ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณธีระ  นวนฉวี (ตอนที่ 2)เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณธีระ  นวนฉวี (ตอนที่ 2)

เริ่มเรียนคำสอน

                ผมก็เริ่มเปิดเผยมากขึ้น พยายามคุยเรื่องศาสนากับครอบครัวมากขึ้น ผมก็เข้าใจเขาว่าเราไม่สามารถบังคับจิตใจเขาให้มาเชื่อตามเรา อย่างน้อย ๆ ขอให้เขาเข้าใจเราเท่านั้น ผมก็โอเคแล้ว ผมไปหาพี่อี๊ด (ครูคำสอนประจำวัด) บอกว่าผมตัดสินใจที่จะเริ่มเรียนคำสอนให้มันชัดเจนแล้ว ผมอย่างจะรู้รายละเอียดขั้นตอนพิธีกรรมต่าง ๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจของผมว่าผมจะเลือกอะไร พี่อี๊ดก็เลยถามว่าพอจะมาวัดได้ไหม ผมบอกว่า ผมไม่กล้าบอกพ่อแม่ ถ้ามาต้องก็ต้องแอบมา แต่ว่าแฟนผมก็เปิดเผยกับเขาแล้ว เขาไม่ได้คัดค้านอะไรแต่เขาก็ไม่ได้มาด้วย

                 ตอนนั้นผมทำงานบริษัทก็ต้องบอกแม่ว่าเช้าวันอาทิตย์ต้องไปปล่อยงานให้ลูกน้องและสาย ๆ ผมก็กลับมา ตั้งแต่สมัยที่คุณพ่อบุญส่งเป็นเจ้าวัด ไปแรก ๆ ก็ไปนั่งดูเขาก่อนว่าเขาทำอะไรกันบ้าง พี่อี๊ดก็เริ่มถามว่าพอเข้าใจขั้นตอนบ้างหรือยัง ผมก็บอกว่าพอเข้าใจบ้างแล้วแต่เรื่องความเข้าใจคำสอน หรือเรื่องเนื้อหาแก่นแท้ผมยังไม่ชัดเจน พี่อี๊ดก็เลยถามผมว่า ถ้าอย่างนั้นหลังมิสซาวันอาทิตย์พอมีเวลาคุยกับพี่สักชั่วโมงไหม ผมก็บอกว่าได้ หลังจากนั้นก็เรียนคำสอนกับพี่อี๊ด จนถึงกำหนดพี่อี๊ดบอกว่าได้แล้ว พี่อี๊ดเชื่อมั่นในตัวผมแล้ว รู้ว่าผมเข้าใจแล้ว พี่อี๊ดจะให้คุณพ่อโปรดศีลล้างบาปให้

เคลียร์ก่อนล้างบาป

                 ผมคิดว่านี่เรากำลังจะเป็นคริสต์อย่างแท้จริงแล้วหรือ ผมก็บอกพี่อี๊ดว่าผมยังไม่รับปากพี่อี๊ด ผมขอเคลียร์แป๊บนึงได้ไหม กลับมาผมก็มาเคลียร์กับแฟนผมว่าผมตัดสินใจจะรับศีลล้างบาป ความเชื่อที่เราชอบ เราชอบตรงนี้ ผมคิดว่าเรื่องที่สำคัญในชีวิตผมคนที่ควรจะรู้ก็คือภรรยาของผมซึ่งเขาจะต้องอยู่กับผมไปตลอดชีวิต ฉะนั้นผมก็ฟังความเห็นจากเขา เขาไม่ว่าอะไรขอแค่ให้ครอบครัวอยู่กันได้อย่างสงบสุข เขาขอแต่ว่าลูกอย่าเพิ่งให้ไปเข้าคาทอลิก เพราะพ่อแม่เขาก็อยากให้ลูกเขาได้บวชก่อน ผมก็บอกว่าผมไม่มีปัญหา แต่ผมขอให้ลูกผมได้เรียนคำสอนได้ไหมแต่ว่ายังไม่ต้องรับศีลล้างบาป เมื่อเขาเสร็จธุระแล้ว  ได้บวชเรียนแล้ว เมื่อเขาได้ตัดสินใจแล้วเขาพร้อม  ก็ให้เขาได้เลือกด้วยตัวเอง ผมก็โชคดีที่แฟนไม่มีปัญหา

                 ในวันรับศีลล้างบาป ผมก็ให้เขาไปด้วยเขาก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร เขาก็เต็มใจไปด้วย บางอาทิตย์ผมก็ต้องสลับคิวไปทางวัดพุทธกับแฟนบ้าง เพื่อเราจะได้อยู่ด้วยกันได้ ซึ่งพ่อแม่ของผมก็เป็นพุทธซึ่งจะทิ้งไปเลยก็ก็คงทำใจลำบาก แต่ผมก็ไม่เคยลบหลู่อะไร เราเพียงแค่มีความเชื่อ ความศรัทธาที่เข้ากับชีวิตเรามากกว่าอยู่ตรงนี้ แล้วเราก็โอเคว่าไปโบสถ์กับไปวัด(พุทธ)สลับกัน บางครั้งพักหลัง ๆ แฟนผมก็ไปด้วย เพื่อให้เขาเห็นว่าไปแล้วมันได้อะไรกลับมาบ้าง บางครั้งพอกลับมาผมก็พยายามพูดถึงเรื่องนี้ให้ลูกฟัง

