www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006861749
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
1464
3705
8388
67258
103298
6861749
Your IP: 54.91.71.108
2019-06-18 12:32

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่  35 นักบุญทั้งหลาย

จุดมุ่งหมาย    เพื่อให้ผู้เรียนทำความรู้จักกับบรรดานักบุญ เป็นต้นนักบุญอุปถัมภ์ของตน เกิดความซาบซึ้งในคุณธรรมความดีที่นักบุญเหล่านั้นเพียรปฏิบัติ และปรารถนาจะประพฤติตามแบบอย่างของท่าน

ขั้นที่ 1  กิจกรรม      ครูแบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย
                                   ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันหาชื่อนักบุญให้มากที่สุด
                                   เสร็จแล้วให้ออกมารายงานต่อหน้าชั้น

ขั้นที่ 2  วิเคราะห์

         ครูถามผู้เรียนว่าใครมีนักบุญอุปถัมภ์ชื่ออะไร เล่าประวัตินักบุญองค์อุปถัมภ์บางองค์ (ดูประวัติย่อๆ ที่แนบมาด้วยแล้ว)

สรุป    นักบุญก็เป็นมนุษย์เหมือนเรา มีทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง แต่ว่าท่านรู้จักเอาชนะข้อบกพร่องต่างๆและประพฤติในสิ่งที่ดีงาม

ขั้นที่ 3  คำสอน
           
1. นักบุญแต่ละองค์ กว่าจะมาเป็นนักบุญได้ ต้องฟันฝ่าอุปสรรคไม่ใช่น้อย อุปสรรคนั้นอาจจะมาจากตัวของนักบุญเอง ได้แก่ความผิดบกพร่องต่างๆ บางทีก็ปล่อยตัวหลงละเลิงไปกับแสงสีของโลก บางทีก็หลงตัวเองไม่สนใจใยดีกับพระเป็นเจ้า เรามีตัวอย่างนักบุญประเภทนี้อยู่หลายองค์ เช่น นักบุญมารีอา ชาวมักดาลา ซึ่งเคยเป็นหญิงคนบาป มีปีศาจสิงอยู่ในตัวถึงเจ็ดตน หมายถึงว่ามีแม่บาป (พยศชั่ว) ครบทั้งเจ็ดประการ นักบุญเอากุสติน ตอนเป็นหนุ่มก็ปล่อยตัวหาความสุขใส่ตัวตามใจปรารถนาทุกอย่าง จนในที่สุดก็กลับใจ กลายเป็นนักบุญใหญ่ นักบุญคามิลโล เด แลลลิส ก็เคยประพฤติตนเกะกะเกดรมาก่อน มากลับใจกลายเป็นนักบุญในตอนหลัง ฯลฯ

              อุปสรรคอีกประการหนึ่งอาจจะมาจากสิ่งภายนอก ได้แก่ถูกสบประมาท ถูกรังเกียจเดียดฉันท์ ถูกเบียดเบียนข่มเหง ถูกทำร้ายและถูกฆ่าตาย ตัวอย่างของนักบุญประเภทนี้มีอยู่มากมาย เช่น บรรดานักบุญอัครสาวกล้วนต้องทนทุกข์ทรมานและถูกฆ่าตายทั้งสิ้น นักบุญเปาโลอัครสาวกของต่างชาติก็ต้องเผชิญกับภัยพิบัตินานาชนิด ดังที่ท่านได้กล่าวพรรณนาไว้ในจดหมายถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 2 บทที่ 11 ว่า ........ข้าพเจ้าถูกโบยตีเกินขนาด ข้าพเจ้าหวิดตายบ่อยๆพวกยิวเฆี่ยนข้าพเจ้าห้าครั้งๆละสามสิบเก้าที เขาตีข้าพเจ้าด้วยกระบองสามครั้ง เขาเอาหินทุ่มข้าพเจ้าครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเผชิญภัยเรือแตกสามครั้ง ข้าพเจ้าลอยคออยู่ในทะเลหนึ่งวันกับหนึ่งคืน.........” นี่คือชีวิตของนักบุญเปาโล ยังมีนักบุญอื่นๆอีกเป็นจำนวนมากที่ถูกทรมาน ถูกฆ่าตายในรูปแบบต่างๆ ที่เราเรียกว่านักบุญมรณสักขีรวมทั่งบุญราศีทั้งเจ็ดแห่งประเทศไทยด้วย

