ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

คุณธรรม ความรู้ประมาณ (Temperance)
ประสบการณ์อย่างหนึ่งในชีวิตของเราที่ทุกคนคงต้องพบเจอ คือการต่อสู้กับการผจญในเรื่องที่เรารู้ว่าเมื่อทำไปแล้วจะเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเราและต่อผู้อื่น “ความรู้ประมาณ” จึงเป็นคุณธรรมที่ช่วยต้านทานการผจญเหล่านี้ เพราะความรู้ประมาณจะช่วยให้เราสามารถหลุดพ้นจากการกระทำผิดนั้นได้แม้ว่าเรามีความรู้สึกอย่างรุนแรงในเรื่องนั้นก็ตาม หรืออีกนัยหนึ่งความรู้ประมาณเป็นคุณธรรมที่ช่วยไม่ให้เรากระทำบาปแม้ว่าเราจะมีความต้องการจะกระทำก็ตาม


ความหมายของความรู้ประมาณ
(คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก ข้อ 1809)

ความรู้ประมาณ เป็นคุณธรรมทางศีลธรรมที่คอยควบคุมให้ความสุขการใช้สิ่งสร้างที่คอยดึงดูดเราอยู่ในสมดุล ช่วยเสริมกำลังเจตนาให้เข้มแข็งสามารถควบคุมสัญชาตญาณและความปรารถนาไว้ภายในขอบเขต บุคคลที่รู้ประมาณจัดระเบียบความต้องการตามประสาทของตนให้มุ่งหาความดี รู้จักแยกแยะว่าอะไรดีไม่ดีและไม่ดำเนินตามแรงที่ผลักดันให้ทำตามที่ใจของตนปรารถนา ความรู้ประมาณได้รับคำชมเชยบ่อย ๆ ในพันธสัญญาเดิม (บสร 18:30) ในพันธสัญญาใหม่ ความรู้ประมาณยังได้ชื่อว่า “สติสัมปชัญญะ” อีกด้วย เราต้อง “ดำเนินชีวิตอย่างมีสติสัมปชัญญะด้วยความชอบธรรมและความเคารพเลื่อมใสพระเจ้าในโลกนี้” (ทต 2:12)

คุณธรรมความรู้ประมาณกับคุณธรรมอื่นๆ

คุณธรรมความรู้ประมาณกับคุณธรรมอื่น ๆ

               เป็นที่สังเกตว่าความรู้ประมาณเป็นคุณธรรมประการสุดท้ายของคุณธรรมหลักสี่ประการของคำสอนคาทอลิก ทั้งนี้เพราะว่าความรู้ประมาณคือ การรักษาความดีไว้ แต่ท่านจะรักษาความดีได้นั้นท่านจะต้องรู้ว่าอะไรเป็นความดีและรู้วิธีที่จะรักษาความดีนั้นไว้ได้อย่างไรก่อน นี่แหละทำไมเราจึงต้องทำความเข้าใจคุณธรรมความรอบคอบ (ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าอะไรเป็นความดี) และความยุติธรรม และความกล้าหาญ  ก่อนที่จะเรียนรู้คุณธรรมความรู้ประมาณ ซึ่งก็คือ การรู้จักหลีกหนีความชั่ว หรือการไม่ยอมสูญเสียความดี

                ปัญหาก็คือคนส่วนใหญ่เห็นว่าเป้าหมายใหญ่ของชีวิตคริสตชนคือ การหลีกหนีบาป ถ้ามีคนถามว่า “คริสตชนที่ดีคือใคร” คนส่วนใหญ่อาจจะตอบด้วยถ้อยคำที่เป็นเชิงลบ เช่น “คริสตชนที่ดีคือคนที่ไม่เป็นชู้ ไม่ผิดทางเพศ ไม่ดื่มเหล้า ไม่เสพสิ่งเสพติด หรือเป็นคนเลว พูดจาลามก โกหกพกลม หรือขโมย” นี่เป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้องเพราะคนที่อยู่ในอาการโคม่าใกล้จะตายก็ไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้ (แม้แต่สุนัขที่ท่านเลี้ยงก็ไม่ได้ทำชั่วช้าได้เช่นนี้) เมื่อเราคิดถึงคริสตชนในอุดมคติ หวังว่าเราคงไม่คิดถึงคนที่อยู่ในอาการโคม่า หรือสุนัข หรือคนชั่ว หรือพวกเทวดาตกสวรรค์เช่นนี้

