
พระศาสนจักรเชิญชวนเราแต่ละคนให้หันกลับมาใส่ใจ สนใจ รักและดูแลโลกซึ่งก็คือบ้านที่เราอาศัยอยู่ร่วมกัน

มีพระวาจาพระเจ้าเตือนสอนเราเรื่องนี้ด้วย มารับไปปฏิบัติกัน

พระเจ้าตรัสว่า “เราจงสร้างมนุษย์ขึ้นตามภาพลักษณ์ของเรา ให้มีความคล้ายคลึงกับเรา ให้เป็นนายปกครองปลาในทะเล นกในท้องฟ้า สัตว์เลี้ยง สัตว์ป่าและสัตว์เลื้อยคลานบนพื้นดิน” (ปฐก. 1:26)

พระเจ้าทรงสร้างมนุษย์ตามภาพลักษณ์ของพระองค์ พระองค์ทรงสร้างเขาตามภาพลักษณ์ของพระเจ้า พระองค์ทรงสร้างให้เป็นชายและหญิง (ปฐก. 1:27)

พระยาห์เวห์พระเจ้าทรงนำมนุษย์มาไว้ในสวนเอเดน เพื่อเพาะปลูกและดูแลสวน (ปฐก. 2:15)
ถ้าท่านพบโคหรือลาของศัตรูพลัดหลงมา ท่านจะต้องนำไปคืนให้เขา (อพย. 23:4)

ถ้าท่านเห็นลาของผู้ที่เกลียดชังท่านล้มลงเพราะบรรทุกของหนัก จงอย่าเดินจากไปโดยไม่ช่วยเหลือ แต่จงช่วยเขาฉุดมันขึ้น (อพย. 23:5)

ท่านจะหว่านพืชในแผ่นดินของท่านและเก็บเกี่ยวผลผลิตเป็นเวลาหกปี ในปีที่เจ็ด ท่านจะไม่ไถนา แต่จะปล่อยมันไว้โดยไม่เพาะปลูก คนยากจนในประชากรของท่านจะกินพืชผลที่ขึ้นเอง และสัตว์ป่าจะกินสิ่งที่เหลือ ท่านจะทำเช่นเดียวกันกับสวนองุ่น และสวนมะกอก (อพย. 23:10-11)

เพราะฉะนั้น ท่านทั้งหลายจะต้องไม่ทำให้แผ่นดินที่ท่านอาศัยอยู่และที่เราพำนักอยู่ต้องเป็นมลทิน เพราะเรา พระยาห์เวห์ พำนักอยู่ในหมู่ชาวอิสราเอล (กดว. 35:34)

พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านทรงเอาพระทัยใส่ดูแลแผ่นดินนี้ พระยาห์เวห์ พระเจ้าของท่านทอดพระเนตรแผ่นดินนี้ตลอดทั้งปี (ฉธบ. 11:12)

เมื่อท่านล้อมเมืองใดเมืองหนึ่งเป็นเวลานานแล้วโจมตีเพื่อจะยึดได้ ท่านจะต้องไม่ใช้ขวานโค่นไม้ผลรอบๆ เมืองนั้น ท่านจะกินผลไม้ได้ แต่อย่าโค่นต้นไม้เลย เพราะต้นไม้ไม่ใช่ศัตรูของท่านที่จะต้องทำลาย (ฉธบ. 20:19)

ขณะที่ท่านเดินทาง ถ้าท่านพบรังนกอยู่บนต้นไม้หรือบนพื้นดิน มีแม่นกกกไข่หรือกกลูกอยู่ ท่านจะต้องไม่พรากแม่นกไปจากลูก (ฉธบ. 22:6)

ท่านจะต้องไม่เอาตะกร้อสวมปากโค ขณะที่โคกำลังนวดข้าว (ฉธบ. 25:4)

ข้าแต่พระยาห์เวห์ พระองค์ผู้เดียวทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระองค์ทรงเนรมิตท้องฟ้า สวรรค์สูงสุดและดวงดาวทั้งหลาย ทรงเนรมิตแผ่นดินและทุกสิ่งที่อยู่บนแผ่นดิน ทรงเนรมิตทะเลและทุกสิ่งที่อยู่ในทะเล พระองค์ประทานชีวิตแก่ทุกสิ่ง และดวงดาวบนท้องฟ้าถวายนมัสการพระองค์ (นหม. 9:6)

ชีวิตของสัตว์เหล่านี้อยู่ในพระหัตถ์ของพระองค์ จิตของมนุษย์ทั้งปวงก็อยู่ในพระหัตถ์ด้วย (โยบ 12:10)

แผ่นดินและสรรพสิ่งบนแผ่นดินเป็นของพระยาห์เวห์ โลกและผู้คนที่อยู่ในโลกก็เช่นเดียวกัน (สดด. 24:1)

ผู้ชอบธรรมย่อมเอาใจใส่ดูแลสัตว์เลี้ยงของตน แต่คนชั่วร้ายมักมีใจโหดเหี้ยม (สภษ. 12:10)
ผู้มีใจกว้างต่อคนยากจนเปรียบเสมือนให้พระยาห์เวห์ทรงขอยืม พระองค์จะทรงตอบแทนการกระทำของเขา (สภษ. 19:17)

แม้กระทั่งสัตว์ป่าก็จะถวายเกียรติแก่เรา คือหมาในและนกกระจอกเทศ เพราะเราให้น้ำในถิ่นทุรกันดารและให้แม่น้ำในที่แห้งแล้ง เพื่อประชากรที่เราเลือกสรรจะได้มีน้ำดื่ม ประชากรที่เราสร้างไว้สำหรับเราจะร้องสรรเสริญเรา (อสย. 43:20-21)

จงดูนกในอากาศเถิด มันมิได้หว่าน มิได้เก็บเกี่ยว มิได้สะสมไว้ในยุ้งฉาง แต่พระบิดาของท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงเลี้ยงมัน (มธ. 6:26)

นกกระจอกสองตัว เขาขายกันเพียงหนึ่งบาทมิใช่หรือ ถึงกระนั้น ก็ไม่มีนกสักตัวเดียวที่ตกถึงพื้นดินโดยที่พระบิดาของท่านไม่ทรงเห็นชอบ (มธ. 10:29)

เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ท่านทำสิ่งใดต่อพี่น้องผู้ต่ำต้อยที่สุดของเราคนหนึ่ง ท่านก็ทำสิ่งนั้นต่อเรา (มธ. 25:40)

นกกระจอกห้าตัวราคาขายสองบาทมิใช่หรือ แม้กระนั้นไม่มีนกสักตัวเดียวที่พระเจ้าทรงลืม (ลก. 12:6)

อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว จงเห็นแก่ผลประโยชน์ของผู้อื่นด้วย (ฟป. 2:4)
ทุกสิ่งที่พระเจ้าทรงสร้างเป็นสิ่งที่ดี และเราไม่ควรตัดสิ่งใดออกไป แต่ต้องรับด้วยความสำนึกในพระคุณ (1ทธ. 4:4)