวกเขา การใช้เพลง การทำใบงานที่ง่านแต่ท้าทายความสามารถและให้หัวข้อสำหรับเรียน โดยมีพื้นฐานจากความคิดที่มีอยู่ในพระคัมภีร์
        เมื่อนำเสนอเรื่องในพระคัมภีร์ไม่ว่าในเรื่องใด การอธิบายความหมายในแต่ละเรื่องนั้นจะต้องเป็นเรื่อง
ที่เกี่ยวพันธ์กับชีวิตประจำวันของเด็ก ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเล่าถึงเรื่องยอแซฟและพี่น้อง เราก็สามารถพูดถึง
ผลเสียของการชิงดีชิงเด่นในสังคมของเด็กๆ ได้

 วัตถุประสงค์ของการสอนในวัยนี้
1. สนับสนุนเด็กๆ ได้แบ่งปันความรู้สึกของตนเองแก่กันและกัน
2. ช่วยเด็กๆ ให้รู้จักประยุกต์เรื่องในพระคัมภีร์เข้าสู่ชีวิตจริง
3. พัฒนาลักษณะที่ดีที่มีตามธรรมชาติของเด็กๆ ให้เจริญก้าวหน้าขึ้น
4. ช่วยแก้ไขลักษณะที่ยังไม่ดีของเด็กๆ

ลักษณะของเด็กวัยอนุบาล
         เด็กในวัยนี้มีความสามารถยิ่งใหญ่ในการเรียนรู้เรื่องพระเจ้าและยินดีที่จะเปิดตัวเองต้อนรับพระเจ้า
เขาพร้อมที่จะให้ความไว้วางใจและมีความต้องการที่จะเป็น ผู้ให้และผู้รับในเรื่องของความรัก
 เรากำลังอยู่ในกระแสแห่ง “การสื่อสร” เด็กๆ สมัยนี้ถูกสื่อต่างๆ เข้าครอบงำทั้งทางเสียงและทางภาพ
การนำเสนอด้วยการ์ตูน การโฆษณา ล้วนแต่นำข่าวสารที่สร้างค่านิยมที่หลากหลายให้กับพวกเขา
รายการทางโทรทัศน์ที่นำเสนอการ์ตูนและภาพยนตร์ล้วนแต่สอนพวกเขาว่า คนที่แข็งแรงที่สุดย่อมเป็น
ผู้ที่ดีที่สุด นั่นคือสามารถที่จะตบตีหรือทำร้ายผู้ใดก็ได้
         เด้กในวัยนี้ยังมีความรู้สึกที่ฝังแน่นอยู่กับเรื่องความยุติธรรม ทุกคนจะต้องได้รับอะไรที่เท่าเทียมกัน
ถ้าฉันใจดีต่อเธอ เธอต้องใจดีต่อฉัน ใครที่เล่นตามกฎกติกาย่อมเป็นผู้ชนะ ถ้าหากมีเรื่องกัน
การลงโทษจะต้องทัดเทียมกัน ไม่มีมากหรือน้อยกว่า
        สิ่งที่ท้าทายเราในการสอนคำสอนก็คือการพัฒนาคุณลักษณะที่ดีตามธรรมชาติของเด็กๆ ให้เติบโตขึ้น
และให้ชัดเจนขึ้นในขณะที่ยังโน้มน้าวได้ง่ายในวัยนี้ แม้ว่าเมื่อโตขึ้นเขาอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็ตาม
 เด็กในวัยนี้มักจะให้ความไว้เนื้อเชื่อใจกับคุณพ่อคุณแม่ คุณครูและผู้ใหญ่อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่เขารู้สึกว่า
ให้ความเป็นธรรมแก่เขา แต่ถ้าเขาเห็นว่าผู้ใหญ่ไม่ยุติธรรม เขาจะลดความไว้เนื้อเชื่อใจลง
เขาต้องการที่จะมองเห็นว่าพระเจ้ายังคงทำงานอยู่ในท่ามกลางความอยุติธรรมด้วย
และความยุติธรรมของพระเจ้าจะมีชัยชนะในที่สุด แน่นอน เด็กๆ ยังมัลักษณะบางสิ่งบางอย่าง
ที่ยังไม่ค่อยดีนัก คำว่า “ของฉัน” “ตัวฉัน” เป็นสิ่งที่เด็กในวัยนี้ ได้เรียนรู้ตั้งแต่ยังแบเบาะ ซึ่งจะค่อยๆ พัฒนา
จาก “การสงวนไว้สำหรับตนเอง” ไปสู่ “การเห็นแก่ตัว” “การรังแกผู้อื่น” และ “การมีความลำเอียง”
แต่ก็มีเด็กบางคนที่มีจิตใจกว้างขวางและใจดีโดยธรรมชาติ แต่เด็กส่วนใหญ่เรียนรู้จัก
           การแบ่งปันจากตัวอย่างและจากการที่ได้รับคำชมเชยและความสนใจต่อความใจกว้างของเขา
จากผู้ใหญ่ เด็กๆ จะรู้จักการแบ่งปันอย่างเต็มใจเมื่อเขาเติบโตขึ้นและมีวุฒิภาวะเพิ่มขึ้น เด็กในวัยสี่ห้าขวบบางคนอาจจะเป็นคนที่ไม่ยอมแบ่งปันอะไรให้ใครเลยก็ได้ เขาจะมีความสุขอยู่กับสิ่งที่เขาสนใจ เล่นอยู่ได้ตามลำพัง แต่เด็กส่วนใหญ่เข้าสู่วัยสิบขวบก่อนที่จะเรียนรู้ถึงความสุขจากการแบ่งปันสิ่งที่ผู้อื่นต้องการและความสุขจากการที่ทำให้ผู้อื่นมีความสุข

