ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2012
สวัสดีคุณครู 
            พระวาจาของพระเจ้าประจำสัปดาห์นี้ พูดถึงบทบาทของพระเยซูเจ้าในฐานะที่เป็นครูผู้สอน “พระองค์เสด็จเข้าไปในศาลาธรรมและทรงเริ่มสั่งสอน คำสั่งสอนของพระองค์ทำให้ผู้ฟังรู้สึกประทับใจอย่างมาก เพราะทรงสอนเขาอย่างทรงอำนาจไม่เหมือนธรรมาจารย์”(มาระโก 1:21-22)


บทบาทหนึ่งของพระเยซูเจ้าคือ ทรงเป็น “คุณครู”
           เมื่อพูดถึงครูแล้ว หลายท่าน(ที่อายุชักมากขึ้น)คงนึกถึงคุณครูในอดีตของท่าน ถ้าจะถามว่าคุณครูที่ท่านประทับใจและยังคงจดจำได้จนถึงปัจจุบันคือครูท่านใด และทำไมจึงจดจำได้อย่างแม่นยำ...ผมคิดว่าคำตอบของหลายๆท่านคงจะเป็นคุณครูที่เคร่งครัดหรือดุๆหน่อย ครูที่เอาจริงเอาจัง เคยถูกท่านลงโทษ อะไรทำนองนี้

             มีคุณพ่อท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า คุณครูที่ท่านและเพื่อนๆไม่ชอบหรือพากันเซ็งอย่างไม่ได้นัดหมาย คือ คุณครูท่านหนึ่ง...(ไม่ขอเอ่ยชื่อ) พวกนักเรียนคิดว่าท่านทำอะไรที่ “มากเกินไป” เคร่งเกินไป เอาจริงเอาจังมากเกินไป ถ้านักเรียนคนใดไม่ทำการบ้านมาส่งตามกำหนด หรือทำส่งแบบไม่ตั้งใจ จะต้องโดนลงโทษอย่างจริงจัง ไม่มีการยกเว้น ไม่มีหลายมาตรฐาน  สำหรับตัวของครูเองแล้ว เมื่อต้องเคร่งครัดเช่นนี้ ครูก็ต้องทำงานหนัก ต้องกวดขันลูกศิษย์ ต้องตรวจงานอย่างละเอียด ต้องรู้จักเด็กๆเป็นรายบุคคล ต้องแก้ไขงานให้แต่ละคน คุณครูท่านนี้มีคติพจน์ประจำตัวและมักจะบอกลูกศิษย์เสมอๆว่า “Laziness saves nobody” (ความเกียจคร้านไม่ช่วยใครเลย) สำหรับนักเรียนที่ทำงานไม่เรียบร้อย ไม่ตั้งใจ ไม่ถูกต้อง คุณครูจะเขียนความเห็นกำกับในท้ายของงานว่า “LSN” ใครที่ได้รับเจ้ารหัสนี้แสดงว่าโดนใบเหลืองแล้ว และถ้าโดนบ่อยๆคงต้องลำบากแน่ ลูกศิษย์ทุกคนทราบดีในเรื่องนี้ และเมื่อมีการชุมนุมศิษย์เก่า พวกลูกศิษย์พากันเรียกครูของเขาว่า “คุณครู LSN” ก็เพราะความเอาจริงเอาจังของคุณครูนี้แหละที่ทำให้พวกเขาได้ดีในปัจจุบัน

            หันมาพิจารณาพระวาจาของพระเจ้าประจำวันอาทิตย์นี้ ผมมีข้อคิดสองประการ คือ (หนึ่ง)ประชาชนประทับใจที่เห็นพระเยซูเจ้า “ทรงสั่งสอนอย่างทรงอำนาจ” (สอง)ปีศาจรู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแต่ไม่ได้ศรัทธา “เรารู้ว่าท่านเป็นใคร ท่านเป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้า” (มาระโก 1:24)

           เมื่อได้อ่านพระวาจาต่อไปจะเห็นว่าพระเยซูเจ้า ได้สั่งปีศาจว่า “จงเงียบ และออกไปจากผู้นี้” แล้วปีศาจหรือจิตชั่วร้ายก็ออกจากชายผู้นั้น อำนาจของพระองค์คือการขับไล่ความชั่วร้ายที่สิงอยู่ในใจของชายผู้นั้น พระเยซูเจ้าไม่ได้ทรงสอนวิชาความรู้อะไรอื่น ความเป็นครูของท่านคือการสอนให้คนเป็นคนดี ใครที่หลงผิดให้กลับมาดำเนินชีวิตในทางที่ถูกต้อง พระเยซูเจ้าทรงเปลี่ยนแปลงจิตใจของผู้คนได้ ดังนั้นสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากชีวิตของพระองค์ คือ เราทุกคนต้องเป็นครู ครูที่ช่วยกันชี้แนะเรื่องของความประพฤติของเด็กๆเยาวชน และของทุกๆคน ต้องช่วยกันขับไล่ความชั่วร้ายให้ออกไปจากจิตใจของผู้คน นี้คือข่าวดีประการแรก

          ประการที่สอง เจ้าจิตชั่วหรือปีศาจ รู้จักพระเยซูเจ้า แต่ไม่ได้ศรัทธาหรือนับถือพระองค์ เปรียบเทียบกับเราแต่ละคน เรามักจะคิดว่าตนเอง “รู้แล้ว” ไม่ต้องมาบอกไม่ต้องมาสอน “รู้แล้วหน่า” เรามักจะทำตนเป็น “ชาล้นถ้วย” ไม่ยอมรับรู้เรื่องอื่นๆ หรือเป็นคนที่รู้ทุกอย่างแต่ไม่ปฏิบัติอะไรสักอย่าง คนประเภทนี้มีประโยชน์น้อย

          เราทุกคนต้องรับผิดชอบในชีวิตของเราก่อน เราฟังพระวาจาของพระเจ้า อย่าเพียงแต่นึกว่า “รู้แล้ว” ฟังหรืออ่านมาบ่อยแล้ว การกระทำเช่นนี้ไม่มีประโยชน์ ตรงกันข้ามเราต้องเอาจริงเอาจัง ปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้า เช่นเดียวกับลูกศิษย์ของครู LSN

             ในฐานะคริสตชน เราทุกคนต่างได้รับการเรียกให้มาเป็นครู เราอาจจะไม่ได้มีอำนาจเหนือธรรมชาติแบบพระเยซูเจ้าหรือมีครูแบบคุณครู LSN แต่เราทุกคนสามารถเป็นครูได้ด้วยแบบอย่างของเรา ชีวิตทีดีงามและถูกต้องของเรา เป็นบทเรียนที่มีค่าหรับผู้ที่พบเห็น

ขอให้คนที่พบเห็นเราประทับใจในชีวิตของเรา เช่นเดียวกับประชาชนประทับใจในการสั่งสอนของพระเยซูเจ้า