             นักบุญอื่นๆที่แม้ไม่ถูกกระทำทารุณกรรมถึงขั้นเสียชีวิต แต่ก็ต้องสู้ทนความยากลำบากเป็นอันมาก เช่น นักบุญฟรังซิส แห่งอัสซีซี ถูกผู้คนหัวเราะเยอะหาว่าเป็นคนเสียสติ เพราะยอมละทิ้งสมบัติพัสถานไปดำเนินชีวิตยากจนเหมือนขอทาน นักบุญยอห์นบอสโก บิดาของเยาวชนก็ถูกผู้คนรังเกียจขับไล่ไสส่งเพราะเด็กๆที่ท่านเก็บมาอบรมเลี้ยงดูไปก่อความรำคาญให้แก่ชาวบ้าน ท่านจึงต้องเร่ร่อนไปกับเด็กๆหาเงินหาทองมาเลี้ยงเด็กๆด้วยความยากลำบากเป็นอย่างยิ่ง นักบุญเทเรซา แห่งพระกุมารเยซู อยากจะเป็นลูกฟุตบอลให้พระเยซูเตะเล่นตสมใจชอบ และเธอก็ได้เป็นเช่นนั้นจริงๆโดยต้องอดทนต่อความเห็นแก่ตัวของซิสเตอร์ในอารามอย่างเงียบๆแทบตลิดชีวิตของเธอ เช่น อดทนต่อซิสเตอร์ที่ชองแกว่งสายประคำเสียงก็อกแก๊กเวลาสวดในวัด เป็นที่น่ารำคาญสำหรับเธอเป็นอย่างยิ่ง อดทนต่อซิสเตอร์ที่ขยี่เสื้อผ้าอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือเวลาซักผ้า ทำให้น้ำสกปรกกระเซ็นใส่เธอหน้าเธอจนเปรอะเลอะเทอะไปหมด อดทนต่อซิสเตอร์ชรที่เธอต้องดูแลช่วยเหลือ เวลาเธอหั่นขนมปังเป็นชิ้นใหญ่ขึ้นเล็กๆให้รับประทานก็บ่นว่าเล็กจนแหลกเป็นผุยผง เวลาเธอหั่นชิ้นใหญ่ขึ้นก็บ่นว่าใหญ่จนเคี้ยวไม่ไหว เวลาเธอพาไปเดินเล่นในสวน ถ้าเดินซักหน่อยก็บ่นว่าจะรีบเดินเร็วไปไหนกัน เดินไม่ทัน ถ้าเดินช้าอีกซักนิดก็บ่นว่าเดินช้าอย่างนี้เมื่อไหร่จะถึงกัน เป็นอันว่าถูกตำหนิทั้งขึ้นทั้งล่อง สิ่งเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ช่วยสรร้างเธอให้เป็นนักบุญใหญ่อย่างที่เราเห็นกันทุกวันนี้

          2. สรุปแนวทางการเป็นนักบุญอยู่ที่คำเทศนาของพระเยซูคริสต์บนภูเขา ที่เราเรียกกันว่า “มหาบุญลาภ” นั่นเอง คือ 1) บุญของผู้ที่มีใจยากจน 2) บุญของผู้ที่เป็นทุกข์โศกเศร้า 3) บุญของผู้ที่มีใจอ่อนโยน 4) บุญของผู้ที่กระหายความชอบธรรม 5) บุญของผู้ที่มีใจเมตตากรุณา 6) บุญของผู้มีใจบริสุทธิ์ 7) บุญของผู้ที่มีใจรักสันติ 8) บุญของผู้ที่ถูกเบียดเบียนเพราะความชอบธรรม

