ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิก : คุณไมตรี จินดา
เส้นทางสู่การเป็นคาทอลิก : คุณไมตรี จินดา

1. ข้อมูลส่วนตัว
             ปัจจุบันอายุ 70 ปี เข้าเป็นคาทอลิกเมื่ออายุ 54 ปี การศึกษาจากโรงเรียนราชินี สาธิตจุฬา บางมด ฟิลิปปินส์ อเมริกา การศึกษาสูงสุดคือปริญญาโทด้านวิศกรโครงสร้าง เคยทำงานบริษัทสร้างเครื่องบินและกระสวยอวกาศในสหรัฐฯ ตั้งแต่อายุจาก 30-45 แล้วกลับเมืองไทยสร้างบริษัทปิ่นเกล้าเคหะภัณฑ์ สร้างตึกแถวและบ้านให้คนเช่า แถวๆ พุทธมณฑล

2. รู้จักศาสนาคริสต์ได้อย่างไร
          
ครอบครัวเป็นพุทธ พี่น้องอยู่เมืองไทย 3 คนอยู่อเมริกา 1 คน ตั้งแต่เด็ก ๆ มีเพื่อนที่สาธิตจุฬาฯ ทั้งที่เป็นโปสแตสตันท์และคาทอลิก ก็ไปโบสถ์กับเพื่อน เริ่มสนใจ พอไปอยู่ฟิลิปปินส์เข้าเรียนที่ซานคาลอสยูนิเวอร์ซิตี้ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยคาทอลิกก็ยังคงไปโบสถ์ ไปร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ต่อมาเรียนที่ซีเอสเติ้ลยูนิเวอร์ซีตี้ก็เป็นของคาทอลิกอีกและเป็นมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐดำเนินการโดยคณะเยซูอิต แล้วก็ต่อที่ยูนิเวอร์ซิตี้ออฟวอชิงตัน ในระหว่างนั้นได้ไปโบสถ์ ได้คุยกับบาทหลวงก็ชอบ ท่านเป็นคนหนักแน่น รักเพื่อนมนุษย์เป็นเพื่อนที่ดี สนิทกับท่านจนท่านชวนให้บวชเป็นบาทหลวง ที่สำคัญได้เรียนวิชาปรัชญากรีกที่มหาวิทยาลัยทำให้เรียนรู้ว่ามีหลายอย่างที่นักปรัชญาเองหรือผู้รู้ไม่สามารถหาตอบได้ หนึ่งในนั้นก็คือโลกเกิดขึ้นมาได้อย่างไร คำสอนของเปลโตและอริสโตเติ้ลตอบว่า เกิดขึ้นจากความดีงามของผู้ที่ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด จึงทำให้คิดต่อไปจนยอมรับว่ามีพระเจ้าเป็นผู้สร้าง พระองค์ทรงเป็นความดีสูงสุดนั้นเอง พอมีลูกก็พาลูกไปโบสถ์ไปร่วมกิจกรรม

3. สาเหตุที่ตัดสินใจมาเป็นคาทอลิก
            ผมเป็นวิศวกรเครื่องบิน ตัวเลขในกระดาษที่เป็นพัน ๆ แผ่น ผมจะต้องรู้ที่มา อ้างอิงได้ ไม่ใช่สมมุติขึ้นมาแล้วก็ไปใส่ในรายการคำนวณมันไม่ได้ มันต้องมีที่ไปที่มา จากทฤษฎี จากหลักการอะไร  ชีวิตคนก็เหมือนกันเราจะเชื่อเราจะทำอะไรสักอย่างมันต้องมาจากหลักฐานที่อ้างอิงได้ สิ่งดีสิ่งถูกต้องในโลกนี้มีเยอะแยะ คาทอลิกก็มี ศาสนาอื่นก็มี แต่สิ่งที่เราจะเชื่อเพื่อนำทางชีวิต มีสิ่งเดียวเท่านั้นที่เราจะยึดไว้จนกว่าชีวิตจะหาไม่ เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทยตอนอายุ 45 ก็ได้มาเรียนคำสอนอย่างจริง ๆ จัง ๆ ที่โบสถ์อัสสัมชัญบางรักกับคุณพ่อเอกรัตน์ หอมประทุม สนใจคำสอนและพระคัมภีร์ทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ ยิ่งเรียนยิ่งซาบซึ้งยิ่งรู้

