ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

บทที่  36 พระศาสนจักรคาทอลิก

จุดมุ่งหมาย    เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักพระศาสนจักรที่พระเยซูคริสต์ทรงตั้งขึ้น คุณลักษณะเฉพาะบางประการ และเกิดความกระตือรือร้นที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในฐานะที่เป็นสมาชิกของพระศาสนจักรนั้น

ขั้นที่ 1  กิจกรรม     เป็นผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย แจกกระดาษให้กลุ่มละ 1 แผ่น ให้แต่ละกลุ่มตอบคำถามต่อไปนี่ โดยเขียนคำตอบลงในกระดาษที่แจกให้
คำถาม
1. ใครเป็นผู้ตั้งพระศาสนจักร ? (พระเยซูคริสต์)
2. พระสันตะปาปาองค์แรกมีชื่อว่าอะไร ? (นักบุญเปโตร)
3. พระสันตะปาปาองค์ปัจจุบันชื่อว่าอะไร ? (พระสันตะปาปา ฟรังซิส)
4. พระสันตะปาปาประทับอยู่ที่ไหน ? (กรุงวาติกัน)
5. พระศาสนจักรของเรามีชื่อเฉพาะว่าอะไร ? (พระศาสนจักรโรมันคาทอลิก)
6. พระศาสนจักรในประเทศไทยแบ่งออกเป็นกี่สังฆมณฑล ? (11 สังฆมณฑล)
7. สังฆมณฑลที่ท่านสังกัดอยู่มีชื่อว่าอะไร ? (สังมณฑล.....................................)
8. พระสังฆราชของท่านมีชื่อว่าอะไร ? (พระสังฆราช.................................)
9. ท่านเป็นสัตบุรุษวัดอะไร ? (วัด.....................................)
10. บอกชื่อวัดอื่นที่ม่านรู้จักมา 5 วัด (วัด.....................................)

ขั้นที่ 2  วิเคราะห์

         ครูเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง ประกาศผลกลุ่มที่ชนะเลิศ

สรุป    ทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นข้อมูลเป็นข้อมูลเกี่ยวกับพระศาสนจักรในฐานะที่เป็นสถาบันที่พระเยซูคริสต์ทรงตั้งขึ้น ซึ่งประกอบด้วยส่วยต่างๆตั้งแต่ระดับกว้างที่สุด คือระดับโลก ไปจนถึงระดับแคบที่สุด คือระดับท้องถิ่น มารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน

ขั้นที่ 3  คำสอน
          
1. พระเยซูคริสต์ทรงตั้งพระศาสนจักรให้เป็นสถาบันของมนุษย์คือมีมนุษย์เป็นสมาชิก จึงจำเป็นต้องมีโครงสร้างภายนอกแบบสถาบันของมนุษย์ทั่งๆไป โดยลักษณะนี้พระศาสนจักรจึงมีโครงสร้างที่แตกต่างกันอย่างมองเห็นได้ คือ พระสันตะปาปา พระสังฆราช รพะสงฆ์ นักบวช นักบวช สัตบุรุษ ตลอดจนกฎระเบียบต่างๆที่จำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันเป็นสถาบัน ที่พระศาสนจักรคาทอลิกดำรงเป็นปึกแผ่นมั่นคงตั้งแต่ต้นมาจนถึงทุกวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะโครงสร้างที่มั่นคง ชัดเจน และเป็นกิจจะลักษณะนั่นเอง

