www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006370692
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
254
3014
19720
62866
91288
6370692
Your IP: 54.226.58.177
2019-01-19 01:58

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

บทที่  11 อย่าออกนามพระเป็นเจ้าโดยไม่สมเหตุ

จุดมุ่งหมาย     ให้ผู้เรียนตระหนักถึงหน้าที่ที่จะใช้วาจาสรรเสริญพระเป็นเจ้า  และเรียกหาพระองค์ในยามต้องการ

ขั้นที่ 1  กิจกรรม

ครูถามชื่อผู้เรียนแต่ละคน

  • ใครเป็นคนตั้งชื่อให้ ?
  • มีจุดประสงค์อะไร ?
  • ชื่อนั้นมีความหมายอะไร ?
  • เรารักและหวงแหนชื่อของเราอย่างไร ?

ขั้นที่ 2  วิเคราะห์

ชื่อมีไว้กำหนดว่าใครเป็นใคร  จะต้องติดต่อเกี่ยวข้องได้ถูกต้อง

ชื่อยังมีไว้เพื่อเป็นสิริมงคล  เพื่อนำโชคชัยมาสู่ตัวเจ้าของชื่อเพื่อความไพเราะ

ใครๆ ย่อมรักชื่อของตน  อยากได้ยินคนเรียกขานยกย่องสรรเสริญ  ไม่ชอบให้ใครมาเรียกขานในทำนองลบหลู่ดูหมิ่น

สรุป     คนเราให้ความสำคัญต่อชื่อมาก  เพราะเป็นหน้าเป็นตาเป็นตัวของเราเอง  เราจึงมีคำว่า  “ชื่อเสียง”  ซึ่งเราหวงแหนหนักหนา  ใครจะมาทำให้เราเสียชื่อเสียงเราเป็นไม่ยอม

ขั้นที่ 3  คำสอน

  1. โมเสสกำลังเลี้ยงสัตว์อยู่ดีๆ  เห็นพุ่มไม้มีไฟลุกท่วม  จึงแวะเข้าไปดู  เสียงพระเป็นเจ้าดังมาจากพุ่มไม้นั้น  ทรงบัญชาให้โมเสสนำชาวอิสราแอลออกจากประเทศอียิปต์  โมเสสทูลถามพระองค์ว่า  “ถ้าพวกนั้นถามว่าใครเป็นคนใช้มา  เขาชื่ออะไร  จะให้ข้าพเจ้าตอบว่าอย่างไร ?”   พระเป็นเจ้าตรัสว่า  “เราคือผู้เป็น”  นั่นคือชื่อของพระองค์เราจึงเรียกพระองค์ว่า  “พระเป็นเจ้า”  มาจนทุกวันนี้

  2. ชื่อของเรามีคนตั้งให้เป็นสิริมงคลแต่มักจะไม่ตรงกับลักษณะของเรา  เช่น  บางคนชื่ออ้วน  แต่กลับผอมโซ  บางคนชื่อบุญ  แต่ดูชีวิตจะโชคร้ายไปเสียทุกอย่าง  บางคนชื่อมาก  แต่อะไรๆ ก็ดูมีน้อยเหลือเกิน  ฯลฯ  ส่วนพระเป็นเจ้าทรงมีชื่อที่ตรงกับพระธรรมชาติของพระองค์จริงๆคือพระองค์ทรงเป็นผู้เป็นตลอดกาล  ไม่มีต้นไม่มีปลายพระองค์คือนิรันดรภาพผู้ทรงเป็นต้นกำเนิดของสรรพสิ่งที่มีต้นมีปลายอยู่ในกาลเวลา  คือเราท่านทั้งหลาย  ชื่อของพระองค์จึงยิ่งใหญ่  ศักดิ์สิทธิ์เท่าเสมอองค์พระเป็นเจ้าเอง  พระคัมภีร์กล่าวว่า  “ใครเรียกหาพระ  คนนั้นจะรอด”  (กจ. 2,21)  และพวกสาวกเจ็ดสิบคนกลับมาด้วยความยินดีทูลว่า  “พระเจ้าข้า  แม้พวกปีศาจก็ยอมอยู่ใต้บังคับของข้าพเจ้าโดยพระนามของพระองค์” (ลก. 10,17)  เปโตร กล่าวกับคนง่อยว่า  “เงินทองเราไม่มี  แต่ที่เรามีเราจะให้  ในพระนามของพระเยซูคริสต์ชาวนาซาแร็ธ  จงลุกขึ้นเดินเถิด”  ทันใดคนง่อยก็ลุกขึ้นเดินได้  (กจ. 3,6 – 7) 

  3. พระบัญญัติประการที่  12  จึงห้ามเราว่า    “อย่าออกพระนามพระเป็นเจ้าโดยไม่สมเหตุ”  เพราะเป็นการขาดความเคารพต่อพระองค์พระเป็นเจ้าเอง  และเป็นการลบหลู่ดูหมิ่นพระนามของพระองค์ด้วย  เราอาจผิดพระบัญญัติประการนี้  โดยการด่าว่าสาบแช่งพระเป็นเจ้า  หรือผู้แทนของพระองค์  หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับพระเป็นเจ้าโดยตรง  เช่น  ศีลศักดิ์สิทธิ์  ไม้กางเขน  ฯลฯ  เรายังผิดต่อพระบัญญัติประการนี้  โดยเอ่ยพระนามของพระองค์มาเป็นพยานในการสาบานเท็จ  หรือสาบานโดยไม่จำเป็น  หรือแม้กระทั่งการเอ่ยพระนามของพระองค์เล่นๆ  เพื่อล้อเลียนหรือเพื่อสนุกสนานเพลิดเพลินในแบบที่ขาดความเคารพ

