ศิษย์พระคริสต์ ศิษย์ธรรมทูต : พระศาสนจักรของพระคริสต์ พันธกิจในโลก

สถิติการเยี่ยมชม

007358943
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
445
4461
8935
92772
120823
7358943
Your IP: 18.208.159.25
2019-10-22 03:54

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่  11 อย่าออกนามพระเป็นเจ้าโดยไม่สมเหตุ

จุดมุ่งหมาย     ให้ผู้เรียนตระหนักถึงหน้าที่ที่จะใช้วาจาสรรเสริญพระเป็นเจ้า  และเรียกหาพระองค์ในยามต้องการ

ขั้นที่ 1  กิจกรรม

ครูถามชื่อผู้เรียนแต่ละคน

  • ใครเป็นคนตั้งชื่อให้ ?
  • มีจุดประสงค์อะไร ?
  • ชื่อนั้นมีความหมายอะไร ?
  • เรารักและหวงแหนชื่อของเราอย่างไร ?

ขั้นที่ 2  วิเคราะห์

ชื่อมีไว้กำหนดว่าใครเป็นใคร  จะต้องติดต่อเกี่ยวข้องได้ถูกต้อง

ชื่อยังมีไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  เพื่อนำโชคชัยมาสู่ตัวเจ้าของชื่อเพื่อความไพเราะ

ใครๆ ย่อมรักชื่อของตน  อยากได้ยินคนเรียกขานยกย่องสรรเสริญ  ไม่ชอบให้ใครมาเรียกขานในทำนองลบหลู่ดูหมิ่น

สรุป     คนเราให้ความสำคัญต่อชื่อมาก  เพราะเป็นหน้าเป็นตาเป็นตัวของเราเอง  เราจึงมีคำว่า  “ชื่อเสียง”  ซึ่งเราหวงแหนหนักหนา  ใครจะมาทำให้เราเสียชื่อเสียงเราเป็นไม่ยอม

ขั้นที่ 3  คำสอน

  1. โมเสสกำลังเลี้ยงสัตว์อยู่ดีๆ  เห็นพุ่มไม้มีไฟลุกท่วม  จึงแวะเข้าไปดู  เสียงพระเป็นเจ้าดังมาจากพุ่มไม้นั้น  ทรงบัญชาให้โมเสสนำชาวอิสราแอลออกจากประเทศอียิปต์  โมเสสทูลถามพระองค์ว่า  “ถ้าพวกนั้นถามว่าใครเป็นคนใช้มา  เขาชื่ออะไร  จะให้ข้าพเจ้าตอบว่าอย่างไร ?”   พระเป็นเจ้าตรัสว่า  “เราคือผู้เป็น”  นั่นคือชื่อของพระองค์เราจึงเรียกพระองค์ว่า  “พระเป็นเจ้า”  มาจนทุกวันนี้

  2. ชื่อของเรามีคนตั้งให้เป็นสิริมงคลแต่มักจะไม่ตรงกับลักษณะของเรา  เช่น  บางคนชื่ออ้วน  แต่กลับผอมโซ  บางคนชื่อบุญ  แต่ดูชีวิตจะโชคร้ายไปเสียทุกอย่าง  บางคนชื่อมาก  แต่อะไรๆ ก็ดูมีน้อยเหลือเกิน  ฯลฯ  ส่วนพระเป็นเจ้าทรงมีชื่อที่ตรงกับพระธรรมชาติของพระองค์จริงๆคือพระองค์ทรงเป็นผู้เป็นตลอดกาล  ไม่มีต้นไม่มีปลายพระองค์คือนิรันดรภาพผู้ทรงเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งที่มีต้นมีปลายอยู่ในกาลเวลา  คือเราท่านทั้งหลาย  ชื่อของพระองค์จึงยิ่งใหญ่  ศักดิ์สิทธิ์เท่าเสมอองค์พระเป็นเจ้าเอง  พระคัมภีร์กล่าวว่า  “ใครเรียกหาพระ  คนนั้นจะรอด”  (กจ. 2,21)  และพวกสาวกเจ็ดสิบคนกลับมาด้วยความยินดีทูลว่า  “พระเจ้าข้า  แม้พวกปีศาจก็ยอมอยู่ใต้บังคับของข้าพเจ้าโดยพระนามของพระองค์” (ลก. 10,17)  เปโตร กล่าวกับคนง่อยว่า  “เงินทองเราไม่มี  แต่ที่เรามีเราจะให้  ในพระนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาแร็ธ  จงลุกขึ้นเดินเถิด”  ทันใดคนง่อยก็ลุกขึ้นเดินได้  (กจ. 3,6 – 7) 