        2. แต่พระเยซูคริสต์ก็ยังทรงตั้งพระศาสนจักรให้เป็นสถาบันของพระเป็นเจ้าด้วย คือชีวิตและเป้าหมายที่เหนือธรรม มีพลังของพระหรรษทานซึ่งเปรียบเสมือนวิญญาณที่ทำให้โครงสร้างภายนอกนั้นมีชีวิตที่ล้ำลึก พระองค์ทรงเปรียบเทียบพระศาสนจักรนี้เป็นเหมือนเมล็ดพืชเล็กๆที่เมื่อหว่านลงไปในดินก็งอกขึ้นมาเป็นต้นใหญ่จนกระทั่งนกสามารถอาศัยเกาะพักพิงได้ (เทียบ มธ. 13,31 – 32) หรือเปรียบเสมือนเชื้อแป้งก้อนเล็กๆที่ใส่ลงไปในแป้งสามถัง ทำให้แป้งนั้นฟื้นฟูขึ้นได้ทั้งหมด (เทียบ มธ. 13,33)
ส่วนที่สำคัญที่สุดของพระศาสนจักรอยู่ในลักษณะหลังนี้ ซึ่งสังคายนาวาติกันที่ 2 เรียกว่า ประชากรของพระเป็นเจ้า เมื่อเอ่ยชื่อ “ประชากรของพระเป็นเจ้า” ความแตกต่างทั้งหลายที่มีปรากฏในโครงสร้างภายนอกก็มลายหายสูญไปสิ้น เพราะทั้งหลายทั้งปวงต่างมารวมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพราะ “มีพระเป็นเจ้าเดียว ความเชื่อเดียว ศีลล้างบาปเดียว พระเป็นเจ้าเดียวผู้ทรงเป็นพระบิดาของคนทั้งปวง ผู้สถิตเหนือคนทั้งปวง ทั่วทั้งปวง และในคนทั้งปวง” (อฟ. 4 ,5 – 6) ซึ่งจะเรียกว่า “พระกายทิพย์” ของพระเยซูคริสต์ก็ได้ เมื่อมีชื่อว่า “พระกาย” ก็จำเป็นต้องมีอวัยวะมากมายหลายอย่างแตกต่างกันไปอย่างปรากฏได้ชัด เช่น ศีรษะ หู ตา ปาก จมูก มือ เท้า ฯลฯ แต่เมื่อมีชื่อว่า “ชีวิต” ความแตกต่างเหล่านั้นก็หมดไปในทันที เพราะทกอวัยวะก็ต่างมีชีวิตเดียวกัน มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน ปฏิบัติหน้าที่ต่างๆเพื่อนำไปสู่จุดหมายปลายทางเดียวกัน
             ที่พระศาสนจักรคาทอลิกดำรงเป็นปึกแผ่นมั่นคงมาตั้งแต่ต้นจนถึงทุกวันนี้ได้ ส่วนใหญ่และสำคัญที่สุดก็คือชีวิตเหนือธรรมชาติซึ่งเปรียบเสมือนโครงสร้างนี่แหละ

         3. เอกลักษณะ 4 ประการขอองพระศาสนจักรคาทอลิก ซึ่งมีบันทึกอยู่ในบท “ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า” คือ
                 1) พระศาสนจักร “เป็นหนึ่งเดียว” หมายความว่า ประชากรทุกคนนับถือพระเป็นเจ้าองค์เดียวกัน มีความเชื่อเดียวกัน รับศีลล้างบาปเดียวกัน มีประมุของค์เดียวกัน คือ พระสันตะปาปา
                 2) พระศาสนจักรมีความ “ศักดิ์สิทธิ์” หมายความว่า ประชากรทุกคนมีส่วนในความศักดิ์สิทธิ์ของพระเยซูคริสต์ผู้ก่อตั้งพระศาสนจักร มีศีลศักดิ์สิทธิ์ต่างๆและมีผู้ศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมากทั้งที่เป็นนักบุญในสวรรค์และที่ยังมีชีวิตอยู่ในโลกนี้
                 3) พระศาสนจักรมีความเป็น “สากล” หมายความว่า พระศาสนจักรมีไว้เพื่อชนทุกชาติทุกภาษาทุกกาลสมัย
                 4) พระศาสนจักร “สืบจากอัครสาวก” หมายความว่า พระศาสนจักรมีความสัมพันธ์โยงใยกับอัครสาวก ซึ่งเป็นเสาหลักอยู่ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นผู้สืบตำแหน่ง คือ พระสันตะปาปา พระสังฆราช ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อ คำสั่งสอน ธรรมประเพณี ล้วนสืบทอดกันมาไม่ขาดสาย
          เอกลักษณ์สำคัญ 4 ประการนี้จึงช่วยให้เราสามารถวินิฉัยได้ว่าพระศาสนจักรเที่ยงแท้ของพระเยซูคริสต์นั้นอยู่ที่ไหน