                 บางคนไม่ได้เป็นคริสตชนที่ดี หรือแม้กระทั่งเป็นคนดี เพราะเขาไม่ได้ทำบางอย่าง แต่เขาก็ได้ทำหลายอย่าง เช่น แสวงหาความดี มุ่งมั่นในการส่งเสริมความงดงาม สุขภาพถ่อมตน แสวงหาความศักดิ์สิทธิ์ มีมิตรภาพ พูดความจริง ฯลฯ เราต้องมั่นใจว่าจุดเน้นของเราคือเน้นการทำดีมากกว่าการหลีกหนีหรือละเว้นความชั่ว เรื่องการดำเนินชีวิตในคุณธรรมความดีนั้น การป้องกันที่ดีที่สุดคือการทำความดี นี่แหละทำไมความรู้ประมาณจึงเป็นคุณธรรมสุดท้ายในลำดับของคุณธรรม และเป็นคุณธรรมที่ขาดไม่ได้เช่นเดียวกับคุณธรรมอื่น ๆ

                 ในจุดนี้ เพื่อช่วยให้เราเข้าใจคุณธรรมหลักทั้งสี่ประการได้ดียิ่งขึ้นจึงขอเปรียบเทียบกับการเรียนขับรถยนต์ ถ้าท่านต้องการเรียนขับรถยนต์ สิ่งแรกท่านต้องเรียนการควบคุมรถ นี่ตรงกับคุณธรรมความรอบคอบ จากนั้นท่านต้องเรียนรู้เรื่องการระมัดระวังสภาพแวดล้อมของการจราจร การใช้รถร่วมกันกับคนอื่นบนท้องถนน ทักษะนี้ตรงกับคุณธรรมความยุติธรรม ประการที่สาม ท่านต้องเรียนรู้วิธีที่ใช้คันเร่ง การออกรถ การเหยียบคันเร่งอย่างไรให้เหมาะสมเพื่อให้รถวิ่งไปสู่จุดหมาย นี่ตรงกับคุณธรรมความกล้าหาญ สุดท้ายท่านต้องเรียนรู้วิธีที่จะหลีกเลี่ยงการชนและความเสียหาย ขับให้ปลอดภัย ความสามารถนี้ตรงกับคุณธรรมการรู้ประมาณ

                  แน่นอน จุดมุ่งหมายของรถไม่เพียงแต่หลีกเลี่ยงการชนเท่านั้นแต่เป็นการไปให้ถึงที่หมาย เช่นเดียวกันจุดหมายหลักของชีวิตไม่ใช่เพียงหลีกเลี่ยงบาป แต่ต้องไปให้ถึงความสุขที่เที่ยงแท้ ถึงกระนั้นถ้ารถยนต์ชนหรือคว่ำ มันก็พาท่านไปไหนไม่ได้ เช่นเดียวกันถ้าท่านไม่หลีกเลี่ยงบาป ท่านก็จะไม่ได้รับความสุขเช่นกัน ดังนั้นความรู้ประมาณจึงช่วยให้เราดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีความสุข

เอาชนะความปรารถนาทางเพศที่รุนแรง (Concupiscence)

เอาชนะความปรารถนาทางเพศที่รุนแรง (Concupiscence)
               
ความปรารถนาทางเพศที่รุนแรง เป็นความต้องการของมนุษย์ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ดี เหมือนคนเป็นโรคเบาหวานก็ยังชอบกินของหวาน คนที่ติดเหล้าก็อยากดื่มเหล้า เราทุกคนในบางช่วงบางเวลาก็มีความปรารถนาที่จะทำสิ่งที่เป็นบาป ความรู้ประมาณป้องกันการปลุกเร้าจากอันตรายเหล่านี้ ช่วยควบคุมความปรารถนาของเรา แทนที่จะให้ความปรารถนาควบคุมเรา สำหรับคนที่ไม่รู้ประมาณ คนที่ปล่อยให้แรงขับเหล่านี้ออกมาแผลงฤทธิ์ในชีวิตจะทำให้คนนั้นมองเห็นความจริงได้ยาก และยากที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง เป็นชีวิตของคนที่ใช้อารมณ์และความรู้สึกเป็นตัวนำแทนที่จะใช้ความรอบคอบ ความยุติธรรมและความกล้าหาญ ความรู้ประมาณช่วยควบคุมแรงกระตุ้นและทำให้เราย้อนกลับใช้คุณธรรมสามประการแรกนั้น เราพูดได้ว่าการรู้ประมาณช่วยทำให้คุณธรรมอื่นดำเนินงานได้

