ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

Catechesi Tradendae | ข้อ 29 องค์ประกอบที่จะต้องไม่ละเลย

📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 29
บทที่ 4 แหล่งที่มาของข่าวดีทั้งหมด

องค์ประกอบที่จะต้องไม่ละเลย

     29. ในพระดำรัสเตือนเรื่อง “การประกาศพระวรสารในโลกปัจจุบัน” บทที่ 3 สมเด็จพระสันตะปาปาองค์เดียวกันก็ได้ย้ำถึง “เนื้อหาที่เป็นแก่นสาระที่เป็นชีวิต” ของการประกาศพระวรสาร (25: AAS 68, [1976], 23) การสอนคำสอนก็ต้องคำนึงถึงองค์ประกอบเหล่านั้น พร้อมกับวาดภาพรวมขององค์ประกอบเหล่านั้นด้วย

            ข้าพเจ้าจะขอกล่าวในวงจำกัดสัก 1 หรือ 2 หัวข้อเท่านั้น เช่น ใคร ๆ ก็ย่อมเห็นความสำคัญของการชักนำเด็ก ๆ เยาวชน และคนทั่วไปที่กำลังก้าวหน้าในความเชื่อ ให้มาเข้าใจ “สิ่งที่สามารถเข้าใจได้เกี่ยวกับพระเจ้า” (รม. 1:19) อย่างน้อยก็เพื่อที่จะสามารถบอกกับพวกเขาได้ว่า “ผู้ที่ท่านกราบไหว้โดยที่ยังไม่รู้จักนั้น บัดนี้ข้าพเจ้ามาประกาศให้ท่านรู้จักแล้ว” (กจ. 17:23) หรือเพื่อที่จะสรุปให้พวกเขาอย่างสั้น ๆ (เทียบ อฟ. 3:3) ถึงรหัสธรรมแห่งพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งมาบังเกิดเป็นมนุษย์และบันดาลความรอดให้แก่มนุษย์โดยอาศัยการสิ้นพระชนม์และการกลับคืนพระชนม์ของพระองค์ ทั้งยังอาศัยคำสั่งสอนและกิจการที่พระองค์ได้ทรงกระทำและศีลศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งการประทับอยู่อย่างถาวรของพระองค์ในท่ามกลางพวกเราอีกด้วย

              บรรดาพระสังฆราชที่มาประชุมสมัชชาต่างก็ได้รับการดลใจและเรียกร้องว่า อย่าให้มีการลดฐานะของพระเยซูคริสตเจ้า ลงมาเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น หรือลดคำสั่งสอนของพระองค์ลงมาเป็นแค่ระดับโลกเท่านั้น แต่จะต้องยืนยันรับรองว่า พระองค์ทรงเป็นพระบุตรของพระเจ้า ทรงเป็นคนกลาง ที่ทำให้เราสามารถเข้าถึงพระบิดาในองค์พระจิตได้โดยเสรี (เทียบ อฟ. 2:18)

              สิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นประจักษ์แก่สติปัญญาและจิตใจ ด้วยความสว่างแห่งความเชื่อซึ่งการประทับอยู่ของพระคริสต์โดยรหัสธรรมของพระศาสนจักร ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของมนุษย์ที่เป็นคนบาป แต่ได้รับการบันดาลให้ศักดิ์สิทธิ์ และประกอบขึ้นเป็นครอบครัวของพระเจ้า ที่ได้ทรงรวบรวมให้มาอยู่ด้วยกันภายใต้การนำของบุคคลที่ “พระจิตได้ทรงแต่งตั้งให้เป็นผู้พิทักษ์ เพื่อเลี้ยงดูพระศาสนจักรของพระเจ้า” (กจ. 20:18)

              สิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งก็คือ จะต้องอธิบายให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติซึ่งผสมผสานด้วยพระหรรษทานและบาป ความยิ่งใหญ่และความอัปยศ ได้ถูกพระเจ้าโอบรับเอาไว้ในองค์พระบุตรพระเยซูคริสต์ “เป็นนิมิตแทนยุคที่จะมาถึง”