             นักบุญทั้งหลายต่างมีบุญตามมหาบุญลาภนี้ ต่างกันตรงที่ว่าองค์ไหนจะมีชีวิตเน้นหนักไปทางบุญลาภประการใด แต่อย่างไรก็ตามบุญลาภแต่ละประการก็เรียกร้องการเสียสละ การต่อสู้การเอาชนะใจตนเองด้วยกันทั้งนั้น และเมื่อพระหรรษทานของพระเป็นเจ้ามาช่วย การเป็นนักบุญก็สัมฤทธิ์ผล

             เราท่านทั้งหลายก็อยู่ในวิสัยที่เป็นนักบุญได้ทุกคนขอแต่เพียงเราดำเนินตามแบบอย่างของนักบุญประจำตัวของเรา หรือนักบุญที่เรามีใจรักและศรัทธาเป็นพิเศษ “พระหรรษทานของเรามีพอสำหรับเจ้า” (2 คร. 12,9) นั่นก็คือ เมื่อเราได้ทำหน้าที่ในส่วนของเราแล้วพระเป็นเจ้าจะทรงกระทำในส่วนของพระองค์ คือ ประทานพระหรรษทานบันดาลความสำเร็จให้อย่างแน่นอน เหมือนดังเช่นที่ทรงบันดาลให้แก่นักบุญทั้งหลาย

 ขั้นที่ 4  ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
    1. นักบุญมีทั้งข้อดีและข้อเสียในตัว แต่ท่านรู้จักแก้ไขข้อเสียด้วยความพากเพียร และพึ่งอาศัยพระหรรษทานของพระเป็นเจ้าท่านจึงสำเร็จเป็นนักบุญได้
    2. อุปสรรคของการเป็นบักบุญเกิดจากอุปนิสัยใจคอของเราเองซึ่งชักพาไปในทางบาป เราเอาชนะได้ด้วยการมัธยัสถ์ พลีกรรม และบังคับตัวเอง
    3. อุปสรรคของการเป็ฯนักบุญเกิดจากสิ่งภายนอกที่เย้ายวนหรือข่มขู่บังคับ เราเอาชนะได้ด้วยการหลีกหนี หรืออดทนต่อสู้ด้วยความพากเพียร
    4. “พระหรรษทานของเรามีพอสำหรับเจ้า” (2 คร. 12,9)
  • กิจกรรม

    ครูบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้เรียนทายว่าหมายถึงนักบุญอะไร
    1. ตกหลังม้า ตาบอด (เปาโล)
    2. บิดาของเยาวชน (ยอห์น บอสโก)
    3. ยอมตาย แต่ไม่ยอมทำบาป (ดอมินิก ซาวีโอ)
    4. ปฏิเสธพระเยซู ไก่ขัน (เปโตร)
    5. อยากเป็นลูกฟุตบอลให้พระกุมารเตะ (เทเรซา)
    6. บิดาบุญธรรมของพระเยซู (ยอแซฟ)
    7. เห็นแม่พระประจักษ์ที่ลูร์ด (แบร์นาแด็ต)
    8. มีปีศาจเจ็ดตนสิงอยู่ (มารอา ชาว มักดารา)
    9. ละทิ้งทรัพย์สมบัติไปเป็นขอทาน (ฟรังซิส) แห่ง อัสซีซี)
    10. นักเทศลิ้นทอง (อันตน แห่ง ปาดัว)
    หมายเหตุ ครูอาจเพิ่มเหตุการณ์ทำนองเดียวกันได้อีกจากประวัติบักบุญต่างๆ