ลักษณะต่อไปนี้จะช่วยให้ผู้ทำงานได้เกิดความเข้าใจเด็กๆ และสามารถสร้างความคาดหวัง
ในการทำงานกับพวกเขาได้อย่างถูกต้อง

 1.ชอบเรื่องเล่าและการร้องเพลง
 2.เรียนรู้จากการกระทำ มิใช่การให้นั่งอยู่เฉย
 3.เรียนรู้โดยการเลียนแบบอย่างจากผู้ใหญ่ ดังนั้นการสอนต้องมีแบบอย่างและบอกถึงสิ่งที่คาดหวัง
 จะให้เกิดขึ้น เช่น กล่าวว่า “ให้เราหลับตาลง คิดถึงพระเยซูและวอนขอความช่วยเหลือจากพระองค์”
 ขณะที่บอกเด็กๆ ครูต้องหลับตาและภาวนาด้วย
 4.ยากต่อการให้เปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปสู่อีกกิจกรรมหนึ่ง เป็นต้น จากการให้เลิกเล่นอิสระ
 เพื่อให้เข้าสู่กิจกรรมการเรียน ให้ครูสอนซ้ำเรื่องที่สอนแล้วหลายๆ ในแต่ละสัปดาห์
 และให้ใช้เพลงเพื่อการเปลี่ยนจากกิจกรรมหนึ่งไปสู่อีกกิจกรรมหนึ่ง เพลงจะช่วยให้เด็กๆ เคลื่อนที่
 ได้อย่างเต็มใจมากขึ้น
 5.เด็กๆ มีความต้องใจในช่วงสั้นๆ
 (เช่น สำหรับเด็กวัย 3 ขวบ ประมาณ 5 นาที ส่วน 4 – 5 ขวบ ประมาณ 10 นาที)
 เด็กในวัย 3 ขวบ ชอบที่จะเล่นตามลำพัง แม้ว่าจะยืนอยู่เคียงข้างเพื่อน เขาต้องการที่จะมีปฏิสัมพันธ์
 กับผู้อื่นแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
 เด็กในวัย 4 และ 5 ขวบชอบที่จะเล่นกับเพื่อเพียงคนคนหรืสองคนไม่ชอบกลุ่มใหญ่ การแนะนำสมาชิกใหม่
 กับเพื่อนเพียงคนหรือสองคนจะช่วยลดความกลัวที่จะแนะนำเขาต่อหน้ากลุ่มใหญ่โดยทันทีทันใด

