ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

เดือน กันยายน 2021 บทเรียนที่ 9 นักบุญโยเซฟ  บิดาผู้อยู่เบื้องหลัง
เดือน กันยายน 2021

บท
เรียนที่ 9 นักบุญโยเซฟ  บิดาผู้อยู่เบื้องหลัง

จุดมุ่งหมาย    

  1. เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ถึงบทบาทชองนักบุญโยเซฟบิดาผู้อยู่เบื้องหลัง ผู้เป็นเงาทางโลกแห่งพระบิดาเจ้าสวรรค์ ท่านเฝ้าดูแลและคอยปกป้องพระเยซูเจ้า
  2. เพื่อให้ผู้เรียนระลึกถึงผู้มีพระคุณในชีวิตของเราและแสดงความกตัญญูต่อท่าน

อุปกรณ์         1. คอมพิวเตอร์          2. โปรเจคเตอร์ หรือสมาร์ททีวี            3. ภาพนักกีฬา

กิจกรรม ดูคลิป "เส้นทางชีวิตที่ต้องฝ่าฟันอุปสรรค สองพี่น้อง โปรโม-โปรเม สู่นักกอล์ฟระดับโลก"

หรือเล่าเรื่องประกอบภาพ ประวัติชีวิต "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล   (อ่านประวัติท้ายบทเรียน)

วิเคราะห์ ผู้สอนสนทนากับผู้เรียน 

       1. เรื่องราวของนักกีฬาที่ได้ดู หรือได้ฟังท่านนี้ ชื่ออะไร เป็นนักกีฬาชนิดไหน

       2. ผู้เรียนเคยได้ยินเรื่องราวของนักกีฬาคนนี้มาก่อนหรือไม่ ได้ยินจากไหน

       3. ผู้เรียนได้ดูเรื่องราวจากคลิป หรือได้ยินได้ฟัง แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง (ประทับใจ, รู้สึกว่าเขาเก่ง, ดีใจกับเขาด้วย, เขามีความมุ่งมั่น ตั้งใจ ฯลฯ)

  1. ผู้เรียนคิดว่าเบื้องหลังการประสบความสำเร็จของโปรเม มีอะไรบ้าง (การฝึกซ้อม ความอดทน ความมุ่งมั่น โค้ชดี บิดาเห็นความสามารถ ฯลฯ)

  2. ผู้เรียนคิดว่าเหตุการณ์ในชีวิตตอนใดที่ทำให้เห็นว่า บิดาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของนักกีฬาคนนี้ (ตอนที่ ยอมขายบ้าน ขายรถ ขายกิจการทุกอย่าง รวมกว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้ลูกสาวทั้ง 2 ได้เดินบนเส้นทางกอล์ฟตาม ที่ฝัน)        

สรุป    ในความสำเร็จของคน ๆ หนึ่ง เชื่อแน่ว่ามีหลายคนที่เข้ามามีบทบาท มีความสำคัญ ช่วยเหลือ สนับสนุนและอยู่เบื้องหลังความสำเร็จนั้น ซึ่งบางคนก็อาจถูกกล่าวถึง ยกย่อง ชมเชย และบางคนก็อาจเป็นแค่เงาของใครคนหนึ่งที่มีส่วนในความสำเร็จนั้น ดังนั้น ในชีวิตของเรา ไม่ควรลืมผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร โดยเฉพาะบิดามารดา ผู้ให้กำเนิดเรา