4.ชีวิตที่เปลี่ยนไปมีอะไรบ้าง
          
เหมือนตายแล้วเกิดใหม่ เคยโมโหเอาปืนไปยิงเขา โดนรอลงอาญาสองปี สมัยนี้ไม่ต้องใช้ปืน ใช้คำพูดใช้ใจที่บริสุทธิ์ที่รักเอื้อเฟื้อ จะมีใครมายิงผมถ้าผมรักคุณ ผมเข้าใจคุณ ผมอยากเป็นเพื่อนของคุณ แล้วเขาจะมายิงเราหรือ ข้อสำคัญเราต้องรักคนอื่น ไม่มีคนชั่วในโลก มีคนที่น่าสงสาร สรุปคำสอนมากมายได้สั้น ๆ ว่าคนเราในการทำงานต้อง หนึ่งรักคนอื่น สองยุติธรรม นี่คือพระอาณาจักรของพระเจ้า ถ้ามีสองอย่างนี้จะทำอะไรก็ได้ ง่ายในความเข้าใจ ง่ายในการปฏิบัติ เราอ่านมากมาย แต่ถ้าเรามีเวลาก็ช่วยเตือนสติเรา จงรักเพื่อนมนุษย์และบริหารด้วยความยุติธรรม อาณาจักรของพระเจ้าไม่มีรั้ว แต่อยู่ที่ใจและขยายได้ไม่มีขอบเขต ทำให้ใจเรารักคนอื่น แต่ก่อนผมรักไม่ได้ เดี๋ยวนี้รักหมด แล้วก็ยุติธรรม ไม่คิดอะไรเข้าข้างตนเองว่าตนเองถูกเสมอ ไม่ยอมเสียสละ ไม่ยอมให้อะไรใคร โมโหฉุนเฉียวกับคนอื่นก็ไม่ได้ ความรักคือการให้อภัย ไม่ใช่เรื่องของการหาผัวหาเมียแต่งงานกัน มีลูกสืบวงศ์สกุล แต่เป็นการให้อภัยและเสียสละ ความรักมีสามชนิด คือ รักแบบคนในครอบครัวรักกัน รักแบบความใคร่ และที่สูงสุดคือรักแบบอากาเป รักด้วยความหวังดี รักที่บริสุทธิ์ รักที่ให้ รักที่มีเมตตากรุณา เหมือนพระเจ้ารักเรา เรารักใครต้องรักด้วยใจจริง ไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งสิ้น ทำให้ผมมีความรู้สึกว่าอยากจะสอนอยากจะบอกคนทั่วโลก อยากจะให้อะไรต่อสังคมเหลือเกิน แต่ไม่ค่อยมีคนหยุดฟังเราหรอก พวกเขาลืมพระเจ้าไป แต่พระเจ้าจะไม่หายไปจากโลกนี้ เพราะคนเรามีความปัญหามีความทุกข์เยอะแยะไปหมด

5.ข้อแนะนำเพื่อการเรียนรู้จักคาทอลิก
         
จากประสบการณ์ มีสิ่งหนึ่งที่ผมได้เรียนรู้ด้วยตนเอง คือ ผมเห็นว่า ทุกศาสนามีประโยชน์ แล้วแต่จะนำมาใช้อย่างไร มนุษย์จะเอาสิ่งที่ดีมารวมในตัวเรา

           ผมได้เรียนปรัชญาหลายหน่วยกิต ปรัชญาพูดถึงสภากรีกได้ถกเถียงกันเรื่องความจริงคืออะไร ซึ่งที่ไม่มีใครตอบได้ โลกเกิดขึ้นได้อย่างไร