แนวความคิดต่อไปนี้จะช่วยให้ท่านได้ลดปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น                                                
 และจะช่วยให้เกิดความร่วมมือและพฤติกรรมเชิงบวกแก่เด็กๆ ของท่าน
 1.เด็กทุกคนต้องการคววามรักและการยอมรับ ท่านจะต้องสร้างสิ่งนี้ให้เกิดขึ้นในขณะที่ท่านอยู่กับพวกเขา
 2.ใช้สัญลักษณ์หรือเครื่องหมายเพื่อการควบคุมชั้น เช่น การปรบมือหรือการเป่านกหวีด
หรือการใช้เพลงใด
 เพลงหนึ่งที่ตกลงกันไว้ เพื่อให้เด็กรู้ว่าตนเองต้องหยุดกระทำในสิ่งที่กำลังกระทำอยู่และต้องให้ความสนใจครู
 3.ใช้คำพูดเพื่อยืนยันถึงพฤติกรรมที่ต้องการบอกกับเด็กๆ เช่น “ครูชอบเพื่อนๆ ที่นั่งข้างหลังจังเลย
 เพราะเขากำลังแบ่งดินสอกันใช้”
 4.เด็กๆ ชอบที่จะเป็นผู้ช่วยเหลือ ท่านควรเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เข้าช่วยเหลืออะไรที่พอทำได้
 เช่น การแจกกระดาษ การเก็บขยะ การลบกระดาน การช่วยถือของ การแบ่งความรับผิดชอบ
 จะช่วยให้เด็กเกิดความรู้สึกว่าห้องเรียนนี้เป็นของพวกเขา
 5.เด็กๆ ต้องการที่จะรู้ว่าพวกเขาจะต้องทำอะไรบ้าง เพื่อจะได้ไม่ประพฤติผิดหรือสับสน
 ดังนั้นควรที่จะตั้งกฎง่ายๆ สำหรับการปฏิบัติร่วมกันในห้องเรียน
 6.เด็กแต่ละคนมีรูปแบบในการเรียนรู้ที่เป็นเอกลักษณ์ของตนเอง
 เด็กๆ จะเรียนรู้ได้ดีถ้าท่านจับจุดเขาถูกต้อง
 7.สุดท้าย การภาวนาอย่างสม่ำเสมอสำหรับเด็กๆ แต่ละคนที่พระเจ้าส่งมาให้ท่าน
 ตระหนักถึงภารกิจและบทบาทของท่านในฐานะที่ท่านเป็นเครื่องมือแห่งความรักของพระเยซูคริสตเจ้า

    (สารคำสอนฉับที่ 60 เดือนพฤษภาคม-มิถุนายน 1999)