คำสอน

  1. ในหนังสือ“ผู้อยู่เบื้องหลังเสมอเงาแห่งบิดา” ของญาณโดบราซินสกี ชาวโปแลนด์ ได้เล่าเรื่องชีวิตของนักบุญนักบุญโยเซฟในรูปแบบของนิทาน เขาใช้ภาพพจน์ที่ชวนให้คิดถึงเงา เพื่อที่จะหมายถึงนักบุญโยเซฟ ในความสัมพันธ์ของท่านกับพระเยซูคริสต์นักบุญโยเซฟเป็นเงาทางโลกแห่งพระบิดาเจ้าสวรรค์ ท่านเฝ้าดูแลและคอยปกป้องพระเยซูเจ้า (PC 7)
  2. พระสันตะปาปาฟรังซิสทรงสอนในสมณลิขิต ด้วยหัวใจของบิดา ว่า
  • “บิดาไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่ถูกสร้างขึ้นมา ผู้ชายไม่ได้เป็นบิดาเพียงแค่ทำให้เด็กเกิดมาในโลกเท่านั้น แต่ต้องมีความรับผิดชอบที่จะดูแลเลี้ยงดูเด็ก เมื่อเขารับผิดชอบต่อชีวิตของผู้อื่นโดยยวิธีใดวิธีหนึ่ง เขาก็เป็นบิดาของคนนั้น” นักบุญโยเซฟเป็นบิดาที่เป็นเช่นนั้น
  • นักบุญโยเซฟยังเป็นบิดา“ผู้บริสุทธิ์ที่สุด”หมายถึง การเป็นบิดาที่ไม่ยึดติดกับความเป็นเจ้าของแต่      ผู้เดียว หรือมีความคิดที่ว่า พระนางมารีย์และพระเยซูเจ้า เป็นของท่านแต่ผู้เดียว แต่มอบพระนางมารีย์และพระเยซูเจ้าให้เป็นของขวัญสำหรับมนุษย์ทุกคน ท่านเป็นแบบอย่างของผู้มีความรักอย่างบริสุทธิ์แท้จริง เพราะความรักแบบต้องการเป็นเจ้าของ นั้นที่สุดจะเป็นอันตราย ไม่มีอิสระ เหมือนถูกคุมขัง และชวนให้เกิดความน่าสงสาร 
  • พระเจ้าทรงรักมนุษยชาติด้วยความรักที่บริสุทธิ์ พระองค์ปล่อยให้พวกเราเป็นอิสระ แม้พวกเราจะหลงทางและตั้งตนเป็นอริกับพระองค์ ซึ่งนักบุญโยเซฟก็ทราบดีว่าจะต้องใช้เสรีภาพพิเศษนี้อย่างไร ท่านไม่เคยทำตนเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ไม่เคยคิดถึงตนเอง แต่มุ่งอยู่แต่ที่ชีวิตของพระนางมารีย์และพระเยซูคริสต์ (PC 7)
  1. นักบุญโยเซฟมีความสุขไม่ใช่แค่เพียงเสียสละตนเอง แต่ในการทำตนเองเป็นของขวัญด้วย พวกเราไม่เคยเห็นท่านท้อแท้ ท่านมีแต่ความไว้วางใจ ซึ่งแสดงออกโดยความสงบอย่างอดทน ทุกกระแสเรียกที่แท้จริงเกิดจากการให้ตนเองเป็นของขวัญ ซึ่งเป็นผลของการเสียสละที่มีวุฒิภาวะ มอบตนเองให้เป็นของขวัญแก่ผู้อื่น (PC 7)
  2. นักบุญโยเซฟ ทราบอยู่เสมอว่าบุตรของตนมิใช่เป็นของตน แต่เป็นเพียงบุตรที่มอบไว้ให้ตนดูแล ดังที่ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ในโลกนี้อย่าเรียกผู้ใดว่าบิดา เพราะว่าพระบิดาของท่านมีเพียงพระองค์เดียวคือพระบิดาในสวรรค์” (มธ. 23:9) ดังนั้น นักบุญโยเซฟจึงเข้าใจบทบาทของท่านอย่างดี ในการเป็นเงาแห่งพระบิดาเจ้าสวรรค์ มีหน้าที่ดูแลพระเยซูเจ้า พระบุตรของพระเจ้าอย่างใกล้ชิด และท่านก็ได้ทำหน้าที่เป็นบิดาตลอดชีวิตของท่าน (PC 7)
  3. ขอให้แบบฉบับของความรักที่บริสุทธิ์ของนักบุญโยเซฟ จะได้เป็นรูปแบบของความรักในครอบครัวของเรา คือการอยู่ร่วมกันด้วยความรักที่บริสุทธิ์ ไว้วางใจ และให้เสรีภาพในการคิด ตัดสินใจร่วมกัน ในเวลาเดียวกันให้เราสำนึกถึงถึงพระคุณของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังชีวิตของเรา ซึ่งเราต้องจดจำ และแสดงความกตัญญูต่อท่าน ไม่ว่าจะเป็น ปู่-ยา ตา-ยาย พ่อ-แม่ พี่-น้อง ครู อาจารย์ เพื่อน บาทหลวง ทูตสรรรค์ และนักบุญองค์อุปถัมภ์ของเรา  เพราะบุคคลเหล่านี้คือผู้มีพระคุณต่อเราในแต่ละช่วงชีวิตที่เดินไปพร้อมกับเรา และมีส่วนในความสำเร็จของเรา