                นอกจากนั้น การู้ประมาณยังช่วยปกป้องความดีทุกอย่างที่เรากำลังกระทำ ถ้าคนหนึ่งทำดีแต่ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้อง ที่สุดเขาก็จะจบลงด้วยความเกลียดสิ่งที่ดีนั้น เช่น แอลกอฮอล์เป็นสิ่งที่ดี ไม่มีใครเกลียดแอลกอฮอล์แต่เกลียดคนขี้เหล้า คนเกลียดเพราะมันทำให้เขาต้องเสียทุกสิ่งทุกอย่างไป เสียครอบครัวของเขา เสียหน้าที่การงาน เสียการเคารพตนเอง ฯลฯ

               เรื่องเพศก็เช่นกัน เพศเป็นเรื่องที่ดี แต่ที่น่ากลัวคือการมีอาการ “นิมโฟมาเนีย” หรือความผิดปกติทางด้านร่างกายและสภาพจิตที่พร้อมจะมีกิจกรรมทางเพศ หรือเป็นทาสของความต้องทางเพศ ซึ่งนำไปสู่การลดศักดิ์ศรีของตนเองโดยประพฤติปฏิบัติในสิ่งที่มิชอบนั้น ประเด็นคือเขาเสพติดกับความพึงพอใจที่นำความพินาศมาให้ตนเอง คือไม่สามารถควบคุมตนในการดำรงตนเป็นคนดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผู้อื่นสูญเสียความดีไปด้วย ดังนั้นการรู้ประมาณช่วยนำทางความปรารถนาของเราให้อยู่ในทางที่ถูกต้องและเอาชนะความปรารถนาทางเพศที่รุนแรง ปกป้องความดีและความสุขของมนุษย์โดยรวม

ความรู้ประมาณยืนอยู่ระหว่างความสุดโต่งสองขั้ว

ความรู้ประมาณยืนอยู่ระหว่างความสุดโต่งสองขั้ว

               เช่นเดียวกับกรณีของความกล้าหาญ ความกล้าหาญก็ต้องกล้าหาญแบบรู้ประมาณ ดังนั้นความสุดโต่งประการแรกของความรู้ประมาณคือ ความไม่รู้ประมาณ หรือ การขาดการควบคุมตนเอง หรือการไม่ยับยั้งชั่งใจ เราได้พูดเรื่องของพยศชั่วนี้มาแล้ว นั้นคือ เมื่อคนหนึ่งไม่สามารถควบคุมแรงผลักดันอย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นและยินยอมพร้อมใจกระทำตามแรงขับนั้น การปล่อยเนื้อปล่อยตัวแบบนี้จะนำไปสู่ความหายนะ ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับเรื่องการขับรถ ผลของการไม่ควบคุมตนคือรถต้องพัง ชีวิตต้องพินาศ

               ความสุดโต่งประการที่สองคือ ความเมินเฉย หรือการไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่มีความปรารถนาที่จะทำดี หรือแม้กระทั่งไม่มีแรงจูงใจที่มีชีวิตที่ดี ธรรมดาแล้วคน ๆ หนึ่งอาจจะถูกดึงดูดด้วยเรื่องทางเพศ อาหารการกิน ความสำเร็จ ชีวิตทางสังคม ฯลฯ แต่คนประเภทนี้กลับเฉย ๆ ไม่คิดอะไร ดังนั้นความรู้ประมาณจึงช่วยดึงเขาขึ้นมาให้คิดที่จะทำให้เกิดสิ่งดี ๆ กับชีวิต ความรู้ประมาณจึงอยู่สายกลางระหว่างการทำอะไรอย่างไม่ยับยั้งชั่งใจกับการไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรในชีวิต

รูปแบบของความไม่รู้ประมาณ

รูปแบบของความไม่รู้ประมาณ

             เพื่อให้เกิดความก้าวหน้าในความรู้ประมาณ จึงควรที่จะทบทวนสิ่งที่เป็นอุปสรรคพื้นฐานในชีวิตของเรา
             ความไม่รู้ประมาณในเรื่องของการกินการดื่มเรียกว่า “โลภอาหาร” (gluttony) ปัญหาไม่ใช่เรื่องที่ว่าคนหนึ่งควรกินมากน้อยเท่าไร (ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งด้วย) แต่มันจะเป็นบาปเมื่อคนหนึ่งพิถีพิถันมากเกินไป หรือยึดติดกับอาหารบางอย่างมากเกินไป หลายคนไม่ยอมกินอะไรเลยนอกจากสิ่งที่ตนเองชอบเท่านั้น “ทุกครั้งที่เราไม่พอใจ ไม่อดทน ไม่มีรักและเมตตา หรือห่วงแต่ตนเอง เพราะกระเพาะอาหารของตน กรณีเหล่านี้แหละ คือ การโลภอาหาร”

