ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณธัญญิกา สุทธยารักษ์ พัทลุง เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณธัญญิกา สุทธยารักษ์ พัทลุง

ข้อมูลส่วนตัว

               ครอบครัวของแมว (คุณธัญญิกา สุทธยารักษ์ พัทลุง ขณะนี้อยู่ที่ลอนดอน) เติบโตมาจากสายปฏิบัติธรรมสายพระป่าในศาสนาพุทธอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่เติบโตมาอยู่กับคุณยาย พอ 6-7 ขวบก็ตื่นตีสี่ ตีห้า ลุกขึ้นช่วยคุณยาย หุงหาอาหาร พอเสร็จก็สวดมนต์ สวดเสร็จนั่งสมาธิ พอ 6 โมงเช้าพระมาบิณฑบาตก็ตักบาตร พอเย็นสวดมนต์ค่ำ วันพระไปวัด ปฏิบัติอย่างนี้ตั้งแต่อายุน้อย ๆ มีความศรัทธาตามบรรพบุรุษสอนตามศาสนาพุทธในทุกสิ่งทุกอย่าง

                พอเริ่มโตเป็นสาวก็ตั้งจิตอธิษฐานว่า “ยายอย่าเพิ่งตายไปก่อน แมวจะขอเป็นคนแรกในครอบครัวที่จะไปแสวงบุญให้ยาย ในดินแดนแห่งศาสนาพุทธของพระสิทธัตถะ” พอแต่งงานกับคุณแฟรงค์ (ชาวอังกฤษ) จึงบอกกับสามีว่า “ฉันสัญญาว่าจะเดินทางไปแสวงบุญที่อินเดีย ขอให้เธอไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย” ปี ค.ศ. 1991 ย้ายไปอังกฤษ พอวันเวลาพร้อมแล้ว ในปี ค.ศ. 1995 แต่ในเวลานั้น แมวยังปฏิบัติธรรมสม่ำเสมอ มีหิ้งพระที่บ้าน สวดมนต์เช้าค่ำและไปวัดสายพระป่าวัดอมราวดี ที่ประเทศอังกฤษ เมื่อเวลามาถึง แมวก็ไปแสวงบุญที่ประเทศอินเดีย ดินแดนพุทธคยา สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ ปรินิพพาน ฯลฯ โดยการเดินทางด้วยตนเองทุกแห่ง รวมถึงที่ที่แมวต้องเดินทางสามวันสามคืนแมวก็ไปหมด เป็นประสบการณ์ชีวิตที่อเมซซิ่งมาก

รู้จักศาสนาคริสต์ได้อย่างไร

                กลับมาใช้ชีวิตปกติ ก่อนปี ค.ศ. 1997 เปิดธุรกิจเล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นคาเฟ่ ร้านของแมวอยู่ข้ามถนนตรงกันข้ามกับอาสนวิหารเซนต์ปอล ลอนดอน จุดศูนย์กลางของประเทศอังกฤษ

                ตั้งแต่โตมา  แมวศรัทธาในศาสนาพุทธตามบรรพบุรุษมาก  แมวไม่สน ไม่เคยเปิดใจ ไม่อยากได้ยินคำที่คนพูดถึงพระเจ้าหรือศาสนาคริสต์  ไม่เคยสนใจและแอนตี้ ต่อต้านตลอดเวลา

                พอปี ค.ศ. 2000 เขามีการเฉลิมฉลองสะพาน Millennium ก็ไม่เข้าใจว่าคืออะไร มีอะไรเกิดขึ้น รัฐบาลจึงต้องฉลองปี ค.ศ. 2000 เนื่องจากร้านของแมวอยู่ในเมืองจึงได้ไปร่วมฉลองด้วย มีจุดพลุไฟ เมื่อเดินข้ามสะพานเพื่อกลับบ้าน รู้สึกแปลกประหลาดขณะที่กำลังเดิน  มีความรู้สึกว่า แมวกำลังเดินอยู่นอกกาลเวลา มีภาพนิมิตเกิดขึ้น แมวเห็นภาพของผู้คนจากนานาชาติ มองจากเสื้อผ้าที่เขาสวมใส่ วิ่งร้องไห้ขอความช่วยเหลือ ด้วยความหวาดกลัว แมวจะเห็นคนเอเชีย คนยุโรป นิมิตนี้เป็นความหวาดกลัวเหมือนกับจะมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นในโลกนี้  ไม่สามารถบอกได้ แต่ยิ่งใหญ่ที่มนุษย์ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  แมวก็เหมือนตื่นจากภวังค์ เกิดอะไรขึ้นกับเรา แต่แมวก็ไม่ได้พูดอะไร แมวก็ปฏิบัติตัวเหมือนเดิมและลืมเหตุการณ์นั้นไป