ข้อควรจำ

  1. นักบุญโยเซฟเป็นเงาทางโลกแห่งพระบิดาเจ้าสวรรค์ ท่านเฝ้าดูและและคอยปกป้องพระเยซูเจ้า
  2. นักบุญโยเซฟมีความสุขไม่ใช่เพียงการเสียสละตนเอง แต่ในการทำตนเองเป็นของขวัญด้วย พวกเราไม่เคยเห็นท่านท้อแท้ ท่านมีแต่ความไว้วางใจ ซึ่งแสดงออกโดยความสงบอย่างอดทน
  3. นักบุญโยเซฟ ทราบอยู่เสมอว่าบุตรของตนมิใช่เป็นของตน แต่เป็นเพียงบุตรที่มอบไว้ให้ตนดูแล ดังที่ พระเยซูเจ้าตรัสว่า “ในโลกนี้อย่าเรียกผู้ใดว่าบิดา เพราะว่าพระบิดาของท่านมีเพียงพระองค์เดียวคือพระบิดาในสวรรค์” (มธ. 23:9)
  4. นักบุญโยเซฟไม่เคยทำตนเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง ไม่เคยคิดถึงแต่ตนเอง แต่มุ่งอยู่แต่ที่ชีวิตของ พระนางมารีย์และพระเยซูคริสต์
  5. ขอให้แบบฉบับของความรักที่บริสุทธิ์ของนักบุญโยเซฟ จะได้เป็นรูปแบบของความรักในครอบครัวของเรา คือการอยู่ร่วมกันด้วยความรักที่บริสุทธิ์ ไว้วางใจ และให้เสรีภาพในการคิด ตัดสินใจร่วมกัน และให้เราสำนึกถึงถึงพระคุณของบุคคลที่อยู่เบื้องหลังชีวิตของเรา ต้องจดจำและแสดงความกตัญญูต่อท่าน

กิจกรรม ถวายดอกลิลลี่ แด่นักบุญโยเซฟ บิดา “ผู้บริสุทธิ์ที่สุด”

วิธีการ ผู้สอนอธิบายให้ผู้เรียนฟังถึง ดอกไม้สีขาว หรือดอกลิลลี่ (Three White Flowers or Lilies) หมายถึง       ความบริสุทธิ์ และความนบนอบต่อพระเจ้า นักบุญโยเซฟได้รับหน้าที่ให้เป็นผู้พิทักษ์ดูแลคุ้มครองครอบครัว       ศักดิ์สิทธิ์ โดยการฟังเสียงของพระเจ้าเสมอ ท่านยังคงถือความบริสุทธิ์ โดยปราศจากความสัมพันธ์ฉันสามี  ภรรยากับแม่พระ (เทียบ มธ. 1:25)

ขั้นตอนการทำดอกลิลลี่ เพื่อถวายแด่ นักบุญโยเซฟ บิดา “ผู้บริสุทธิ์ที่สุด”

   

 

การบ้าน   

          ในชีวิตของเรามีบุคคลมากมายที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเรา อาจเป็นเงาในชีวิตเรา ที่เราไม่เคยพูดถึง           หรือไม่เคยได้เคยได้ขอบคุณเขา จากบทเรียนนี้ ให้เราได้ทำการ์ดขอบคุณ หรือ เขียนเรียงความ เรื่อง “ผู้อยู่          เบื้องหลังในชีวิตของฉัน” เมื่อเขียนเสร็จแล้ว ให้นำไปมอบให้แก่บุคคลนั้น เพื่อเป็นการแสดงออกถึงการ          ขอบคุณอย่างจริงใจ