             พยศชั่วหรือความโน้มเอียงให้เกิดความชั่วที่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์เรียกว่า “ความขี้เหล้าเมายา” (รวมถึงการเสพติดสิ่งที่ผิดกฎหมายอื่นๆด้วย) การติดเหล้าเมายาทำให้เราสูญเสียธรรมชาติที่งดงามน่ารักของตัวเราในฐานะที่เป็นสิ่งสร้างชั้นยอด ให้กลับกลายเป็นคนที่น่ารังเกลียด เราทำให้ศักดิ์ศรีและเกียรติยศของการเป็นบุตรของพระเจ้าต่ำลง กลับกลายเป็นสิ่งสร้างที่ไม่ใช้สติสัมปชัญญะ ควบคุมตนเองไม่ได้ เป็นการลดคุณค่าของตนเองโดยตรง และเป็นอุปสรรคต่อความสามารถที่จะทำความดีขั้นพื้นฐานอื่น ๆ ของมนุษย์

               รูปแบบของความไม่รู้ประมาณที่คนส่วนใหญ่สนใจคือ ความไม่รู้ประมาณตนที่เกี่ยวกับเรื่อง “เพศ” แน่นอนเรื่องเพศเป็นเรื่องที่ดีเหมือนกับเรื่องอื่น ๆ เป็นเรื่องที่ทำให้มนุษย์เป็นคนที่สมบูรณ์ เป็นความปรารถนาทางร่างกายที่จะได้มีความสัมพันธ์เป็นหนึ่งเดียวกับคนที่ตนรัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับพลังด้านความรัก สมรรถภาพที่จะรักและมีบุตรสืบสกุล

                อย่างไรก็ตาม “ตัณหา” (Lust) เป็นการแสวงหาความสนุกสนานทางเพศอย่างไร้ระเบียบและมากเกินไปความต้องการทางเพศเป็นพยศชั่วได้ ถ้าต้องการใช้ผู้อื่นเพื่อความพึงพอใจทางเพศของตนเท่านั้น ตัณหาทำให้มองข้ามความดีที่แท้จริงของผู้อื่น (และของตัวเอง) เพื่อจะได้รับในสิ่งที่ตนต้องการ ที่จริงแล้วเพื่อทดสอบว่าท่านกำลังมีตัณหาหรือไม่ให้ถามตนเองว่า “ฉันกำลังคิดถึงความสุขของคนอื่นจริง ๆ หรือเพียงแค่ต้องการความเพลิดเพลินของตัวฉันเอง”

               ตัณหาอาจจะเกิดขึ้นได้ทั้งสองกรณี ความเป็นได้ประการแรก เป็นตัณหาที่เกิดขึ้นก่อนการแต่งงาน เช่น “เพศสัมพันธ์นอกการสมรส” (fornication) คือการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่มีการแต่งงานระหว่างชายและหญิงที่อาจแต่งงานกันได้ การเสพ “สื่อลามก” คือการดูกิจกรรมทางเพศทั้งที่ปฏิบัติจริงหรือเป็นเพียงการแสดงเพื่อความสนุกสนานและกระตุ้นอารมณ์ ทำให้จมกับความเพ้อฝัน และการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของความไม่รู้จักประมาณตนในเรื่องเพศ ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณค่าและความดีของความรักระหว่างบุคคลและเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับความสุขแท้ของมนุษย์
สำหรับผู้ที่แต่งงานแล้ว ไม่ใช่ว่าจะไม่มีตัณหาเกิดขึ้น แน่นอนโอกาสที่จะล้มเหลวในความรู้จักประมาณทางเพศ เรื่องของการผิดประเวณี สื่อลามก และการสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองยังคงเกิดขึ้นได้ และบุคคลที่แต่งงานแล้วควรที่จะดำรงตนด้วยความระมัดระวัง เพราะยังคงมีความเห็นแก่ตัว การแสวงหาความพึงพอใจกับคู่ครองของตนโดยไม่ได้กระทำเพราะความรักเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ดังนั้นสามีจึงควรภาวนาต่อนักบุญโยเซฟผู้เป็นแบบอย่างของผู้แต่งงานที่บริสุทธิ์ เพื่อขอพลังพิเศษที่จะเอาชนะการผจญในเรื่องเหล่านี้

