ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณธีระ  นวนฉวี (ตอนที่ 1)เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณธีระ  นวนฉวี (ตอนที่ 1)

         คุณธีระ นวนฉวี อายุ 42 ปี การศึกษา ปริญญาตรี ปฐมวัย ศึกษาศาสตร์ สุโขทัยธรรมธิราช อาชีพ ธุรกิจส่วนตัว มีพี่น้อง 2 คน อ.วัดเพลง จ.ราชบุรี

รู้จักศาสนาคริสต์คาทอลิกได้อย่างไร  

                สมัยเรียนชั้นประถมศึกษาได้รับหนังสือแจกจากคริสเตียนก็รับมาก็รับมาอ่านก็รู้ว่าพูดถึงพระเยซูเจ้า ต่อมาได้ไปร่วมทำบุญบ้านของน้าสะใภ้ซึ่งนับถือคาทอลิกมีพิธีทั้งสองศาสนาได้เห็นพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ทำให้รู้สึกว่าพิธีกรรมของศาสนาคริสต์ สงบและศักดิ์สิทธิ์ และก็มีการกินเหล้าองุ่น แผ่นปัง ในเวลานั้นยังไม่รู้ว่าหมายความว่าอย่างไร

                พอเริ่มเรียนมัธยมเริ่มสนใจ และเคยนั่งรถเมล์กลับบ้านมีซิสเตอร์นั่งมาด้วย ก็เข้าใจว่าเป็นแม่ชี ดูเขาเรียบร้อย สงบ ชุดเสื้อผ้าดูสะอาด เริ่มต้นจากชุดแต่งกายของนักบวช เรารู้สึกดี

                ช่วงคริสต์มาสของวัดคริสต์ก็เริ่มไปเที่ยวดูงาน เขาไม่ได้เปิดโบสถ์เราก็ไม่ได้เข้าไปดูข้างใน คนคริสต์คงมีงานฉลองพระเยซูบังเกิด

                ต่อมาพยายามศึกษา เคยนึกสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องเป็นคนพุทธและเข้าใจว่า เพราะพ่อแม่เราให้มา แล้วคิดว่าแล้วทำไมเราไม่ลองศึกษาศาสนาอื่นดูบ้าง เผื่อจะถูกใจเรามากกว่า ก็เลยเริ่มเรียนจากศาสนาอิสลามก่อน ลองศึกษาเบื้องต้น กฎข้อบัญญัติของอิสลามทำให้รู้ว่าทางอิสลามเขาจะถือข้อบัญญัติค่อนข้างเป๊ะ งั้นเราจะลองศึกษาศาสนาคริสต์ เราก็ไม่รู้จักครูคำสอนแต่เรามีเพื่อนที่นับถือศาสนาคริสต์ เราก็ได้แต่แซวแหย่เขา เขาทำเดชะพระนาม เราก็ทำเล่นกับเขา

เริ่มจริงจัง

               แต่พอเริ่มเข้าสู่วัยทำงานเห็นหนังสือพิมพ์ที่เขาเขียนว่าเรียนพระคัมภีร์ทางไปรษณีย์ ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าอะไรเป็นโปรเตสแตนต์หรือคาทอลิก ผมก็สมัครเรียนไปเขาก็ส่งเอกสารมาให้เรา เรียนไปจนจบได้ประกาศนียบัตร เขาสอนให้เรารู้ว่า พระเจ้าสร้างเรามา