               สามถึงสี่เดือนต่อมา แมวเริ่มมีความฝันแปลก ๆ คือ ตอนแรกเริ่มเห็นผู้ชายใส่ชุดสีขาว เป็นคนหนุ่ม ยืนเรียกเรา “you are my daughter” ซึ่งตอนนั้นพ่อของแมวยังมีชีวิต แมวถามในใจว่า คุณเป็นใคร ทำไมเรียกเราว่าเป็นลูกสาว พูดได้อย่างไร พ่อฉันอยู่ในประเทศไทย มาพูดได้อย่างไร พระเยซูตรัสว่า “I Know you, you are my daughter” แมวก็ตื่นจากภวังค์  จากนั้นก็มีนิมิตบ่อยขึ้นได้ยินพระสุรเสียงท่าน แต่แมวก็ยังสวดมนต์ แต่บางครั้งก็รู้สึกเหนื่อยที่จะสวดมนต์ ครั้งที่แมวรู้สึกว่ามันไม่ปกติแล้ว  พูดว่า “เรารู้จักเธอ เธอคือลูกของเรา” ได้ยินบ่อย ๆ แต่ก็ยังสวดมนต์แบบเดิมอยู่ แมวรู้สึกเหนื่อย และรู้สึกวาไม่ปกติกับคำพูดในนิมิต

