www.kamsondeedee.com

สถิติการเยี่ยมชม

006382957
Today
Yesterday
This Week
This Month
Last Month
All days
2113
3417
9177
75131
91288
6382957
Your IP: 34.234.76.59
2019-01-22 18:18

Share this post

Submit to DeliciousSubmit to DiggSubmit to FacebookSubmit to Google PlusSubmit to StumbleuponSubmit to TechnoratiSubmit to TwitterSubmit to LinkedIn

จดหมายเปิดผนึก...ถึงเพื่อน...ผู้ร่วมงาน
Love Letter 14 “การตั้งคำถามที่เหมาะสม”

คำถามหนึ่งที่มักจะเกิดขึ้นกับเราผู้เป็นครูคำสอนก็คือ “การสอนคำสอนไม่เพียงแต่ให้เด็กจดจำข้อความเชื่อได้เท่านั้น เราจะช่วยเด็กๆของเราให้รู้จักคิดและวิเคราะห์ในเรื่องของความเชื่อได้อย่างไร” คำตอบหนึ่งก็คือ “ครูต้องสอนโดยการตั้งคำถามให้เด็กๆได้คิดหาคำตอบด้วยตนเอง” เหมือนตัวอย่างของเด็กประถมคนหนึ่งที่ได้เล่าให้คุณแม่ของเธอฟังถึงความประทับใจในคุณครูคำสอนของเธอว่า “หนูชอบคุณครู..จังเลย ครูสอนสนุกดี เวลาพวกเราถามคำถาม แทนที่ครูจะตอบเราตรง ๆ ครูกับเล่าเรื่องสนุกๆให้เราฟัง แล้วถามเราว่าพวกเราคิดกันกันอย่างไร”
คำตอบของเด็กคนนี้ทำให้คิดถึงวิธีการสอนของพระเยซูเจ้า

เพื่อนๆจำได้ไหมเวลาที่นักกฎหมายคนหนึ่งถามพระเยซูเจ้าเพื่อจะจับผิดพระเยซูว่า “พระอาจารย์ ข้าพเจ้าจะต้องทำสิ่งใดเพื่อจะได้รับชีวิตนิรันดร” พระเยซูเจ้าตอบเขาโดยตั้งคำถามสวนไปว่า “ในพระบัญญัติมีเขียนไว้อย่างไร” หลังจากที่ได้ตอบพระองค์ไปแล้ว รู้สึกว่านักกฎหมายคนนี้ยังไม่จุใจ จึงถามคำถามอีกว่า “แล้วใครเล่าเป็นเพื่อนมนุษย์ของข้าพเจ้า” พระเยซูเจ้าไม่ได้ทรงตอบคำถามโดยตรง แต่พระองค์ได้ทรงเล่าเรื่อง “ชาวสะมาเรียใจดี” เพื่อให้เขาได้คิดหาคำตอบด้วนตนเอง ซึ่งเรื่องนี้กลับกลายเป็นเรื่องเล่าอมตะที่เราทุกคนต่างจดจำได้ดี

การตั้งคำถามเพื่อกระตุ้นความคิด
สำหรับการสอนคำสอนให้กับเด็กๆในปัจจุบันนั้น ไม่เพียงพอที่จะให้พวกเขาจดจำหรือให้คำตอบในลักษณะของขาวหรือดำ ผิดหรือถูก ทำได้หรือไม่ได้ โดยตรงเท่านั้น เราคงไม่สามารถหาคำตอบสำเร็จรูปให้กับเด็กๆในทุกกรณีได้ แต่เราควรที่จะสอนให้เด็กๆรู้จักคิดแยกแยะ หรือค้นหาคำตอบที่เกี่ยวกับคุณค่าหรือความเชื่อศรัทธาด้วยตัวของพวกเขาเอง ครูเป็นเพียงผู้ชี้แนะหรือให้ข้อมูล ส่วนการตัดสินใจควรเป็นหน้าที่ของพวกเขาเอง แต่อย่างไรก็ตาม เราต้องกระทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเด็กๆที่ครูสอนด้วย บางคนครูเพียงชี้แนะเล็กน้อยเขาก็สามารถเข้าใจได้ แต่บางคนอาจจะต้องใช้คำอธิบายที่มากกว่าจึงจะประสบความสำเร็จ ดังนั้นครูคำสอนจะต้องค่อยๆฝึกลูกศิษย์ให้ค่อยๆรู้จักคิด โดยการตั้งคำถามที่เหมาะสมกับความสามารถของพวกเขา