ลูกเข้าเรียนโรงเรียนคาทอลิก

                พอถึงเทศกาลปัสกา คริสต์มาสหรือฉลองอะไร ก็ขอเอาลูกไปด้วยแฟนเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร พอช่วงลูกย้ายโรงเรียนจาก เดิมเรียนโรงเรียนประชาบาลเขาก็ไม่ได้เน้นที่ภาษาอะไร ผมก็เลยเปลี่ยนแผนให้ลูกไปเรียนที่โรงเรียนเรืองวิทย์ แฟนก็เห็นด้วย เลยย้ายลูกมาเข้าเรียนตอน ป.4 พอไปเรียน ป.4 ลูกก็มีเพื่อนเป็นคาทอลิก แล้วผมก็ขอแฟนว่าขอให้ลูกผมได้เรียนคำสอนได้ไหม คือ ยังไม่ต้องรับศีลล้างบาป คือผมอยากให้ลูกรู้อะไรที่ผมได้ศึกษามาบ้าง อย่างน้อย ๆ เรามีความรู้สึกดี ๆ อะไรเราก็อยากให้ลูกได้ตรงนั้นด้วย บอกกระซิบกับพี่อี๊ดว่าฝากลูกผมด้วย ให้ลูกผมได้รู้เหมือนที่ผมได้จากพี่ แล้วพี่อี๊ดก็รับปากก็ให้ลูกผมได้เรียนคำสอน ไปวัดผมก็พาเขาไปด้วย แล้วเขาก็ได้เรียนเป็นเด็กช่วยมิสซา เขาก็สนใจบางทีผมก็แกล้งชวนว่าไปวัดกับพ่อไหม เขาก็บอกว่าไป คือไปแล้วเขาก็มีเพื่อน ได้ช่วยมิสซาได้ทำหน้าที่ของเขา จนจบ ป.6 เขาก็ไปเข้าร่วมแข่งขันตอบคำถามพระคัมภีร์ ผมก็ดีใจ

หลังรับศีลล้างบาป

                  หลังจากที่ผมรับศีลล้างบาป ผมก็วอนขอต่อพระทุกคืนก่อนนอนทั้งเช้าค่ำ ผมขอให้ลูกผมถ้าเขามีกระแสเรียกจริง ๆ ผมขอให้พระเรียกเขาให้เข้าใจเหมือนที่ผมเข้าใจ ให้เขาได้รับรู้เหมือนที่ผมได้รับรู้ จริง ๆ ผมเชื่อว่าผมได้รับพระพรจากพระจริง ๆ ผมเชื่อว่าลูกผมต้องได้มาทางนี้ เพียงแต่ตอนนี้เราต้องรอเวลาเขาก่อน ผมไม่ซีเรียส อย่างน้อย ๆ ผมเชื่อว่า ถ้าพระเรียกเขามาเป็นคาทอลิกยังไงพระก็ต้องเรียกเขามาเป็นคาทอลิก ผมเชื่ออย่างนั้น รอไปเรื่อย ๆ จนเขาจบ ป.6 ก็ไปเรียนต่อที่โรงเรียนเบญจมราชูทิศ ในความเป็นห่วงก็คือเขาไม่ได้เรียนโรงเรียนคาทอลิกก็ขอให้เขาอย่าห่างหายจากพระ พอจะเปิดเทอมผมก็ได้คุยกับลูกส่วนตัว บอกว่า พ่อขออย่างน้อย ๆ เมื่อไม่ได้คลุกคลีกับคาทอลิกแล้วหนูไปเรียนโรงเรียนเบญฯ อย่าทิ้งพระ เมื่อเราเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือให้เราคิดถึงพระ เหมือนที่พ่อเคยให้ทำตอนที่เราเรียนประถมอยู่จะช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น พระจะไม่ทิ้งเราและเราก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ผมก็บอกเขาอย่างนั้น เขาก็รับปาก และหลังจากนั้นผมก็สังเกตพฤติกรรมเขา เย็นวันเสาร์ผมก็ถามเขาว่าจะไปวัดกับพ่อไหม เขาบอกว่าไป เรียกหนูด้วยนะ ทั้ง ๆ ที่เขาก็เป็นคนขี้เกียจตื่น อย่างน้อย ๆ ผมก็ยังอุ่นใจ ว่าลูกก็ยังไม่เหินห่างจากพระ เพราะจริง ๆ แล้ว หลังจากจบมิสซาผมก็จะพาไปเดินตลาดที่นาคราษฏร์ ตอนแรกผมเข้าใจว่าลูกอยากจะไปเดินตลาดนัด ก็เลยไปวัดกับพ่อด้วยหรือเปล่า แต่จริง ๆ แล้ว พอเสร็จจากวัดแล้วลูกก็จะมาบอกว่า พ่อกลับบ้านเถอะขี้เกียจเดินตลาดนัด ก็แสดงว่าใจเขามุ่งไปที่วัดไม่ใช่ตลาดนัด ลูกเข้าใจสิ่งที่ผมตั้งใจถ่ายทอดให้เขารู้

               พอคนเล็กเข้าเรียน ป.1 เหมือนเดิม ผมขอลูกให้ได้เรียนคำสอนแต่ยังไม่ล้างบาป แฟนก็ตกลง ก็เลยเริ่มเรียนคำสอนมาตั้งแต่ ป.1 พอเห็นพี่ไปวัด น้องก็อยากไปวัดด้วย เพื่อไปเจอซิสเตอร์ เพราะซิสเตอร์บอกว่าให้มาวัดทุกอาทิตย์จะมีลายเซ็น เขาก็ใส่ใจตรงนั้น ไปวัดแล้วจะได้ลายเซ็นจากซิสเตอร์ ต่อมาหลัง ๆ เขาเริ่มสนใจเรื่องการอ่าน เริ่มสนใจสวดภาวนา พอมาพักหลัง ๆ นั่งมองผมสวดและก็เริ่มสวดตาม บางบทที่เขาเริ่มสวดได้ เช่น บทข้าแต่พระบิดา บทวันทามารีย์

(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

เนื้อหาและบทเรียน