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

ปัญหาและความลำบากที่กำลังเผชิญ
เราไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาและความลำบากในชีวิตได้ แม้จะมั่นใจในความสามารถของตนก็ตาม ขอพระวาจาพระเจ้าย้ำเตือนใจเรา ให้โฟกัสไปที่พระเจ้าด้วยความเชื่อมั่นและไว้ใจ มากกว่าปัญหาและความลำบากที่กำลังเผชิญ...
ตำแหน่งหน้าที่มีไว้เพื่อรับใช้
พระวาจาพระเจ้าย้ำเตือนเรา ให้ตระหนักว่า ตำแหน่งหน้าที่มีไว้เพื่อรับใช้ ตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า (มธ....
วันปู่ย่าตายาย
พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประกาศให้วันอาทิตย์ที่สี่ของเดือนกรกฎาคม เป็นวันปู่ย่าตายายสากล เพื่อชวนให้นึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างปู่ย่าตายายกับลูกหลาน และตระหนักถึงคุณค่าของผู้สูงอายุในสังคม...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 378 ทำไมจึงไม่อนุญาตให้เอาชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่น ?
ทำไมจึงไม่อนุญาตให้เอาชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่น ? YOUCAT 378 บอกเราว่า..พระเจ้าเท่านั้นทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่เหนือชีวิตและความตายไม่มีผู้ใดสามารถฆ่ามนุษย์คนอื่นได้ยกเว้นในกรณีการป้องกันตนเองหรือผู้อื่นอย่างชอบธรรม(CCC2258-2262,...
Youcat 250 พระศาสนจักรเข้าใจถึงศีลบวชอย่างไร ?
พระศาสนจักรเข้าใจถึงศีลบวชอย่างไร ? YOUCAT 250 บอกเราว่า..พระสงฆ์ในพันธสัญญาเดิมมองหน้าที่ของตนว่าเป็นคนกลาระหว่างสวรรค์และแผ่นดินระหว่างพระเจ้าและประชากรของพระองค์เนื่องจากพระคริสตเจ้าทรงเป็น“คนกลางแต่เพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์”(1ทธ....
Youcat 329 ความยุติธรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ความยุติธรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?ํYOUCAT 329 บอกเราว่า..ความยุติธรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นณ ที่ซึ่งศักดิ์ศรีของทุกคนได้รับการเคารพซึ่งหมายถึงว่าสิทธิของพวกเขาได้รับการเคารพ...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC279 พระศาสนจักรต้องตื่นตัวอยู่เสมอและพร้อมที่จะวินิจฉัยงานใหม่ ๆ แห่งเมตตาจิต
โดยที่บุคคลชายขอบหมายถึงผู้ที่ใกล้กับหรือผู้ที่ตกอยู่ในความเป็นชายขอบแล้ว ผู้ลี้ภัยจะถูกนับให้อยู่ท่ามกลางคนยากจนคนเร่ร่อน คนไม่มีที่อยู่อาศัย ผู้ป่วยเรื้อรังคนติดยาเสพติด ผู้ต้องขัง...
DC278 การกลับมาของผู้อพยพย้ายถิ่นออกนอกประเทศไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะตรงกับการเฉลิมฉลองในท้องถิ่นแบบดั้งเดิม
การกลับมาของผู้อพยพย้ายถิ่นออกนอกประเทศไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะตรงกับการเฉลิมฉลองในท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่มีลักษณะเฉพาะด้วยงานแสดงอย่างสนุกสนานของศรัทธาประชานิยม แม้ว่าจะมีลักษณะอย่างไม่เป็นทางการ แต่สถานการณ์ดังกล่าวจะต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อนำเสนอความเชื่อ...
DC277 การเสนอโครงการคำสอนสำหรับการเริ่มชีวิตคริสตชนและการอบรมอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการในภาษาและตามธรรมประเพณีของพระศาสนจักรต้นทาง
ความสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรต้นทาง และบุตรของพระศาสนจักรนั้นจะไม่ถูกขัดจังหวะด้วยข้อสรุปของกระบวนการอพยพย้ายถิ่นและการรักษาเสถียรภาพในสถานที่ที่แตกต่างกัน ภายในหรือภายนอกพรมแดนของประเทศ ประเทศเหล่านี้ในวิธีการที่แตกต่างกันโดยผ่านทางสถาบันจิตตาภิบาลการธรรมทูตหรือความช่วยเหลือฝ่ายจิตในรูปแบบอื่น ๆ...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

2.png7.png1.png6.png6.png0.png9.png
วันนี้9269
เมื่อวานนี้15768
สัปดาห์นี้69988
เดือนนี้202289
ทั้งหมด2716609

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

30
Online

วันศุกร์, 14 สิงหาคม 2569 14:03