    การบ้าน ให้ผู้เรียนค้นหาและเขียนประวัตินักบุญประจำตัวอย่างสั้นๆมาส่งครู
    อ่านประวัตินักบุญเหล่านั้นหน้าชั้นวันละหนึ่งองค์แล้วติดปะไว้หน้าชั้น
    ประวัติย่อนักบุญบางองค์
            1. นักบุญอักเนส ยอมตายเป็นมรณสักขีเมื่ออายุได้เพียง 12 ปี เธอถูกบังคับให้กราบไหว้พระเท็จเทียม แต่เธอกลับชูมือขึ้นถวายนมัสการพระเยซูคริสต์และทำเครื่องหมายกางเขน พวกทหารจึงรวบมือทั้งสองของเธอไว้แล้วล่ามโซ่ใส่กุญแจ แต่เนื่องจากข้อมือเธอเล็กมาก ทั้งโซ่ทั้งกุญแจจึงหลวมหลุดลงมากองกับพื้นหมด เธอถูกจับเปลื้องผ้ายืนเปลือยอยู่ที่ถนนเพื่อประจาน หนุ่มคนหนึ่งเห็นเข้าอดรนมนไม่ได้คิดหมายจะลวนลามเธอ แต่ทันใดเกิดฟ้าแลบแปลบปลาบขึ้นหนุ่มคนนั้นถึงกับตาบอดไปในทันที
    อักเนสถูกบังคับให้แต่งงานกับเศรษฐีมั่งคั่ง แต่เธอตอบว่า “สามีของฉันคือพระเยซูคริสต์ ฉันเป็นของพระองค์ผู้เดียว” เธอรักษาความบริสุทธิ์และยึดมั่นในความซื่อสัตย์ดุจชุมพาน้อยของพระเยซูคริสต์สมกับที่ชื่ออักเนส ซึ่งแปลว่า ชุมพาน้อย ศัตรูจึงเด็ดชีวิตเธอด้วยการตัดศีรษะขาดกระเด็น

            2. นักบุญยอห์น บอสโก เกิดจากครอบครัวที่ยากจน แต่มีแม่ที่ศัทธาชื่อมาร์คาริตา นับตั้งแต่เป็นเด็กต้องตรากตรำทั้งเรียน ทั้งทำงานรับจ้างต่างๆ เช่น ชั่งตัดเสื้อ ช่างไม้ ช่างปูน ช่างทำรองเท้า เพื่อแลกกับเงินมาเป็นค่าเล่าเรียน จนได้บวชเป็นสงฆ์ ท่านเริ่มสนใจเด็กๆที่ถูกทอดทิ้ง และรวบรวมเด็กเหล่านั้นมาอบรมบ่มนิสัย สอนคำสอน สวดภาวนา และสอนอาชีพต่างๆที่ท่านเองเคยเล่าเรียนฝึกฝนมา ท่านเชื่อว่าการสวดภาวนาและศีลศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการอบรมเด็กให้เป็นคนดี ท่านใช้วิธี “กันไว้ดีกว่าแก้” โดยพยายามชักจูงความสนใจของเด็กๆมาสู่สิ่งที่ดีมีประโยชน์อยู่เสมอ ดังนี้เด็กๆจึงไม่มีโอกาสที่จะไปกระทำความผิด ท่านประสบความสำเร็จในวิธีของท่านนี้โดยได้ช่วยเหลือเด็กที่เกกมะเหรกเสเพลเป็นจำนวนมากให้กลายเป็นเด็กดีมีอนาคต กิจการของท่านจึงเริ่มเป็นที่ยอมรับและยกย่องสรรเสริญ ท่านได้ตั้งคณะนักบวชซาเลเซียนขึ้นเพื่อสืบทอดงานของท่านต่อไปจนแพร่หลายไปทั่วโลก พระศาสนจักรจึงขนานนามท่านว่า “บิดาและอาจารย์แห่งเยาวชน”

