www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006587957
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
890
4917
10992
85663
89197
6587957
Your IP: 18.206.168.65
2019-03-26 10:02

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่  12 วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์

จุดมุ่งหมาย     เพื่อให้ผู้เรียนให้ความสำคัญต่อวันพระเจ้า  โดยหยุดงานและไปร่วมพิธีกรรมถวายพระเกียรติแด่พระเป็ฯเจ้า

ขั้นที่ 1  กิจกรรม

ครูพูดคุยกับนักเรียนถึงวันสำคัญต่างๆของบ้านเมือง

วันสำคัญเหล่านั้นมีวันอะไรบ้าง  ?

วันสำคัญเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร  ?

        เราทำอะไรกันบ้างวันสำคัญเหล่านั้น  ?

ขั้นที่ 2   วิเคราะห์

นอกจากวันสำคัญทางบ้านเมืองแล้ว  เรายังมีวันสำคัญทางศาสนาเราด้วย

    วันสำคัญทางศาสนาคริสต์มีอะไรบ้าง  ?

    วันสำคัญเหล่านั้นมีไว้เพื่ออะไร  ?

    เราทำอะไรกันบ้างในวันสำคัญเหล่านั้น  ?

สรุป     วันสำคัญต่างๆ  มีไว้เพื่อเตือนจิตใจให้ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญบางอย่างที่เกิดขึ้นในวันนั้นๆ ในอดีต  และกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้งและอยากกระทำอะไรบางอย่างเพื่อธำรงไว้ซึ่งความหมายของวันสำคัญนั้นๆ

ขั้นที่ 3  คำสอน

           วันสำคัญวันแรกของเราคริสตชนก็คือ  สันอาทิตย์  ซึ่งเรียกกันว่า  วันพระเจ้า  มีกำเนิดมาจากพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเก่าตอนที่พระเป็นเจ้าทรงสร้างโลกในกำหนด  6  วัน  และทรงหยุดพักในวันที่  7    “ในวันที่  7  นั้นพระองค์จะทรงพักการงานทั้งสิ้นของพระองค์ที่ได้ทรงกระทำ  พระเป็ฯเจ้าทรงอวยพระพรแก่วันที่  7  ทรงตั้งให้เป็นวันบริสุทธิ์ศักดิ์สิทธิ์  เพราะในวันนั้นพระองค์ทรงหยุดพักจากการงานทั้งปวงที่พระองค์ทรงกระทำในการเนรมิตสร้าง”  (ปฐก. 2,2 – 3)  ชาวอิสราแอลนับวันที่  7  ตรงกับวันสะบาโต  คือวันเสาร์  เป็นวันพระเจ้าแต่เดิมมาและถวายวันนั้นทั้งวันให้แด่พระเป็นเจ้า  โดยการหยุดงานอย่างเคร่งครัดและไปฟังธรรมในศาลาธรรม  จนถึงพระศาสนจักยุคแรกๆ  ได้เปลี่ยนมาเป็นวันอาทิตย์  เพราะในวันอาทิตย์นั้นมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น  2  เหตุการณ์  คือ  พระเยซูคริสต์ทรงกลับคืนพระชนม์ในตอนเช้าตรู่ของวันอาทิตย์ ซึ่งเรียกว่าวันปัสกา  และพระจิตเสด็จมาเหนืออัครสาวกในวันอาทิตย์เช่นเดียวกัน  เราคริสตชนจึงถือวันอาทิตย์เป็นวันพระเจ้าแต่นั้นมา  และปฏิบัติเหมือนชาวอิสราแอลคือหยุดงานและไปร่วมพิธีกรรมทางศาสนา

         วันอื่นๆที่พระศาสนจักกำหนดให้เป็นวันพระเจ้านั้นก็แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของท้องถิ่นต่างๆ  สำหรับประเทศไทยเราพระศาสนจักรกำหนดไว้  7  วัน  คือ  วันคริสต์มาส  วันพระเยซูคริสต์แสดงองค์  (หรือวันพระยาสามองค์)  วันพระเยซูคริสต์เสด็จขึ้นสวรรค์  วันนักบุญทั้งหลาย  วันฉลองพระกายและพระโลหิตของวันพระเยซูคริสต์  (หรือวันศีลมหาสนิท)  และวันฉลองนักบุญเปโตรและเปาโล  วันสำคัญทั้ง  7  วันนี้ถือเป็นวันพระเจ้า  และคริสตชนทุกคนมีหน้าที่ต้องปฏิบัติในวันเหล่านี้เหมือนในวันอาทิตย์ทุกประการ

         นอกจากนั้นยังมีวันสำคัญทางศาสนาคริสต์อีกมากมาย  แม้พระศาสนจักรไม่ได้บังคับให้ถือเป็นวันพระเจ้า  แต่ถ้าเราคริสตชนจะปฎิบัติเหมือนเป็นวันพระเจ้าก็จะเป็นการดี