 “การอ่านพระคัมภีร์ทำให้รักพระเจ้าให้คลุกรุ่นในใจตลอดเวลา”          นักปรัชญากรีกอริสโตเติ้ลบอกว่า คนเวลาตกใจในเรื่องที่หาคำตอบไม่ได้ ขอให้นึกถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเป็นผู้สร้าง คือเป็นความดี ความดีจึงสร้างโลก พระเจ้าให้เรามีสันติสุข แต่สันติสุขเป็นของขวัญที่มนุษย์จะต้องให้แก่กัน มีต่อกันคือ ความรัก ต้องทำให้เกิดขึ้น ความรักคืออะไร ให้ดูบทจดหมายของนักบุญเปาโลถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 บทที่ 13 ข้อที่ 4 เป็นต้นไป เราเชื่อว่าโลกมาจากพระเจ้า พระเจ้าเป็นคำตอบ มนุษย์อ่อนแอต้องมีคนช่วยเหลือเรา

          คนที่เข้ามาเรียนคำสอนใหม่ต้องเข้าใจก่อนว่าโลกสร้างมาจากความดี ความดีคือพระเจ้า  เราต้องสรุปกัน พอเรียนปรัชญาเสร็จ ไปเรียนเทวศาสตร์ได้  จากนั้นได้อ่านพระคัมภีร์ “การอ่านพระคัมภีร์ทำให้รักพระเจ้าให้คลุกรุ่นในใจตลอดเวลา”

           โดยในขณะนั้นก็ได้ศึกษาและแปลพุทธศาสนาเป็นภาษาอังกฤษ คนก็ดีใจนึกว่าผมจะกลับไปพุทธศาสนา ผมก็ตอบว่าความดี ความถูกต้องมันมีอยู่หลายที่หลายหนหลายแห่ง แต่ความดีที่สุดที่เราจะให้ความเชื่อตลอดไปจนถึงบั้นปลายของชีวิตเรานั้นมีอยู่อย่างเดียวเท่านั้น เราจะนับถืออะไรอย่างมากมายจนชีวิตจะหาไม่เราก็ต้องรู้เขารู้เรา รู้ว่าที่อื่นเขาเชื่ออะไร ธรรมชาติของมนุษย์เป็นอย่างไร แล้วก็มีความเชื่อว่า mixed blood provides the intellectual child เลือดผสมทำให้เด็กฉลาด บางทีการนำเอาคำสอนของสองศาสนาเข้ามาอยู่ในตัวเราก็ทำให้เราเป็นคนที่สมบูรณ์ได้ง่ายขึ้นอีก แล้วผมก็มานั่งคิดว่าพระเจ้าทรงส่งพระเยซูเจ้ามา แล้วก็ส่งพระจิตเจ้ามา แตะไหล่ซ้ายขวาเป็นพระจิตเจ้า แล้วพระจิตเจ้าจะเข้ามาในจิตใจของเราได้อย่างไร มันยากที่จะเข้าใจได้ว่ามีพระเจ้าอีกองค์หนึ่งมาชำระจิตใจเราให้บริสุทธิ์ ให้เราเดินอยู่ในสายกลางไม่ยึดติด และก้าวเดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงปลอดภัย  แต่พอมาค้นคว้าในพุทธศาสนาแล้ว พระพุทธเจ้าให้มี ศีล สมาธิและปัญญา คือเราต้องมีศีล 5 ข้อ แล้วรู้จักนั่งสมาธิ รู้จักคิดว่าอะไรถูกอะไรผิด แล้วปัญญาจึงเกิด สำหรับผมแล้ว ปัญญานั้นแหละคือพระจิตเจ้า เราควรเอาสามสิ่งนี้มาใช้ในคำสอนเรา พระจิตเจ้ามาจากอะไร จากคนเป่าลม หรือจากเมฆ หรือแสงแดด หรือจากหยดน้ำ หรืออะไรต่างๆ มันไม่ใช่ แต่มาจากจิตใจของเรา ที่เรามีศีลห้าหรือบัญญัติสิบประการ แล้วเราก็มีสมาธิ คิดหยุดฟังผู้อื่น หัดคิดหัดฟังผู้อื่น แล้วปัญญาก็จะเกิด เมื่อปัญญาเกิด เราก็มีมรรคแปด คือ ความชอบแปดประการ คิดชอบ ทำชอบ....ถ้าประยุกต์กัน ให้ค้นในไบเบิ้ล เพราะมีกล่าวไว้ แล้วเรานำมาประยุกต์เราจะได้ perfect man