          4. เรามีหน้าที่ต่อพระศาสนจักรอย่างไรบ้าง ?
              1) เราต้องเคารพเชื่อฟังผู้มีอำนาจและหนาที่ในพระศาสนจักร อันได้แก่ พระสันตะปาปา พระสังฆราช พระสงฆ์ เป็นต้น เพราะท่านเหล่านี้เป็นผู้แทนของพระเยซูคริสต์ และปฏิบัติหน้าที่แทนพระองค์ในโลกนี้
              2) เราต้องทำหน้าที่สมาชิกที่ดีของพระศษสนจักรส่วนรวมด้วยความขยันขันแข็งและเสียสละ สวดภาวนาอุทิศแก่พระศษสนจักร
              3) เราต้องร่วมมือกันแพร่ธรรม คือประกาศข่าวดีแก่ผู้ที่ยังไม่รู้จักพระเยซูคริสต์ ทั้งนี้ก็เพราะ “พระศาสนจักรเป็นผู้แพร่ธรรมโดยธรรมชาติ” (สังคายนาวาติกันที่ 2 เรื่อง งานธรรมทูตของพระศาสนจักร ข้อที่ 2)

 ขั้นที่ 4  ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
    1. พระศาสนจักรคือประชากรของพระเป็นเจ้าที่ “มีพระเป็นเจ้าเดียว ความเชื่อเดียว ศีลล้างบาปเดียว” (อฟ. 4,5)
    2. พระศาสนจักรคือพระกายทิพย์ของพระเยซูคริสต์ มีอวัยวะต่างๆแตกต่างกัน แต่รวมเป็นหนึ่งเดียกัน เพราะมีชีวิตเดียวกัน
    3. “ข้าพเจ้าเชื่อว่า พระศาสนจักรเป็นหนึ่งเดียว ศักดิ์สิทธิ์สากล และสืบจากอัครสาวก” (บท “ข้าพเจ้าเชื่อ”)
    4. เรามีหน้าที่ต้องเคารพเชื่อฟังผู้ใหญ่ฝ่ายพระศาสนจักร ปฏิบัติตามกฎบัญญัติต่างๆ ช่วยเหลืองานของพระศาสนจักร และเป็นตนต้องแพร่ธรรมตามฐานะของตน
  • กิจกรรม

    ให้ผู้เรียนประชุมหารือกันในกลุ่มย่อยเดิมว่า “ในฐานะที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ ฉันจะช่วยพระศาสนจักรได้อย่างไรบ้าง ?” ให้เสนอมากลุ่มละ 1 อย่าง เสร็จแล้วให้นำไปปฏิบัติจริงเป็นกลุ่ม มีการรายงานเป็นระยะๆ

    การบ้าน ระบายสีสังฆมณฑลต่างๆในแผนที่ที่แจกให้ เขียนรายละเอียดบางอย่างของแต่ละสังฆมณฑลลงไป คือ
    ชื่อสังฆมณฑล
    ชื่อพระสังฆราช
    จำนวนคาทอลิกในแต่ละสังฆมณฑล (ดูข้อมูลในปฏิฑินคาทอลิก )
    (รูปแผนที่)

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

จงมีเมตตาต่อกันเหมือนที่พระเจ้าทรงเมตตาเรา
พระวาจาวันอาทิตย์นี้พูดถึงเรื่องความเมตตา ให้พระวาจาพระเจ้าเตือนใจ และนำไปปฏิบัติในชีวิตกัน สภษ. 19:22...
ไม่กดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี
การเป็นคนเก่งนั้นดี แต่การเป็นคนดีที่เก่งด้วยก็ดีกว่า ให้พระวาจาพระเจ้าเตือนใจเรา แม้จะเก่งหรือมีความสามารถมากแค่ไหน อย่ากดคนอื่นเพื่อให้ตัวเองดูดี...
พลังของคำพูด
พลังของคำพูด จะพูดให้ดีก็ได้ พูดให้ร้ายก็ได้ คำพูดดีสร้างมิตร คำพูดไม่คิดสร้างความแตกแยก...