               ครั้งหนึ่งเห็นภาพพระเยซูสวมชุดที่สวยงามมาก มือถือโคมไฟ สวยแบบไม่มีใครทำได้ ดวงตาเต็มไปด้วยเมตตา ท่านยกโคมไฟขึ้นแล้วพูดว่า “go to your father’s house” หมายความว่าอย่างไร พ่อเราอยู่เมืองไทย พอตื่นขึ้นตอนเช้าบอกสามีว่า เมื่อคืนฝันแปลก เหมือนไม่ใช่ความฝัน ก็เล่าให้เขาฟัง สามีบอกว่า สิ่งที่เธอพูดมาเป็นภาพวาดในศาสนาคริสต์ที่รู้จักกันดีมาก เรียกว่า “The Light of the world” แมวก็ไม่ใส่ใจเพราะเหนื่อยมาก  แมวไม่เชื่อในสิ่งนั้น แต่เมื่อมีนิมิตอย่างนี้แมวเริ่มมีความกลัว “นี่คืออะไร ทำไมผู้ชายคนนี้ เขายังเป็นคนที่ไม่แก่ แต่ทำไมเรียกเราว่าลูก” พอเริ่มมีความกลัว เดินไปทางไหนก็แปลก ๆ พอเงยหน้ามองท้องฟ้าก็เห็นกางเขนปรากฏขึ้น ใจเราก็นึกว่าเกิดอะไรขึ้น พอนิมิตครั้งสุดท้ายที่เกิดขึ้นจึงแน่ใจว่าเป็นพระเยซู (คุณแมวร้องไห้ระหว่างที่พูด) คืนนั้นหลับและได้รับนิมิต พระเยซูท่านนำเราไปในภูเขาที่ถูกประหาร ด้านซ้ายและขวามีผู้ชายสองคนถูกตรึงกางเขน มีพระเยซูอยู่ตรงกลาง ทุกครั้งที่เห็นนิมิต แมวจะกลายเป็นเด็กเล็ก ๆ อายุสัก 7-8 ขวบ ไม่เกิน 10 ขวบ หนูเป็นเด็ก กลัวมาก ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าฟ้าเปิดแผ่นดินไหว คุกเข่าลง ทหารที่หนูไม่รู้ ไม่ได้ศึกษามาก่อน ทหารโรมันถือหอกแทงพระเยซู พระเยซูก็ร้องบอกขอให้แมวได้ช่วยท่าน พระเยซูตรัสว่า “ให้ไปบ้านพระบิดาของเธอ ไปหาพี่น้องชายหญิงของเธอ” แมวก็ร้องไห้ แล้วก็บอกพระองค์ว่า “พระองค์ก็รู้ว่าหนูไม่มีพี่หรือน้องสาว ลูกเป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้าน” แมวรู้สึกว่าฟ้ากำลังถล่มลงมา ตกใจตื่น แมวลงไปอยู่ข้างเตียง กลิ่นของฝุ่นละอองยังอยู่ในความรู้สึกของแมว แมวมั่นใจแล้วว่า บุรุษที่แมวได้เห็นคือพระเยซู แมวจำท่านได้ แมวร้องไห้เสียใจ ดูซิ ผ้าที่พระองค์ทรงสวมมีเพียงน้อยนิด จึงรับรู้ว่าเราทุกคนมีพระเจ้า บุรุษที่เห็นคือพระเยซูคริสต์ที่มีผ้าสวมเพียงนิดเดียว ตื่นขึ้นก็เชื่อแล้วว่า นั่นคือพระเยซูคริสต์ นี่แสดงว่าเราทุกคนมีพระเจ้า เราเป็นของพระเจ้าทุกอย่าง แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ปิดเงียบไว้ในใจ เริ่มมีความกลัว ทุกสิ่งในโลกนี้เป็นของพระเจ้า เข้าใจแล้วว่าพระเยซูเป็นพระบุตร เริ่มคุยให้คนในครอบครัวฟัง ว่าจะไม่นับถือศาสนาพุทธอีกต่อไปแล้วเพราะแมวได้เห็นนิมิต ในใจของแมวทราบแล้วว่าแมวจะต้องไป ณ ที่โบสถ์โรมันคาทอลิกซึ่งในชีวิตของแมว แมวไม่เคยศึกษาศาสนาคริสต์ ไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นโปรแตสตันท์ อะไรเป็นคาทอลิก แมวเริ่มเอาหิ้งพระและอะไรต่ออะไรทิ้งหมด เชื่อแล้วว่าเราเป็นของพระเจ้าทุกอย่าง บอกสามีว่าจะไปโบสถ์คาทอลิก สามีก็แปลกใจมากบอกว่าศาสนาคริสต์มีหลายนิกายทำไมเธอจึงอยากไปโบสถ์คาทอลิก เธอจะไม่เป็นพุทธแล้วจะมาเป็นคาทอลิกแล้วหรือ แมวบอกว่าใช่ ฉันไม่สนใจแล้วว่าเธอจะคิดกับฉันอย่างไร ฉันรู้แล้วว่าพระคริสต์เรียกฉันให้ไปโบสถ์คาทอลิก ฉันจะต้องไป


Catholic Church of the Blessed Sacramentเริ่มไปโบสถ์ ติดตามความฝัน

                แมวค้นหาในอินเตอร์เน็ตว่าโบสถ์คาทอลิกอยู่ตรงไหน แมวเลือกโบสถ์แถวลอนดอนเหนือ ชื่อวัด Blessed Sacrament (www.blessedsacrament.org.uk/)