6. แนะนำการสอนคำสอนอย่างไร
             
ให้คนที่เข้ามาเป็นคาทอลิก เรียนรู้พระบัญญัติสิบประการ อ่านเรื่องราวชีวิตของพระเยซูเจ้า เป็นต้นให้รักผู้อื่น จริงอยู่การให้รักคนอื่นแบบที่พระจิตเจ้าทรงนำเป็นเรื่องยาก แต่ถ้าเรามีสมาธิรู้จักฟังมากกว่าพูด คิดก่อนตัดสินใจ ปัญญาดี ๆ ย่อมเกิดขึ้น นั่งอยู่เฉย ๆ พระจิตเจ้าไม่สามารถเข้ามาในใจของเราได้ คนมาเรียนลองพูดศีล สมาธิ ปัญญาแต่เราพูดอีกรูปแบบหนึ่ง ศีลคือบัญญัติสิบประการ สมาธิคือการฟังผู้อื่นก็จะมีปัญญาค่อย ๆ รู้จักคิดไตร่ตรอง หาความจริง ความถูกต้อง Truth fact and reality ความจริงที่เราใฝ่ฝันหาพระเจ้า เราเอาทั้งสองมาประกบกัน แล้วพูดในภาษาไบเบิ้ล

                อินเดียในสมัยนั้นคนเห็นแก่ตัว แก่งแย่งกัน อดอยาก ท่านถึงได้คิดทฤษฎีนี้ขึ้นมา แล้วเป็นที่นิยม เราก็ควรใช้โครงสร้างนี้ แต่ในรูปของไบเบิ้ล

ตอบคำถามได้

  • เรื่องอริยสัจสี่ คาทอลิกเราบอกว่ามนุษย์มีบาปติดตัวมาแต่กำเนิด พุทธศาสนาบอกเรามีเงาติดตัว สองให้ระวังอารมณ์ ให้แก้ไข เดินออกไป ให้มองอย่างเข้าใจเขา อย่าไปรังเกียจเขา สามเมื่อโลภโกรธหลงเกิดขึ้น เราต้องเดินสายกลาง บังคับตน เข้าใจคนอื่นและปฏิบัติด้วยตัวเราเอง สี่มรรคแปด คือ ความดีความถูกต้องจะเกิดขึ้นในใจเสมอ ของไม่ดีเราไม่ทำ ไม่โกหก ผสมผสานกันนิดหน่อยทำให้ง่ายเข้าใจเร็วขึ้น
  • เรื่องในไบเบิ้ล เราเรียนไปตามลำดับว่างก็มาฟัง ก็อ่าน ไปโบสถ์สี่ห้าปีก็ครบ สำคัญทำอย่างไรให้พระจิตเข้ามาใจจิตใจของเรา ตาเหยี่ยวหมายถึงอะไรมันต้องมีอะไรลึกกว่านั้น
  • ทำตัวให้ดี รู้จักเงียบฟัง แล้วปัญญาจะเกิดโดยการฝึกฝน

7. การไปวัดวันอาทิตย์รู้สึกอย่างไร
         
การเตือนใจให้เราทบทวนคำสอน ได้เรียนรู้อยู่เสมอ มนุษย์ต้องเรียนรู้อยู่เสมอ ทุกวันอาทิตย์มีประโยชน์มาก เป็นการเรียนรู้ ฟังพระคัมภีร์ ฟังคำอธิบาย อย่างน้อยมาเจอคุณพ่อที่รักเรา ใจดีต่อเรา ห่วงใยเรา เราก็มีความสุขแล้ว แล้วเราก็กลับบ้านไปถ่ายทอดความสุขให้ลูกหลาน เพื่อนบ้านของเราทุกคน

เนื้อหาและบทเรียน