ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCCESE

บทเทศน์เพื่องานแพร่ธรรม
สัปดาห์ที่สองของเดือนตุลาคม
วันที่   : 9 ตุลาคม 2011 (สัปดาห์ที่ 28 เทศกาลธรรมดา)
หัวข้อเรื่อง  : การประกาศพระวรสารใหม่ 2
บทอ่าน  : อสย 25:6-10 ฟป 4:12-14,19-20 มธ 22:1-4

             สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2  ทรงตรัสไว้ว่า  “ไม่เพียงพอที่จะค้นพบพระคริสตเจ้า  เราต้องนำพระคริสตเจ้าไปให้ผู้อื่นด้วย”  ในขณะที่เราฉลองเดือนแห่งการแพร่ธรรมสากล  สมเด็จพระสันตะปาปาเบเนดิกต์ที่ 16  ทรงอ้างถึงข้อความในพระวรสารว่า  “พระบิดาทรงส่งเรามาฉันใด  เราก็ส่งท่านทั้งหลายไปฉันนั้น”  (ยน 20:21)   เป็นการปลุกเร้าบรรดาผู้มีความเชื่อในพระคริสตเจ้าแต่ละคนว่าไม่เพียงแค่ค้นพบพระคริสตเจ้าเท่านั้น  แต่ต้องนำพระองค์ไปให้ผู้อื่นด้วยการเป็นพยานถึงงานและพระวาจาของพระองค์


             เราสามารถไตร่ตรองว่าเราจะนำพระคริสตเจ้าไปให้ผู้อื่นและเป็นพยานถึงพระวาจาของพระเจ้าได้อย่างไรในสามเรื่องที่สำคัญคือ   
             ประการแรก  เป็นพยานยืนยันถึงพระวาจาของพระเจ้าไม่ใช่ที่การ “มีคุณสมบัติดีพร้อม”   แต่สำหรับผู้ที่เต็มใจ  และมีความมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมพระอาณาจักรของพระเจ้า
             พระเยซูเจ้าทรงมอบหมายให้บุคคลธรรมดาเช่นเราแต่ละคนให้เป็นพยานถึงงานและพระวาจาของพระองค์   พระองค์ต้องการคนธรรมดาที่สามารถรับมอบหมายและกระทำได้ดีเป็นพิเศษ  พระองค์ทรงเชิญเราไม่ใช่อย่างที่เราเป็น  แต่ในสิ่งที่เราจะสามารถกลายเป็นผู้ที่อยู่ภายใต้การนำทางของพระองค์  ดังนั้น  เมื่อพระเจ้าทรงเรียกเราให้ติดตามพระองค์  เราต้องคิดว่าเราไม่มีอะไรจะมอบให้พระองค์ได้เลย  องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงใช้พระพรจากบุคคลธรรมดาเช่นเรา ที่สามารถให้และสามารถใช้พระพรเหล่านั้นเพื่อพระสิริรุ่งโรจน์ที่ยิ่งใหญ่กว่าของพระอาณาจักรของพระองค์  ดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า  “พระเจ้าไม่ได้เรียกที่คุณสมบัติ  แต่พระองค์ทรงให้คุณสมบัติของผู้ที่ทรงเรียก”

             ประการที่สอง  การเป็นพยานถึงพระวาจาของพระเจ้าต้องขึ้นอยู่กับพระญาณเอื้ออาทรของพระเจ้าอย่างหมดสิ้น พระเจ้าไม่ทรงสามารถเอาชนะในความมีใจกว้างขวางของพระองค์ โดยเฉพาะกับคนงานในสวนองุ่นของพระองค์  พระองค์ทรงสัญญาอยู่เสมอว่าจะทรงประทานสิ่งที่จำเป็นสำหรับพวกเขาเพื่อการบรรลุถึงพระอาณาจักรของพระองค์  ในขณะที่เรามอบทุกอย่างของเราแด่พระองค์  เราจำเป็นต้องมอบความไว้วางใจของเราทั้งหมดในพระองค์  เพียงพระเจ้านั้นก็เพียงพอ

             ประการที่สาม  การเป็นพยานถึงพระวาจาของพระเจ้า  เราต้องทั้งถูกเปลี่ยนแปลงและเปลี่ยนแปลงในฐานะที่เป็นผู้แพร่ธรรมของพระเจ้า  การเป็นพยานของเราส่วนใหญ่ไม่ใช่มาจากถ้อยคำที่เราพูด แต่ด้วยการไตร่ตรองถึงพระเมตตาของพระเจ้าและความรักที่มีอยู่  ให้เราจำไว้ว่าเราเทศน์สอนด้วยชีวิตของเราได้ดีกว่าการเทศน์สอนด้วยปาก  ด้วยเหตุนี้ เ ราต้องเรียงลำดับถ้อยคำที่เราประกาศเพื่อว่าจะได้สัมผัสกับหัวใจและเปลี่ยนแปลงทุกๆ ชีวิตของผู้ที่ได้รับฟัง

                 พึงจำพระดำรัสของสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ที่ว่า  “ไม่เพียงพอที่จะค้นพบพระคริสตเจ้า  เราต้องนำพระคริสตเจ้าไปให้ผู้อื่นด้วย”

เนื้อหาและบทเรียน

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์