ต่อไปนี้เป็นตัวอย่างของคำถามเพื่อกระตุ้นความคิดกับเด็กในระดับชั้นต่าง ๆ
ประถมปีที่ 1 : ทำไมพระเยซูเจ้าสอนให้เราช่วยเหลือเพื่อนๆของเราด้วย  ทำไมคนเราต้องรักกันและกัน ทำไมเราต้องไม่ทะเลาะกัน
ประถมปีที่ 2 : เราจะทำอย่างไรได้บ้างเพื่อจึงจะได้มีความใกล้ชิดกับพระเยซูเจ้ามากขึ้น มีใครคิดถึงคำสอนต่างๆของพระเยซูเจ้าได้บ้าง ทำไมเราจึงมีความจำเป็นที่จะต้องรักและช่วยเหลือกัน ดอกไม้ที่สวยงามทำให้เราคิดถึงพระเจ้าอย่างไร
ประถมปีที่ 3 : เราจะทำอย่างไรเพื่อจะทำให้มีความเชื่อศรัทธาในพระเจ้ามากยิ่งขึ้น เมื่อเรามีความทุกข์ เราจะวอนขอความช่วยเหลือจากพระเยซูเจ้าอย่างไร เราสามารถช่วยเหลือวัดของเราได้อย่างไรบ้าง
ประถมปีที่ 4 : ทำไมเราต้องให้ความห่วงใยและสนใจคนอื่นด้วย เราจะรู้ได้อย่างไรว่าการตัดสินใจของเราถูกต้อง เราจะต้องเตรียมตัวอย่างไรเพื่อจะได้ฉลองวันคริสตมาสได้อย่างดี
ประถมปีที่ 5 : พระเจ้าต้องการให้เธอปฏิบัติตนอย่างไรกับเพื่อนๆที่มีความแตกต่างไปจากเธอ เธอคิดว่าบุคคลที่มีความหวังในพระเจ้าเป็นคนที่มีคุณลักษณะเช่นใด ความเชื่อในพระเยซูเจ้าทำให้เธอแตกต่างจากเพื่อนๆอย่างไร
ประถมที่ 6 : ทำไมการทำความดีจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับคนบางคนในสังคมปัจจุบัน คุณสมบัติที่ดีของผู้นำมีอะไรบ้าง เธอจะเป็นผู้ฟังที่ดีของพระเยซูเจ้าได้อย่างไร
เด็กที่โตกว่า : คำสอนเรื่องความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวของผู้ศักดิ์สิทธิ์(สหพันธ์นักบุญ)มีความหมายอย่างไรสำหรับชีวิตประจำวันของเราแต่ละคน ทำไมการอ่านพระคัมภีร์จึงมีความสำคัญสำหรับชีวิตคริสตชน ทำไมคนจำนวนมากแสวงหาความสุขจากเรื่องเงิน อำนาจ เพศ หรือสิ่งเสพติด

เราจะสังเกตได้ว่าคำถามเหล่านี้แตกต่างกับคำถามเช่น “พระเยซูเกิดที่ไหน” “แม่ของพระเยซูเจ้าชื่ออะไร” “พระบัญญัติที่พระเจ้ามอบให้โมเสสมีทั้งหมดกี่ประการ” พระเยซูเจ้าถูกตรึงบนไมกางเขนเมื่อไร” คำถามเหล่านี้ต้องการคำตอบที่ถูกต้องชัดเจน เป็นคำถามประเภท “ความจำ” ซึ่งยังมีความจำเป็นสำหรับการเรียนรู้อย่างแน่นอน แต่เราจะต้องไม่หยุดอยู่แค่ความรู้เช่นนี้ เราต้องช่วยเด็กๆของเราให้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ไปสู่ความหมายเชิงลึกที่ซ่อนอยู่และเพื่อหาเหตุผลสำหรับความเชื่อของตนเอง ทั้งนี้เพื่อให้เด็กๆของเราค่อยๆบรรลุถึงความเชื่อที่สมบูรณ์ต่อไป

จากคำถามเชิงความจำ เราควรยกระดับคำถามของเราไปสู่คำถามเชิงการวิเคราะห์ และการประยุกต์ใช้ นั้นก็คือการตั้งคำถามที่เริ่มต้นด้วยคำว่า “ทำไม” และ “อย่างไร” เช่น “ทำไมเราต้องรักกันและกัน” และ “เราจะแสดงความรักตามคำสอนของพระเยซูเจ้าได้อย่างไร”