            3. นักบุญมารีอา กอแร็ตตี เด็กหญิงวัย 12 ปีที่รักและหวงแหนความบริสุทธิ์โดยพยายามขัดขืนจนกระทั่งถูกฆ่าตายโดยนำมือของอาเล็กซานโดร ลูกชายของเพื่อนบ้าน “นี่เธอจะทำอะไร ? “มารีอากอแร็ตตี ร้องเสียงหลงพร้อมกับผงะหนีเมื่อมือของอาเล็กซานโดรยื่นมาจับเสื้อของเธอไว้ “ไม่ อย่ามาแตะต้องตัวฉัน มันเป็นบาปเธอจะตกนรก” เธอพยายามดิ้นรนต่อสู้เต็มที่ อาเล็กซานโดรเกิดหน้ามืดจึงชักมีดออกมาจ้วงแทงเธออย่างเหี้ยมโหด ก่อนจะตายเธอยอมยกโทษให้เขา พระศาสนจักรประกาศยกย่องเธอเป็นนักบุญพรหมจารีและมรณสักขี และเป็นตัวอย่างร่วมสมัยของเยาวชนทั่วไป ผลของการภาวนาของเธอทำให้อาเล็กซานโดรกลับใจและหันหน้าเข้ารับใช้โทษบาปกรรมที่ก่อขึ้นโดยใช้ชีวิตเป็นฤๅษีอยู่ในอารามแห่งหนึ่งจนตลอดชีวิต

           4. นักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู เกิดในครอบครัวที่ศรัทธาทั้งคุณพ่อและคุณแม่ แม้จะมีนิสัยเจ้าแง่เจ้างอนเพราะเป็นลูกคนสุดท้อง แต่เพราะความดีของคุณพ่อคุณแม่และพี่ๆช่วยกล่อมเลกานิสัยทีละเล็กทีละน้อย จนที่สุดเมื่ออายุได้เพียง 15 ปีก็สมัครเข้าอารามคาร์แมลโดยอนุญาตพิเศษจากพระสันตะปาปา เธอใช้ชีวิตอยู่ในอารามเพียงระยะสั้นๆ 9 ปี แต่ได้พบหนทางนำไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์สูงสุด คือ หนทางเป็นเด็กทางจิตใจ เธอปรารถนาจะเป็นลูกฟุตบอลให้พระกุมารเยซูเตะเล่นตามใจชอบ ถึงแม้พระองค์จะเบื่อบ้างก็ไม่เป็นไร เธอจึงน้อมรับเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นกับเธอในอารามด้วยความยินดีและอย่างเต็มอกเต็มใจ เธออยากจะช่วยวิญญาณมนุษย์เป็นจำนวนมากให้มารู้จักและรักพระเป็นเจ้า เธอจึงนึกอยากจะเป็นมิสชันนารี แต่เมื่อเธอเป็นไม่ได้เพราะเธอเป็นชีลับ ไม่สามารถออกไปเทศนาได้เธอจึงเฝ้าสวดภาวนาและถวายพลีกรรเล็กๆน้อยๆอุทิศแก่วิญญาณเหล่านั้น เธอถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้เพียง 24 ปีเท่านั้น อีกเพียง 28 ปีต่อมา คือในปี 1925 พระสันตะปาปา ปีโอที่ 11 ก็ประกาศแต่งตั้งเธอเป็นนักบุญ และอีก 2 ปีต่อมาก็ประกาศแต่งตั้งเธอเป็นองค์อุปถัมภ์แห่งมิสซังทั้งหลายคู่กับนักบุญฟรังซิส เซเวียร์

