
พระเจ้าพร้อมรับฟังเราเสมอในทุกกรณี
ขอให้พระวาจาพระเจ้าช่วยเราให้พร้อมที่จะรับฟังผู้อื่นด้วยเช่นกัน
ข้าแต่พระยาห์เวห์ ขอทรงวางยามเฝ้าปากของข้าพเจ้าไว้ ขอทรงวางยามไว้ตรงประตูริมฝีปากของข้าพเจ้า (สดด. 141:3)
ผู้มีปรีชาฟังแล้วก็จะมีความรู้เพิ่มขึ้น ผู้ที่มีความรู้อยู่แล้วจะได้แนะนำผู้อื่นต่อไป (สภษ. 1:5)
จงเงี่ยหูรับฟังปรีชาญาณ และเอียงใจแสวงหาความเข้าใจ (สภษ. 2:2)
ผู้ปฏิบัติตามคำสั่งสอนย่อมอยู่ในวิถีไปสู่ชีวิต แต่ผู้ปฏิเสธคำตักเตือนย่อมหลงทาง (สภษ. 10:17)
คนพูดมากมีโอกาสพูดผิด ผู้ที่ควบคุมปากของตนย่อมเป็นคนรอบคอบ (สภษ. 10:19)
คนโง่เขลาคิดว่าความประพฤติของตนถูกต้อง แต่ผู้มีปรีชาย่อมฟังคำแนะนำของผู้อื่น (สภษ. 12:15)
ผู้ควบคุมคำพูดเป็นผู้มีความรู้ ผู้มีจิตใจเยือกเย็นเป็นคนฉลาด (สภษ. 17:27)
ถ้าคนโง่เขลาไม่พูด คนอื่นก็คิดว่าเขาเป็นผู้มีปรีชา ถ้าเขาหุบปาก คนอื่นก็คิดว่าเขาเป็นผู้ฉลาด (สภษ. 17:28)
คนโง่เขลาไม่ชอบแสวงหาความเข้าใจ แต่ชอบแสดงความคิดเห็นของตน (สภษ. 18:2)
การตอบก่อนจะฟังคำถาม เป็นความโง่เขลาและน่าอับอาย (สภษ. 18:13)
ใจฉลาดย่อมได้ความรู้ หูของผู้มีปรีชาแสวงหาความรู้ (สภษ. 18:15)
จงฟังคำแนะนำและรับคำตักเตือน ท่านจะมีปรีชาในอนาคต (สภษ. 19:20)
ลูกเอ๋ย ถ้าลูกเลิกฟังคำสั่งสอนของพ่อ ลูกจะหลงไปจากถ้อยคำที่ให้ความรู้ (สภษ. 19:27)
ผู้รักษาปากและลิ้นของตน ย่อมปกป้องตนเองจากความยากลำบาก (สภษ. 21:23)
เมื่อท่านจะเรียกขานเรา มาหาเรา และอธิษฐานภาวนาต่อเรา เราจะฟังท่าน (ยรม. 29:12)
ถ้าท่านไม่ยอมฟัง ไม่ใส่ใจที่จะถวายเกียรติแก่นามของเรา พระยาห์เวห์จอมจักรวาลตรัส เราจะส่งคำสาปแช่งมาเหนือท่าน เราจะเปลี่ยนพระพรที่ท่านหวังจะได้รับให้เป็นคำสาปแช่งอันที่จริง เราได้สาปแช่งพระพรนี้แล้ว เพราะท่านไม่ได้ใส่ใจจริง (มลค. 2:2)
ใครมีหู ก็จงฟังเถิด (มธ. 11:15)
ถ้าพี่น้องของท่านทำผิดจงไปตักเตือนเขาตามลำพัง ถ้าเขาเชื่อฟัง ท่านจะได้พี่น้องกลับคืนมา (มธ. 18:15)
พระองค์ตรัสอีกว่า “จงตั้งใจฟังให้ดี ท่านตวงให้เขาอย่างไร เขาก็จะตวงให้ท่านอย่างนั้น และจะเพิ่มให้อีกด้วย (มก. 4:24)
พระองค์ตรัสตอบว่า “คนทั้งหลายที่ฟังพระวาจาของพระเจ้าและปฏิบัติตามย่อมเป็นสุขกว่านั้นอีก” (ลก. 11:28)
แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา (ยน. 10:27)
ดังนั้น ความเชื่อจึงมาจากการฟัง สิ่งที่ได้ฟังก็มาจากพระวาจาของพระคริสตเจ้า (รม. 10:17)
อย่าเห็นแก่ผลประโยชน์ของตนฝ่ายเดียว จงเห็นแก่ผลประโยชน์ของผู้อื่นด้วย (ฟป. 2:4)
ดังนั้น จงให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และจงช่วยเสริมสร้างซึ่งกันและกันดังที่ท่านกำลังกระทำอยู่แล้วนี้เถิด (1ธส. 5:11)
ไม่กล่าวร้ายผู้ใด หลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาท มีความอดกลั้นและสุภาพอ่อนโยนต่อทุกคน (ทต. 3:2)
เราจงพิจารณาหาทางปลุกใจกันและกันให้มีความรักและประกอบกิจการดี (ฮบ. 10:24)
พี่น้องที่รัก พึงตระหนักว่า ทุกคนจงฉับไวที่จะฟัง แต่ช้าที่จะพูด และช้าที่จะโกรธ (ยก. 1:19)
จงปฏิบัติตามพระวาจา มิใช่เพียงแต่ฟัง ซึ่งเท่ากับหลอกตนเอง (ยก. 1:22)
ผู้ใดคิดว่าตนเป็นคนเลื่อมใสศรัทธาแต่ไม่ควบคุมลิ้นของตน ผู้นั้นย่อม หลอกลวงตนเอง ความเลื่อมใสศรัทธาของเขาย่อมไร้ค่า (ยก. 1:26)