  4. เรามีหน้าที่ต้องใช้วาจาสรรเสริญพระเป็นเจ้าและถวายพระเกียรติแด่พระองค์  เช่น  สวดภาวนา  ขันร้อง  สั่งสอนอบรมผู้อื่น  บางครั้งพระศาสนจักรก็กำหนดให้คริสตชนบางตนถวายสัญญาบางประการต่อพระเป็นเจ้าในพระนามของพระองค์  เช่นในการบวชพระสงฆ์  และ  การปฏิญาณตัวของนักบวช  ในกรณีเช่นนี้ผู้ที่ถวายสัญญานั้นจะต้องถือเป็นหน้าที่ที่สำคัญสูงสุดที่จะซื่อสัตย์ต่อคำสัญญานั้นๆ หรือในบางครั้งพระศาสนจักกำหนดให้คริสตชนบางคนสาบานตนในพระนามของพระเป็นเจ้า  เช่น  ผู้ที่จะรับศีลบวช  ผู้ที่จะรับศีลสมรส  หรือผู้ที่จะต้องให้การต่อศาลของพระศาสนจักร  ผู้ที่ทำการสาบานดังกล่าวก็มีพันธะอย่างหนักที่จะปฏิบัติตามคำสาบานนั้นอย่างซื่อสัตย์สุจริตจริงๆ

  5. ที่สุด  เราคริสตชนทุกคนเอ่ยพระนามของพระเป็นเจ้าอยู่ทุกวัน  วันละหลายๆครั้ง  เมื่อเราทำสำคัญมหากางเขน  เรากล่าวว่า    “เดชะพระนามพระบิดา  และพระบุตร  และพระจิต  อาแมน”  ย่อมยืนยันว่าเราเป็นคริสตชน  โดยรับศีลล้างบาปในพระนามของพระเป็ฯเจ้า  เราเข้ามาอยู่ร่วมวงศ์ตระกูลกับพระองค์  มีชื่อมีเสียงร่วมกับพระองค์  คือชื่อ  “คริสตชน”  เราจึงพึงประพฤติตนให้เหมาะสมคู่ควรกับชื่อนี้อยู่เสมอ  อย่าทำอะไรให้แนที่มัวหมองแก่ชื่อนี้  อันจะส่งผลกระทบต่อพระนามของพระเป็ฯเจ้าด้วย

ขั้นที่ 4 ปฏิบัติ

  • ข้อควรจำ
  1. “อย่าออกพระนามพระเป็นเจ้าโดยไม่สมเหตุ”
  2. เราต้องเคารพพระนามอันศักดิ์สิทธิ์ของพระเป็นเจ้า โดยสรรเสริญถวายเกียรติแด่พระองค์เสมอ
  3. บาปผิดต่อพระนามของพระเป็นเจ้า เช่น  ด่าว่าสาปแช่งพระเป็นเจ้า  สาบาบเท็จหรือไม่จำเป็น  เอ่ยพระนามพระเป็นเจ้าเป็นการล้อเลียนหรือสนุก
  4. ต้องซื่อสัตย์ต่อคำสัญญา คำปฏิญาณ  และคำสาบานที่ให้ไว้ในพระนามของพระเป็นเจ้าอย่างเคร่งครัด
  5. ชื่อคริสตชนหมายถึงการมีส่วนร่วมในวงศ์ตระกูลของพระเป็นเจ้า พึงประพฤติตนให้ดี  อย่าทำอะไรให้ชื่อนี้มัวหมอง
  • กิจกรรม เชิญชวนผู้เรียนให้สวดหรือขับร้องบท  “ข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลาย..............................”

         ข้าแต่พระบิดา

ข้าแต่พระบิดาของข้าพระเจ้าทั้งหลาย

พระองค์สถิตในสวรรค์

พระนามพระองค์จงเป็นที่สักการะ

พระอาณาจักจงมาถึง

ขอให้ทุกสิ่งเป็นไปตามน้ำพระทัย

ในแผ่นดินเหมือนในสวรรค์

ขอประทานอาหารประจำวัน

แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายในวันนี้

โปรดยกโทษข้าพเจ้า

เหมือนข้าพเจ้ายกให้ผู้อื่น

อย่าปล่อยให้ข้าพเจ้าถูกผจญ

แต่โปรดช่วยให้พ้นภัย  อาแมน

ให้ผู้เรียนประดิษฐ์อักษร  “พระนามพระองจงเป็นที่สักการะ”  ลงในกรอบ  ตกแต่งลวดลายและนะบายสีให้สวยงาม

ปิดท้ายด้วยการขับร้องบทสร้อย  “จงขับร้องสรรเสริญพระยาเวห์  จงถวายพรแด่พระนามของพระองค์  อัลเลลูยา”

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