               ตอนที่ไปก็ไม่รู้ว่าเขาไปโบสถ์กันอย่างไร โบสถ์ก็ปิด ก็ไปยืนอยู่ ไม่มีใคร แต่ได้ยินเสียงว่า “มาถูกที่แล้ว แต่ผิดเวลา”  จึงจะกลับบ้าน ไปอ่านที่บอร์ดมีประกาศว่า “มิสซาหกโมง” เราก็ไม่รู้ว่ามิสซาคืออะไร แต่ก็จดไว้ในมือ พอถึงวันอาทิตย์ก็มาโบสถ์ ไม่เจอใครเห็นรูปพระเยซูแขวนอยู่ จึงนั่งร้องไห้ รู้สึกที่นี้มีความสุขเหมือนได้หลุดพ้นจากบางสิ่งที่เราพลัดหลงอยู่ มีผู้หญิงมาทัก จึงบอกเขาว่า เราเป็นคนใหม่ เขาแนะนำตัวว่าชื่อแมรี่ ได้เข้าร่วมมิสซา ถึงตอนรับศีลฯ จะเข้าแถวไปรับศีลฯกับเขา แต่แมรี่บอกว่ายังไปไม่ได้ต้องรอก่อน เห็นขนมปังและเหล้า อยากไปรับบ้าง หลังมิสซาคุยกับพ่อเดวิด ทีแรกไม่รู้จะเรียกพระในศาสนาคริสต์ว่าอย่างไร แนะนำตัวกัน แต่ไม่ได้คุยอะไรมากนัก

เรียนคำสอน 7 ปี

         หลังจากนั้นก็ไปโบสถ์อยู่หลายปี คุณพ่อสังเกตุเห็น แล้วจึงเริ่มสอนคำสอนเกือบ 7 ปีจึงได้รับศีลล้างบาป เรียนคำสอนที่อังกฤษและได้เป็นศาสนบริกรแจกศีลมหาสนิทและเหล้าองุ่น

          แมวศึกษาพระคัมภีร์ เป็นต้น พันธสัญญาเดิม ทำให้เข้าใจและกระหายที่จะรู้จักพระเจ้ามากขึ้น  เข้าใจที่มาของความรอดและความเชื่อ รักพระเจ้ามากขึ้นเมื่อทราบว่าพระเจ้าทรงสร้างโลกในเจ็ดวัน หลังจากนิมิตบนไม้กางเขนแมวก็ไม่ได้รับนิมิตอะไรอีก ได้แต่อ่านพระคัมภีร์ ซึ่งทำให้กระหายและต้องการรู้จักนักบุญต่าง ๆ ให้มากขึ้น อยากอ่านมาก พระคัมภีร์เป็นกุญแจสำหรับมนุษย์ทุกท่าน

ชีวิตเปลี่ยนไปอย่างไร

           แล้วชีวิตของแมวก็เปลี่ยนไป จนคนรอบข้างบอก เป็นต้น คุณแม่บอกว่าไม่น่าเชื่อเลย เธอเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย แต่เรามองไม่เห็นว่าเราเปลี่ยนไปได้อย่างไร เขาบอกว่าเปลี่ยนจากจากคนที่อารมณ์ร้อน แมวไม่ใช่คนที่ใจเย็น พอเข้าใจเรื่องความรักของพระเยซูเจ้าแล้ว เป็นความรักที่ละเอียดมาก ซึ่งเมื่อเราได้พบกับพระเยซูแล้วนี้ ก็อยากจะบอกให้คนอื่น ๆ ได้รับรู้ด้วย เราอยากให้คนที่ยังไม่ได้เชื่อมารับความเชื่อเพื่อเขาจะได้รับความรอด เพราะเราไม่มีหนี้กรรมอะไรในอดีตชาติ และไม่มีหนี้กรรมอะไรในอนาคตชาติ คือเราไปทางสายตรง เราอยู่ ณ ปัจจุบันกับพระเยซูคริสตเจ้า แมวก็มีความหวัง แมวสวดให้ครอบครัว คนรอบข้าง และทุกคน ให้ได้รับความรอด

ความรอดคืออะไร 

             แมวเข้าใจว่าเราได้รอดพ้นจากบาปกรรมที่เราหลงผิด รอดคืออยู่ในบ้านพระบิดา จิตวิญญาณสงบ ได้รับสันติเกิดขึ้นในจิตวิญญาณ

กลัวคนอื่นจะว่าเราแปลก    ๆ ไหม

             แมวไม่กลัวเลย กล้าที่จะพูดอย่างเปิดเผยเลยเพราะว่าเราต้องการให้เขาได้รับความรอดไปโลกหน้า ไปรับชีวิตนิรันดร อยู่กับพระเจ้า

 

เนื้อหาและบทเรียน