ข้อแนะนำเพื่อการตั้งคำถาม
•    เด็กๆมีความคิดที่เป็นรูปธรรมมากว่านามธรรม ดังนั้นในการตั้งคำถาม ครูควรตั้งคำถามด้วยถ้อยคำที่เข้าใจง่ายๆ ค่อยๆพัฒนาจากคำถามที่เป็นรูปธรรมไปสู่นามธรรม เช่น ถ้าครูถามเด็กเล็กๆว่า “มิสซาคืออะไร” เด็กอาจจะตอบไม่ได้เพราะยังไม่เข้าใจ แต่ถ้าครูถามว่า “วันอาทิตย์มีคนไปวัดหลายคน พวกเขาไปทำอะไรกันที่วัด” หรือ ถ้าเราต้องการบอกเด็กๆว่า “เราทุกคนต้องช่วยกันประกาศข่าวดีให้เพื่อนๆของเรารู้” เด็กอาจจะยังไม่เข้าใจคำว่า “ประกาศข่าวดี” แต่ถ้าเราบอกว่า “เราแต่ละคนจะไปบอกเล่าเรื่องของพระเยซูเจ้าให้เพื่อนฟังในเรื่องอะไรได้บ้าง” ดังนั้นในการตั้งคำถามครูอาจจะถามคำถามคำเดียวแต่อาจจะเปลี่ยนสำนวนภาษาหรือถ้อยคำในลักษณะอื่นๆด้วย ถ้าถามเด็กๆแล้ว พวกเขาไม่ตอบสนอง ครูอาจจะต้องปรับวิธีการพูดของครูให้หลากหลายและง่ายขึ้น

•    ครูควรอธิบาย “คำศัพท์” ศาสนาที่ยากแก่ความเข้าใจสำหรับเด็กๆ เช่น พระหรรษทาน ฤทธิ์กุศล พยศชั่ว การประจญ พระศาสนจักร คุณธรรม ฯลฯ

•    ในการตั้งคำถามให้เด็กตอบ ครูอาจจะเตรียมคำถามใส่กล่องคำถามไว้ แล้วให้เด็กหยิบคำถามนั้นขึ้นมาแล้วตอบให้เพื่อนๆฟัง สำหรับการเขียนคำถามนั้น ครูอาจจะเขียนคำถามแล้วปะติดไว้ในภาพการ์ตูน หรือลูกโป่ง หรือในดอกไม้ แล้วให้เด็กๆเลือกขึ้นมาตอบ ซึ่งเป็นการทำให้การถาม-ตอบไม่เคร่งเครียดจนเกินไป และเป็นการท้าทายเด็กๆให้ตอบคำถามอีกด้วย

•    ครูอาจจะให้เด็กๆฝึกการตั้งคำถามจากบทเรียนที่ได้เรียนรู้ไป เช่นให้ตั้งคำถามคนละ 3 ข้อ แล้วแบ่งเด็กๆออกเป็นสองข้าง ผลัดกันถาม ผลัดกันตอบ แล้วให้คะแนน สุดท้ายสรุปว่าข้างใดได้คะแนนมากกว่า

เราสามารถสร้างสรรค์วิธีการต่างๆเพื่อท้าทายเด็กให้คิดได้มากมาย ถ้าเราช่วยเด็กของเราให้รู้จักคิดวิเคราะห์ในเรื่องของชีวิตและความเชื่อ เด็กของเราจะค่อยกลับกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีความเชื่อที่ลึกซึ้ง เป็นคริสตชนที่สามารถเป็นเกลือ เชื้อแป้ง และแสงสว่างให้แก่สังคมของเราได้

 

350 ปีการสถาปนามิสซังสยาม

 350 ปีแห่งการสถาปนา มิสซังสยาม (ค.ศ.1669-2019)

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

เพลงสาธุการ

เพลงสาธุการ

คาทอลิกสอนอะไร

แนะนำเว็บไซต์ดีดี


สมณองค์กรยุวธรรมทูตประเทศไทย

ดาวน์โหลดคู่มือสอน

download คู่มือสอนศีลมหาสนิทฉบับปรับปรุง
Download คู่มือเรียนศีลมหาสนิท ฉบับปรับปรุง

เกี่ยวกับพระศาสนจักร

ประวัติศาสตร์พระศาสนจักรคาทอลิก
คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก
ประมาลกฏหมายพระศาสนจักรคาทอลิก

เว็บไซต์เพื่องานคำสอน

คณะกรรมการคาทอลิกเพื่อคริสตศาสนธรรม ประเทศไทย
ศูนย์คริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพ
Facebook ศูนย์คำสอนสังฆมณฑลเชียงใหม่
www.kamsonchan.comนิตยสารคำสอนต่างประทเศ