สมณสาส์นเตือนใจ เรื่อง การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน

Catechesi Tradendae | ข้อ 1 พระดำรัสสุดท้ายของพระคริสตเจ้า
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 1 พระราชดำรัสสุดท้ายของพระคริสตเจ้า พระศาสนจักรยึดถือเอาการสอนคำสอนเป็นหนึ่งในภารกิจพื้นฐานเสมอมา เพราะว่า ก่อนที่พระคริสตเจ้าจะเสด็จกลับไปหาพระบิดา...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 456 เราควรทำอย่างไร หากเราได้โกหก หลอกลวง หรือ ทรยศบางคน ?
📍เราควรทำอย่างไร หากเราได้โกหก หลอกลวง หรือ ทรยศบางคน...
Youcat 43 โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ ?
โลกเป็นผลผลิตของความบังเอิญหรือ ? ท่ามกลางข่าวภัยพิบัติทางธรรมชาติและความเปลี่ยนแปลงของโลกที่เราเห็นอยู่ทุกวันบางทีเราอาจต้องกลับมาถามคำถามพื้นฐานอีกครั้งว่า...โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นเพียงสิ่งที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญจริงหรือ? YOUCAT 43...
Youcat 452 พระบัญญัติประการที่แปด อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนมนุษย์เรียกร้องอะไรจากเรา ?
พระบัญญัติประการที่แปด อย่าเป็นพยานเท็จใส่ร้ายเพื่อนมนุษย์เรียกร้องอะไรจากเรา ? YOUCAT 452...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC282 ความสัมพันธ์ที่ดีที่ผู้ถูกจองจำสร้างขึ้นกับผู้ทำงานอภิบาล ซึ่งทำให้การประทับอยู่ของพระเจ้าปรากฏให้เห็นในเครื่องหมายของการยอมรับโดยไม่มีเงื่อนไข
📖เนื้อหาพื้นฐานของการสอนคำสอนในหมู่ผู้ต้องขัง ซึ่งมักจะไม่เป็นทางการและเป็นลักษณะของประสบการณ์ เป็นการประกาศเรื่องพระเยซูเจ้า(kerygma) ผู้ทรงช่วยให้รอดพ้นในพระคริสตเจ้า ซึมทราบถึงการให้อภัยและการเป็นอิสระ...
DC281 การล้วงเอาความจริงในหัวใจของพี่น้องของตนออกมา “ความปรารถนาอิสรภาพที่แท้จริง... คือหน้าที่ของพระศาสนจักรซึ่งพระศาสนจักรไม่อาจละทิ้งได้”
เรือนจำ โดยทั่วไปถือว่าเป็นสถานที่เส้นเขตแดน เป็นดินแดนแห่งพันธกิจที่แท้จริงสำหรับการประกาศข่าวดี แต่ยังเป็นห้องปฏิบัติการแนวเขตแดนสำหรับการดำเนินการอภิบาลที่คาดการณ์แนวทางการดำเนินการของพระศาสนจักร ด้วยสายตาแห่งความเชื่อเป็นไปได้ที่จะมองเห็นพระเจ้าในการทำงานท่ามกลางผู้ต้องขัง...
DC280 พระศาสนจักรตระหนักว่า“การกีดกันอันเลวร้ายซึ่งบรรดาคนยากจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้น คือการไม่ได้รับความใส่ใจในด้านฝ่ายจิต”
ยิ่งกว่านั้น พระศาสนจักรตระหนักว่า“การกีดกันอันเลวร้ายซึ่งบรรดาคนยากจนต้องทนทุกข์ทรมานนั้น คือการไม่ได้รับความใส่ใจในด้านฝ่ายจิต” ดังนั้น “การเลือกอยู่ข้างผู้ยากไร้...

เนื้อหา Update ล่าสุด

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

3.png2.png0.png6.png3.png3.png8.png
วันนี้16789
เมื่อวานนี้13824
สัปดาห์นี้74444
เดือนนี้232015
ทั้งหมด3206338

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

19
Online

วันศุกร์, 18 กันยายน 2569 22:21