                มีอยู่วันหนึ่งผมไปราชบุรี ผมไม่ทราบว่าวัดเพลงเป็นวัดคาทอลิกหรือโปรเตสแตนต์ วันนั้นผมเหนื่อยจากชีวิตประจำวันของผม และผมไม่สบายใจ ผมมาถึงหน้าวัด ลองเลี้ยวเข้าไปดูหน้าวัดสักทีเผื่อเราจะพบอะไรดี ๆ บ้าง ลองแว๊บเข้าไปเจอโบสถ์เปิดอยู่ ผมไปเจอพี่อี๊ด(ครูคำสอนประจำวัด) จัดดอกไม้ ผมมองเข้าไปโบสถ์เปิดอยู่ข้างในสวยงามเหมือนในหนังฝรั่ง พี่อี๊ดเขาเดินออกมาหาผมแล้วเขาบอกทักถาม   ผมก็เลยบอกว่าผมสนใจอยากเรียนรู้เรื่องศาสนาคริสต์ พี่อี๊ดก็เลยอธิบายว่าเราเป็นคาทอลิก เราแตกต่างจากโปรเตสแตนต์ พี่อี๊ดให้หนังสือผมไปสองเล่มก็คือ พระคัมภีร์ และหนังสือเพลงสาธุการ บอกว่าเอาไปอ่านดู ถ้าสนใจก็กลับมาหาพี่อีก ผมก็รู้สึกว่าทำไมพี่คนนี้เขาใจดีจัง สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกว่าผมศรัทธาต่อคนที่ดูแลที่ผมเจอ ศรัทธาในน้ำใจไมตรีของเขา มันก็ย้อนไปเหมือนน้าสะใภ้ของผมเขาขยันและมีอัธยาศัยไมตรี แม่ผมรักเขาเหมือนเป็นน้องแท้ ๆ กิจวัตรประจำวันของเขาเรียบร้อยและพอมีงานที่เป็นของคาทอลิก เขาแต่งตัวเรียบร้อย สุภาพ สวยงาม เวลาเขามาวัด คนคริสต์เขาเรียบร้อยดี ก่อนที่จะกลับเขาก็ไปทำธุระของเขา ผมก็คุกเข่าในวัดอธิฐานบอกพระเยซู ถ้าลูกมีความเชื่อแล้วลูกค้นพบมีบุญที่จะได้รู้จักพระองค์ ก็ขอให้ลูกได้กลับมาที่นี่อีก ขอให้พระองค์ทรงบอกในเวลาที่ผมมีปัญหา ขอพระองค์ช่วยเหลือผมที ถ้าผมมีบุญจริง ๆ ขอให้ผมได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีก ผมอธิฐานว่าอย่างนั้น แล้วผมก็กลับออกมาแล้วก็เป็นความรู้สึกว่าตรงนี้เราไปมาแล้วเราตื่นเต้น เราสบายใจ

เริ่มเปิดใจบอกแฟน

                ผมยังไม่ได้บอกกับแฟน จนมีเพื่อนผมที่เป็นคาทอลิกสองคนมาแต่งงานที่โบสถ์นี้ผมก็ได้โอกาสชวนแฟนและลูกผมไปดูว่าศาสนาคริสต์ว่าเวลาเขาทำพิธีเป็นอย่างไร ผมก็ลองฟังว่าแฟนผมจะรู้สึกอย่างไร พอเสร็จพิธีออกจากวัดมา แฟนเขาก็บอกว่า ของคริสต์เวลาเขาทำพิธีก็สะอาดสะอ้านดี ดูแล้วมันศักดิ์สิทธิ์ ไม่มีเสียงคุยเหมือนทางบ้านเรา เขาก็รู้สึกดี แต่ด้วยความที่บ้านเขาอยู่ทางสมุทรสาคร เขาก็ไม่ค่อยมีวัดและไม่ค่อยรู้จัก ถ้าเราจะบอกเขาว่าเราสนใจจะมีปัญหาไหมหนอ

                แล้วผมก็ผ่านมาที่วัดอีกครั้งหนึ่งผมเจอพี่อี๊ด พี่อี๊ดก็เรียกผมมาคุยถามสารทุกข์แล้วพี่อี๊ดให้กางเขนผมไปอันหนึ่ง แล้วก็เป็นรูปพระหฤทัยอันหนึ่ง ผมไม่กล้าให้แฟนผมเห็น กลัวเขาคิดว่าผมเปลี่ยนศาสนาเป็นคริสต์แล้ว ผมก็เลยใส่ไว้ในลิ้นชักรถ อยู่วันหนึ่งนั่งรถไปด้วยกัน เขาก็เปิดลิ้นชักเขาก็เจอ ผมก็บอกว่า เราสนใจที่จะเรียนรู้ศาสนาคริสต์เราเข้าไปแล้วเราชอบ  เรารู้สึกสงบ แล้วเราก็เรียนพระคัมภีร์มาบ้างแล้ว ก็เลยบอกความจริง เขาก็บอกว่าเขาก็ไม่ยึดติดอะไร แต่ถ้าจะให้เขามาเปลี่ยนตามเขาก็มีพ่อมีแม่ซึ่งเขาก็ห่วงความรู้สึกของคนข้างหลังของเขา ผมก็บอกว่าไม่ได้ไห้มาเปลี่ยนตามแค่บอกว่าเราเริ่มมีความเชื่อตรงนี้ เขาก็บอกว่าโอเค เขาก็ไม่ว่าอะไร ก็อยู่ด้วยกันได้

(โปรดติดตามตอนต่อไป...)

เนื้อหาและบทเรียน