         เราคริสตชนต้องทำอะไรบ้างในวันพระเจ้า  ?   พระบัญญัติประการที่  3  สั่งว่า  “วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์”  เราทำให้วันพระเจ้าเป็นวันศักดิ์สิทธิ์ได้  2  วิธีด้วยกัน  คือ  1) หยุดพักผ่อนจากการทำงานต่างๆ  เหมือนพระเป็นเจ้าได้ทรงกระทำหลังจากทรงเสร็จงานนิมิตสร้างแล้ว  การหยุดพักผ่อนหมายถึงการหยุดงานที่กระทำเป็นอาชีพประจำวันซึ่งเป็นอุปสรรค์ต่อการไปนมัสการพระเป็นเจ้าร่วมกับพี่น้องคริสตชน  จุดมุ่งหมายของการหยุดงานจึงที่การเปิดโอกาสให้คริสตชนสามารถไปร่วมกิจกรรมที่วัด  สามารถปฎิบัติหน้าที่แห่งความรักต่อเพื่อนมนุษย์ได้เป็นที่พิเศษ  และยังเป็นผลดีต่อสุขภาพกายและจิตของคริสตชนที่จะได้พักผ่อนและใช้ชีวิตครอบครัวร่วมกันด้วย  2)  ไปร่วมพิธีทางศาสนา  คือไปร่วมมิสซาซึ่งเป็นศูนย์กลางของชีวิตคริสตชน  และรับศีลมหาสนิท  ซึ่งเป็นอาหารหล่อเลี้ยงวิญญาณ  เรามีเวลา  6  วันเพื่อการงานอาชีพสำหรับเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง  เราควรจะมีอย่างน้อยสักหนึ่งวันเพื่อเลี้ยงดูวิญญาณของเราด้วยพระวาจาและศีลมหาสนิท  และด้วยการปฏิบัติชีวิตคริสตชน  คือ  การทำภารกิจแห่งความรักต่อเพื่อนมนุษย์  การที่เราคริสตชนไปร่วมชุมนุมกันที่วัดในวันพระเจ้าก็เป็นโอกาสให้เราได้พบปะพี่น้องคริสตชนด้วยกัน  ได้ร่วมถวายบูชาและกินเลี้ยงด้วยกัน  ได้แลกเปลี่ยนแบ่งปันความสุขทุกข์และความต้องการต่างๆให้แก่กันและกัน  ทั้งหมดนี้คือผละประโยชน์ของวิญญาณที่มีคุณค่าต่อชีวิตเราอย่างยิ่ง  และจะมีผลต่อการประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตของเราอย่างมากมาย

ขั้นที่ 4  ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
  1. “วันพระเจ้าอย่าลืมฉลองเป็นวันศักดิ์สิทธิ์”
  2. วันพระเจ้าคือวันอาทิตย์ และวันฉลองบังคับอื่นๆ  อีก  7  วัน  ได้แก่  วันคริสต์มาส  วันพระเยซูคริสต์แสดงองค์  วันพระเยซูคริสต์เสด็จขึ้นสวรรค์  วันพระนางมารีอารับเกียรติยกขึ้นสวรรค์  วนนักบุญทั้งหลาย  วันฉลองพระกายและพระโลหิตของพระเยซูคริสต์และวันฉลองนักบุญเปโตรและเปาโล
  3. เราทำให้วันพระเจ้าศักดิ์สิทธิ์โดยหยุดงานที่กระทำเป็นอาชีพประจำวัน ไปร่วมมิสซา  ฟังพระวาจา  รับศีลมหาสนิท  และประกอบหน้าที่แห่งความรักต่อเพื่อนมนุษย์
  • กิจกรรม ร้องเพลง  “สดุดีพระตรีเอกภาพ”

สดุดีพระตรีเอกภาพ

  1. เชิญพร้อมใจเถิดเราหญิงชาย       ร้องถวายสรรเสริญพระเจ้า

เชิญพวกเรากราบถวาย           ประนมกรกราบกราน

(รับ)  พระบิดาทรงเมตตา       ประทานพระบุตรเพื่อไถ่โลกา

ทรงเป็นหนึ่งเดียวกับพระจิต      ผู้นำชีวิตชาวเรา

  1. เชิญร่วมกันผู้พันกลมเกลียว      เป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา

ตามวาแห่งองค์พระบิดา                น้อมวันทาสักการ (รับ)

  1. เชิญพร้อมพร้อมใจร่วมมิสซา      ในบูชาของพระเยซู

มาเชิดชูองค์พระบิดา                      น้อมวันทาสักการ (รับ)

  1. เชิญรับฟังวาจาพระองค์             ใจซื่อตรงในองค์พระจิต

นำชีวิตให้จิตแจ่มใส                      รู้เข้าใจพระธรรม (รับ)

  1. เชิญรับปังโลหิตพระกาย  ใจผ่องใสรักและเทิดทูล

ปังเพิ่มพูนให้มีความหวัง        มีพลังศรัทธา (รับ)

  • การบ้าน ไปวัด  ร่วมมิสซา  ฟังพระวาจา  รับศีลมหาสนิทเสร็จแล้วกลับมารายงานว่าพระสงฆ์องค์ใดเป็นประธานถวายพิธีมิสซา  ท่านได้เทศน์สอนย่อๆ  ว่าอย่างไรบ้าง

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