ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณสุฑาทิพย์ ภู่หุ้มศรี
แฟนพาไปโบสถ์แล้วชอบ

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิกของ: คุณสุฑาทิพย์ ภู่หุ้มศรี

1. ข้อมูลส่วนตัว

       คุณสุฑาทิพย์ ภู่หุ้มศรี เกิดวันที่ 14 มกราคม 1994 อาชีพค้าขาย การศึกษา ปริญญาตรีคณะบริหารธุรกิจ การจัดการโรงแรม ม.พายัพ เชียงใหม่ เป็นคน จ.สมุทรสาคร

2. รู้จักศาสนาคริสต์คาทอลิกได้อย่างไร และเหตุผลที่ตัดสินใจเป็นคาทอลิกคืออะไร

        รู้จักจากทางพี่ท๊อป(แฟน) พอคบกัน พี่ท๊อปก็พาไปที่โบสถ์ หนูรู้สึกชอบ ก็เลยบอกเขาว่าอยากเปลี่ยนศาสนาก็เลยมาหาคุณพ่อ ถามว่าจะให้เรียนหรือให้เปลี่ยนได้ไหม เพราะสนใจศาสนาคริสต์

3. ก่อนการเรียนคำสอนคริสต์คาทอลิกมีความคิดและความรู้สึกอย่างไรกับศาสนาคริสต์และชาวคริสต์

          ก่อนเรียนก็ไม่ได้รู้สึกอะไร เฉย ๆ เพราะตั้งแต่เรียน ม.พายัพ ซึ่งเป็น ม.ของคริสเตียนก็พอรู้จักศาสนาคริสต์มาบ้างแล้ว แต่ยังไม่อิน พอมาคบกับพี่ท๊อปซึ่งเป็นคนศาสนาคริสต์ก็เลยสนใจมากขึ้น

4. หลังจากได้เรียนรู้แล้วรู้สึกอย่างไร

         คือ มันไม่เครียดเหมือนตอนที่เป็นพุทธ รู้สึกว่าชีวิตมันดีขึ้น ตั้งแต่รู้จักศาสนาคริสต์ ก็รู้สึกว่าคำสอนทางศาสนาคริสต์นั้นสอนให้คิดบวกเยอะ ทำให้ความเครียดเรามันน้อยลง

5. หลักคำสอนสำคัญอะไรที่รู้สึกดีมีประโยชน์ต่อชีวิต

          เกี่ยวกับชีวิตคู่และชีวิตแต่งงาน  ผัวเดียว เมียเดียว ซื่อสัตย์ต่อกัน เพราะมันใช้ได้ทุกข้อ จริง ๆ มันก็เลยรู้สึกว่ามีประโยชน์กับชีวิตคู่

6. วิธีการเรียนคำสอนที่คิดว่าเหมาะสมกับคนยุคปัจจุบันคืออะไร

          ศึกษาด้วยตนเองเพราะไม่ค่อยมีเวลา

7. รู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการไปโบสถ์ในวันอาทิตย์

            รู้สึกดีมากเลย เพราะหนูคิดว่าอาทิตย์นึงเราควรจะไปโบสถ์สัก 1 วัน เดิมนับถือศาสนาพุทธก็เป็นเพราะพ่อแม่เป็น แล้วก็ให้เราลงว่านับถือศาสนาพุทธแต่ก็ไม่ได้สอนอะไร คำสอนของศาสนาพุทธบางข้อมันก็เป็นไปไม่ได้ อย่างเช่น ห้ามฆ่าสัตว์เพราะในชีวิตจริง มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ฆ่ามัน แต่ของคริสต์เขาอิงเหตุและผล ที่มันทำได้จริง

8. พ่อแม่คิดอย่างไรเมื่อมานับถือศาสนาคริสต์

          เขาโอเคมาก แต่ตอนแรกเขาคิดว่า พอเปลี่ยนศาสนาแล้วแล้วจะมายุ่งกับทางพุทธไม่ได้เลย แต่ศาสนาคริสต์สามารถทำด้วยกันได้ ไปด้วยกันได้ และก็ให้เกียรติศาสนาของอีกฝ่ายด้วย พ่อแม่ก็เลยโอเค

9. การแก้บาปรับศีล ลำบากไหม

          ไม่เลย

10. ตอนล้างบาป รู้สึกอย่างไรบ้าง

          เหมือนได้ชีวิตใหม่อีกชีวิตหนึ่ง ได้ความคิดความอ่านด้วย

11. แฟนศรัทธาไหม

         เมื่อก่อนตอนหนูเป็นคริสต์ใหม่ ๆ หนูก็ศรัทธามากแต่พอหลัง ๆ ไม่ค่อยได้ไป พี่เขาก็จะเร้าให้ไปเพราะพี่เขาก็อยากไป

12.มีลูกหรือยัง

          ยังไม่มี หนูรู้ว่า ถ้าพระเจ้าให้มีตอนนี้จะลำบาก

13.เพื่อน ๆ ที่รู้ว่าเรามาเป็นคริสต์แล้วเป็นอย่างไรบ้าง

          หลายคนสนใจ แต่หนูยังไม่มีเวลาพาไปเรียนคำสอน แต่ก็เอาหนังสือที่ครูอี้ด(ครูคำสอน)ให้แจก 2 -3 คนที่สนใจ

14.คำถามที่เพื่อนมักจะถามเรื่องอะไร

           เรื่องพระบัญญัติ – เป็นเรื่องที่นำไปใช้ได้จริง เช่น เรื่อง ฆ่าคน

15.แต่ก่อนคิดว่า ศาสนาคริสต์ เป็นอย่างไร

        เมื่อก่อนเพื่อนจะคิดว่าศาสนาคริสต์คล้ายกับศาสนาอิสลาม แต่หนูจะบอกว่าไม่เหมือนกัน อย่างเราเจอพระเราก็ไหว้ได้ ไหว้เพราะเราเคารพ แต่ต่างศาสนากัน เพื่อนจะคิดว่าพอเปลี่ยนศาสนาแล้วจะมาร่วมพิธีอะไรไม่ได้ พ่อแม่ก็ยังชอบในจุดนี้มากเลย ทุกคนก็เข้าใจ และมีความสุข

16.มองศาสนาคริสต์ เป็นศาสนาที่ปิดไหม

           ใช่ค่ะ แต่พอหลังจากที่หนูแต่งงานก็มีคนสนใจศาสนาคริสต์เยอะมาก เขาสนใจพิธีของเรา และเขาก็มาถามว่าศาสนาคริสต์ดีอย่างไร เพราะหนูเป็นร้านค้าคนก็เข้ามาสนใจ และรูปปั้นที่หนูได้เมื่อวันแต่งงานก็เอาตั้งไว้ที่ร้าน พอคนเห็นก็ถาม ก็เข้าเรื่องไปเลย เพราะเมื่อก่อนเป็นหิ้งพระเก่าของพ่อ

            เวลาฟังคุณพ่อเทศน์ทำให้รู้สึกดีมาก ก่อนเข้าวัดมีเรื่องให้เครียด แต่พอออกมาก็สบายใจมากขึ้น ไปวัดวันอาทิตย์ก็จะดีขึ้น

 

เนื้อหาและบทเรียน