ประวัติชีวิต  "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล

          23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538 (1995) คือวันเกิดของ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล นักกอล์ฟหญิงผู้สร้างความสำเร็จให้ประเทศไทย และเธอคืออีกหนึ่งปรากฏการณ์ของวงการกอล์ฟ จากการที่เธอเป็นนักกอล์ฟคนแรกของประเทศที่ขึ้นเป็น นักกอล์ฟมือ 1 ของโลกครั้งแรก เมื่อมิถุนายนปี 2017 ณ เวลานั้น "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล มีอายุแค่ 21 ปีเท่านั้น ในช่วงชีวิตวัยเด็ก เธอเป็นลูกสาวคนเล็กของนายสมบูรณ์ และนางนฤมล จุฑานุกาล มีพี่สาวหนึ่งคน ชื่อโมรียา จุฑานุกาล ซึ่งเป็นนักกอล์ฟอาชีพเช่นกัน ทั้งโปรเมกับโปรโม เกิดและโตที่กรุงเทพฯ ปัจจุบันพ่อและแม่เป็นคนจัดการธุรกิจและกิจการทางการเงินของโปรเม เรื่องราวชีวิตของเธอและพี่สาว ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ โปรเม อัจฉริยะต้องสร้าง และล่าสุด ได้สร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง โดยเป็นสาวไทยคนแรกคว้าแชมป์กอล์ฟ ฮอนด้า แอลพีจี ไทยแลนด์ 2021 ได้สำเร็จ https://www.siamsport.co.th/golf/other/view/236255

          ตอน "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล อายุ 5 ขวบครึ่ง คุณพ่อเปิดร้านโปรช็อปขายอุปกรณ์กอล์ฟ และกลัวลูก ๆ จะไปกวน ก็เลยยื่นไม้ให้อันหนึ่งเอาไปเขี่ยเล่นที่สนาม ขณะนั้นมีโปรกอล์ฟเดินไปเดินมาเห็นแล้วเอ็นดู จึงช่วยสอน นั่นเป็นจุดเริ่มชีวิตของ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล ซึ่งกว่าจะมาถึงวันนี้ ครอบครัวจุฑานุกาล ต้องแลกอะไร ๆ หลายอย่าง อาทิ  ขายบ้าน ขายรถ ขายกิจการทุกอย่าง รวมกว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้ลูกสาวทั้ง 2 คน ได้เดินบนเส้นทางกอล์ฟตามที่ฝัน ซึ่งคนส่วนใหญ่หรือแม้แต่ญาติแท้ ๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มันอาจไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผล เพราะสิ่งที่ทำลงไปมันไม่คุ้มค่าเลย ณ เวลานั้น และเป็นที่แน่นอนว่า เมื่อตัดสินใจเลือกเดินเส้นทางนี้แล้ว ย่อมไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่าย ๆ

          อย่างไรก็ตาม เมื่อวันเวลาได้เคี่ยวกรำและบ่มเพาะทุกอย่างแล้ว ด้วยความเพียรพยายาม และขยันฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงสุดชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างที่ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาลและครอบครัวช่วยกันลงทุนลงแรงไป วันนี้สามารถพิสูจน์ให้ทุกคนได้เห็นแล้วว่า ไม่ได้สูญเปล่าอย่างที่ผู้คนครหา เมื่อ "โปรเม" เอรียา จุฑานุกาล ขึ้นไปนั่งแท่นโปรกอล์ฟอันดับ 1 ของโลกได้อย่างภาคภูมิใจ พร้อมสร้างประวัติศาสตร์วงการกีฬาให้คนไทยทั้งประเทศได้ชื่นชมมาแล้ว        

          บิดาของเธอในวัย 60 กว่า ได้กล่าวว่า "ฟ้าไม่ได้ส่ง เม มาเล่นกอล์ฟเพื่อมีเงินให้ตัวเอง แต่ส่ง เม ลงมาเพื่อช่วยเหลือคนอื่นให้มีความสุข" เมื่อชีวิตประสบความสำเร็จ สองพี่น้องก็ตั้ง มูลนิธิ โมรียา-เอรียา โดยมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการศึกษา การกีฬา รวมทั้งหาทุนให้กับนักเรียนที่เรียนดี มีความประพฤติดี แต่ฐานะยากจน ช่วยเหลือและสงเคราะห์คนชรา ที่ขาดที่พึ่งพิงและไม่มีที่อยู่อาศัย

 

เนื้อหาและบทเรียน

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์