  3. พระบัญญัติประการที่  12  จึงห้ามเราว่า    “อย่าออกพระนามพระเป็นเจ้าโดยไม่สมเหตุ”  เพราะเป็นการขาดความเคารพต่อพระองค์พระเป็นเจ้าเอง  และเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นพระนามของพระองค์ด้วย  เราอาจผิดพระบัญญัติประการนี้  โดยการด่าว่าสาบแช่งพระเป็นเจ้า  หรือผู้แทนของพระองค์  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพระเป็นเจ้าโดยตรง  เช่น  ศีลศักดิ์สิทธิ์  ไม้กางเขน  ฯลฯ  เรายังผิดต่อพระบัญญัติประการนี้  โดยเอ่ยพระนามของพระองค์มาเป็นพยานในการสาบานเท็จ  หรือสาบานโดยไม่จำเป็น  หรือแม้กระทั่งการเอ่ยพระนามของพระองค์เล่นๆ  เพื่อล้อเลียนหรือเพื่อสนุกสนานเพลิดเพลินในแบบที่ขาดความเคารพ

  4. เรามีหน้าที่ต้องใช้วาจาสรรเสริญพระเป็นเจ้าและถวายพระเกียรติแด่พระองค์  เช่น  สวดภาวนา  ขันร้อง  สั่งสอนอบรมผู้อื่น  บางครั้งพระศาสนจักรก็กำหนดให้คริสตชนบางตนถวายสัญญาบางประการต่อพระเป็นเจ้าในพระนามของพระองค์  เช่นในการบวชพระสงฆ์  และ  การปฏิญาณตัวของนักบวช  ในกรณีเช่นนี้ผู้ที่ถวายสัญญานั้นจะต้องถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญสูงสุดที่จะซื่อสัตย์ต่อคำสัญญานั้นๆ หรือในบางครั้งพระศาสนจักกำหนดให้คริสตชนบางคนสาบานตนในพระนามของพระเป็นเจ้า  เช่น  ผู้ที่จะรับศีลบวช  ผู้ที่จะรับศีลสมรส  หรือผู้ที่จะต้องให้การต่อศาลของพระศาสนจักร  ผู้ที่ทำการสาบานดังกล่าวก็มีพันธะอย่างหนักที่จะปฏิบัติตามคำสาบานนั้นอย่างซื่อสัตย์สุจริตจริงๆ

  5. ที่สุด  เราคริสตชนทุกคนเอ่ยพระนามของพระเป็นเจ้าอยู่ทุกวัน  วันละหลายๆครั้ง  เมื่อเราทำสำคัญมหากางเขน  เรากล่าวว่า    “เดชะพระนามพระบิดา  และพระบุตร  และพระจิต  อาแมน”  ย่อมยืนยันว่าเราเป็นคริสตชน  โดยรับศีลล้างบาปในพระนามของพระเป็ฯเจ้า  เราเข้ามาอยู่ร่วมวงศ์ตระกูลกับพระองค์  มีชื่อมีเสียงร่วมกับพระองค์  คือชื่อ  “คริสตชน”  เราจึงพึงประพฤติตนให้เหมาะสมคู่ควรกับชื่อนี้อยู่เสมอ  อย่าทำอะไรให้แนที่มัวหมองแก่ชื่อนี้  อันจะส่งผลกระทบต่อพระนามของพระเป็ฯเจ้าด้วย

ขั้นที่ 4 ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
  1. “อย่าออกพระนามพระเป็นเจ้าโดยไม่สมเหตุ”
  2. เราต้องเคารพพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้า โดยสรรเสริญถวายเกียรติแด่พระองค์เสมอ
  3. บาปผิดต่อพระนามของพระเป็นเจ้า เช่น  ด่าว่าสาปแช่งพระเป็นเจ้า  สาบาบเท็จหรือไม่จำเป็น  เอ่ยพระนามพระเป็นเจ้าเป็นการล้อเลียนหรือสนุก
  4. ต้องซื่อสัตย์ต่อคำสัญญา คำปฏิญาณ  และคำสาบานที่ให้ไว้ในพระนามของพระเป็นเจ้าอย่างเคร่งครัด
  5. ชื่อคริสตชนหมายถึงการมีส่วนร่วมในวงศ์ตระกูลของพระเป็นเจ้า พึงประพฤติตนให้ดี  อย่าทำอะไรให้ชื่อนี้มัวหมอง
  • กิจกรรม เชิญชวนผู้เรียนให้สวดหรือขับร้องบท  “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย..............................”

         ข้าแต่พระบิดา

ข้าแต่พระบิดาของข้าพระเจ้าทั้งหลาย

พระองค์สถิตในสวรรค์

พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ

พระอาณาจักจงมาถึง

ขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัย

ในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์

ขอประทานอาหารประจำวัน

แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้

โปรดยกโทษข้าพเจ้า

เหมือนข้าพเจ้ายกให้ผู้อื่น

อย่าปล่อยให้ข้าพเจ้าถูกผจญ

แต่โปรดช่วยให้พ้นภัย  อาแมน

ให้ผู้เรียนประดิษฐ์อักษร  “พระนามพระองจงเป็นที่สักการะ”  ลงในกรอบ  ตกแต่งลวดลายและนะบายสีให้สวยงาม

ปิดท้ายด้วยการขับร้องบทสร้อย  “จงขับร้องสรรเสริญพระยาเวห์  จงถวายพรแด่พระนามของพระองค์  อัลเลลูยา”

เดือนพิเศษเพื่อการประกาศฯ

ตุลาคม 2019 เดือนพิเศษเพื่อการประกาศข่าวดี

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