               ในที่สุด เป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องแสดงให้เห็นอย่างเปิดเผยถึงความต้องการที่เรียกร้องการปฏิเสธตนเอง แต่ในเวลาเดียวกันก็นำความยินดีมาให้ด้วย เป็นความต้องการที่อัครสาวกเปาโลมักจะเรียกว่า “ชีวิตใหม่” (รม. 6:4) “การสร้างใหม่” (2 คร. 5:17) “อยู่กับพระคริสต์” (2 คร. 5:17) และ “ชีวิตนิรันดรในพระคริสต์” (รม. 6:23) ซึ่งก็มีความหมายตรงกันว่า “มีชีวิตอยู่ในโลกนี้ แต่ดำเนินชีวิตตามมหาบุญลาภของพระคริสต์และได้รับเรียกให้เจริญก้าวหน้าและปฏิรูปตนเองในบั้นปลาย”

                ด้วยเหตุนี้ ในการสอนคำสอน ความสำคัญจึงอยู่ที่การสร้างมโนธรรมส่วนบุคคลที่จะอุทิศตนเพื่อชีวิตและโลก ตามแนวทางพระวรสารและตามแบบชีวิตคริสตชน ไม่ว่าการกระทำเช่นนั้นจะถูกจัดว่าเป็นวีรกรรมหรือความตื้นเขินก็ตาม นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรมแบบคริสตชน หรือคุณธรรมตามพระวรสาร

                นอกจากนี้ ในการอบรมบ่มเพาะความเชื่อ การสอนคำสอนต้องไม่ละเลยความเป็นจริง และต้องให้คำอธิบายอย่างเหมาะสม เช่น กิจกรรมเพื่อการลุอิสรภาพอย่างสมบูรณ์ของมนุษย์ การแสวงหาสังคมที่มีความสมานฉันท์และภราดรภาพมากขึ้น หรือการต่อสู้เพื่อความยุติธรรมและสันติภาพ

               นอกจากนี้ไม่ควรคิดไปว่า แง่มุมต่าง ๆ ที่กล่าวมาเกี่ยวกับการสอนคำสอนนี้เป็นสิ่งใหม่ทั้งหมด เพราะอันที่จริงก็มีมาตั้งแต่สมัยปิตาจารย์แล้ว จะขอยกตัวอย่างเพียงสองท่านคือ นักบุญอัมโบรส และนักบุญยอห์น คริสซอสโตม ซึ่งก็ได้เน้นข้อเรียกร้องของพระวรสารในแง่ที่ว่า จะมีผลกระทบทางด้านสังคม

               และในยุคสมัยของเรานี้ ก็มีหนังสือคำสอนของพระสันตะปาปา ปีโอ ที่ 10 ซึ่งได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่ากดขี่คนจนและโกงค่าจ้างคนงานเป็นบาปประการหนึ่ง ที่เรียกร้องการแก้แค้นจากพระเจ้า และโดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่มีพระสมณสารชื่อ Rerum Novarum (ว่าด้วย เงื่อนไขของการทำงาน) เป็นต้นมา แง่มุมทางสังคมก็ได้บรรจุอยู่ในคำสอนของสมเด็จพระสันตะปาปา และพระสังฆราชอย่างจริงมาตลอด
พระสังฆราชที่มาร่วมประชุมหลายองค์กรกล่าวอย่างมีเหตุผลว่า ให้บรรจุมรดกล้ำค่าคือ การสอนคำสอนด้านสังคมของพระศาสนจักรไว้ในรูปแบบที่เหมาะสมในการสอนคำสอนแก่สัตบุรุษด้วย

— นักบุญสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอลที่ 2
Catechesi Tradendae (การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน), ข้อ 29

เนื้อหาและบทเรียน