           5. นักบุญดอมีนิก ซาวีโอ ศิษย์หัวแก้วหัวแหวนของนักบุญ ยอห์น บอสโก เกิดที่เมืองรีวา ประเทศอิตาลี เมื่อปี 1842 อายุได้เพียง 5 ปีก็สามารถร่วมมิสซาได้ พอ 7 ปีก็ได้รับศีลมหาสนิทครั้งแรก และได้บันทึกข้อตั้งใจไว้ 4 ข้อดังนี้
    1) ฉันจะหมั่นไปรับศีลแก้บาปและศีลมหาสนิทบ่อยๆ
    2) ฉันจะทำให้วันฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์
    3) ฉันจะยึดเอาพระเยซูและแม่พระเป็นเพื่อนแท้ของฉัน
    4) ฉันจะยอมตายดีกว่าทำบาป
                            อายุได้ 12 ปีจึงสมัครมาเป็นศิษย์ของนักบุญยอห์น บอสโก และได้ฉายนแววแห่งความศรัทธาและความศักดิ์สิทธิ์ตลอกระยะเวลาสั้นๆเพียง 3 ปี ดอมีนิกได้ดูดซับคำอบรมสั่งสอนของนักบุญยอห์น บอสโกเทศว่าเราทุกคนต้องพยายามเป็นนักบุญให้ได้ ตั้งแต่นั้นดอมีนิก ซาวีโอ ตั้งหน้าทุ่มเทชีวิตให้แก่ความศักดิ์สิทธิ์เพื่อจะเป็นนักบุญอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ก็ไม่ทิ้งความร่าเริงยินดีในหมู่เพื่อนๆ และแล้วในวันที่ 9 มีนาคม 1857 ดอมีนิก ซาวีโอ ก็สิ้นใจอย่างสงบด้วยอายุเพียง 15 ปี ได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 1954 โดยพระสันตะปาปา ปีโอที่ 12 นับเป็นนักบุญที่ไม่ใช่มรณสักขีที่อายุน้อยที่สุด

           6. นักบุญแบร์นาแด็ต ครอบครัวของเธอยากจนมาก ตั้งบ้านเรือนอยู่ใกล้เมืองลูร์ด ประเทศฝรั่งเศส วันหนึ่งขณะที่ออกไปเก็บฟืนในป่า ได้เห็นสตรีสวยงามผู้หนึ่งประจักษ์มายืนอยู่ที่ถ่ำแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีฟ้าและสีขาว ที่เท้ามีดอกกุหลาบประดับอยู่ สตรีนั้นยิ้มให้กับแบร์นาแด็ตและขอร้องให้เธอสวดสายประคำกับท่าน แบร์นาแด็ตได้มาพบสตรีผู้นั้นถึง 18 ครั้ง ครั้งที่หนึ่งสตรีผู้นั้นบอกให้เธอขุดตรงพื้นดินที่เธอคุกเข่าอยู่ ทันใดก็เกิดบ่อน้ำพุมหัศจรรย์ ประชาชนได้ใช้น้ำนี้รักษาโรคต่างๆได้ แบร์นาแด็ตถามสตรีนั้นว่า “ท่านคือใคร ?” สตรีนั้นตอบว่า “ฉันคือผู้ปฏิสนธินิรมล” แบร์นาแด็ตได้สมัครเข้าอารามเป็นซิสเตอร์ในเวลาต่อมา และได้ถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 36 ปี

          7. นักบุญอันตน แห่ง ปาดัว เกิดที่เมืองลิสบอน ประเทศโปรตุเกส สมัครเป็นนักบวชในคณะเอากุสติน ต่อมารู้สึกทึ่งในอุดมการณ์ของคณะนักบวชฟรังซิสกัน เพราะไดเห็นศพของม้สชันนารรีฟรังซิสกันที่ถุกฆ่าตายเป็นมรนสักขีในอาฟริกา ท่านจึงเปลี่ยนมาเข้าคณะนักบวชฟรังซิสกันโดยหวังจะไปเป็นมิสชันนารีและถูกฆ่าตายเป็นมรณสักขีบ้าง ท่านถูกส่งไปอาฟริกาจริงๆ แต่เนื่องจากสุขภาพไม่ดีจึงถูกส่งตัวกลับมา ท่านจึงออกเทศนาตามหัวเมืองต่างๆในประเทศอิตาลีและฝรั่งเศวมีผู้คนซาบซึ้งพากันกลับใจเป็นจำนวนมากจึงได้รับสมญานามว่า “นักเทศลิ้นทอง” ท่านถึงแก่กรรมเมื่ออายุเพียง 36 ปี ศพของท่านเน่าเปื่อยไป เว้นแต่ลิ้นเท่านั้นที่ยังคงสภาพเดิมอยู่และเก็บรักษาไว้ที่เมืองปาดัว ประเทศอิตาลี

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