               ความไม่สงบเสงี่ยม (Immodesty) หรือการไม่รู้จักอาย เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของความรู้ประมาณหรือการควบคุมตนเอง เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นมากมายในสังคมของเราขณะนี้คือการแต่งตัว ผู้หญิงจะต้องถามตนเองเมื่อแต่งตัวออกสู่สาธารณะว่า “คนที่เห็นฉันแต่งตัวแบบนี้ พวกเขาจะว่าฉันทำถูกกาลเทศะหรือไม่” ถ้าคำตอบคือ "มันกระตุ้นทางเพศเกินไป” ทางที่ดีที่สุดคือเราก็ไม่ควรแต่งตัวเช่นนั้นออกสู่สายตาของคนอื่น แน่นอนทุกคนต้องการให้มีคนสนใจหรือเป็นที่ปรารถนาของใครสักคนหนึ่ง แต่คำถามคือจะให้ใครสนใจเรา สนใจเราอย่างไรและสนใจในแง่ใด ให้พระเจ้าพอใจในฐานะที่ท่านเป็นลูกที่น่ารักของพระองค์ หรือให้คนที่ท่านรักและเคารพ หรือใครก็ได้ที่ต้องการใช้ร่างกายของท่านเพื่อความพึงพอใจของเขา เราไม่ควรให้ความสนใจใครอื่นใดนอกจากเพื่อพระเจ้าและบุคคลที่เราเคารพรักเท่านั้น

                เรื่องของ “ความโมโห” อาจจะเหมาะกับบางสถานการณ์ เราอาจจะใช้เพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิด หรือจูงใจเราให้จัดการกับเรื่องที่ไม่ยุติธรรม อย่างไรก็ตามความโมโหจะเป็นความไม่รู้ประมาณได้เมื่อ 1) ไม่เหมาะสม เช่น โมโหนานเกินไปหรือรุนแรงเกินไป หรือ 2) มุ่งทำร้ายผู้อื่น แก้แค้น ปกป้องตนเอง แสดงอำนาจ หรือแสดงว่าตนสำคัญ การโมโหเช่นนี้ไม่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เพื่อความดี เป็นการทำลายมากกว่า ดังนั้นจึงต้องมีความรู้ประมาณซึ่งจะช่วยทำให้เกิดความยับยั้งชั่งใจ และเกิดความระมัดระวังตนมากขึ้น

                 “ความหยิ่ง” เป็นพยศชั่วประการหนึ่งที่นับว่าเป็นบาปที่ขัดแย้งกับความรู้ประมาณ คนที่หยิ่งคือคนที่ให้ความสำคัญกับตนเองมากเกินจริง คิดว่าตนสำคัญกว่าคนอื่น ความรู้ประมาณที่เกี่ยวกับภาพลักษณ์ที่แท้จริงของตนเองเรียกร้องให้มีความสุภาพ ทุกคนต่างมีความผิดบกพร่องด้วยกันทั้งนั้น อย่างน้อยต้องมีความหยิ่งในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ลองพิจารณาคำสอนที่ให้หลักในการควบคุมความหยิ่งผยองของตนเองจากนักบุญโยเซมารีอา เอสคริวา (St. Josemaria Escriva)

                  "ต้องการได้อะไรตามใจของท่านเสมอ คิดว่าเรื่องที่ท่านทำหรือพูดนั้นดีกว่าเรื่องที่คนอื่นทำหรือพูด โต้เถียงเมื่อท่านไม่ถูกต้อง โต้เถียงเมื่อท่านเองถูกต้องด้วยท่าทีที่เลวร้ายหรือยืนหยัดแบบหัวชนฝา แสดงความคิดเห็นโดยไม่มีใครร้องขอ หรือแสดงความรักที่ไม่มีใครต้องการให้ท่านกระทำ ดูหมิ่นความคิดเห็นของคนอื่น ไม่ตระหนักว่าพระพรทั้งหมดและคุณภาพชีวิตของท่านเป็นของที่กู้ยืมมา (จากพระเจ้า) ท่านรู้สึกกระวนกระวายใจและกลัว (ขาดความไว้วางใจ) พูดไม่ดีเกี่ยวกับตัวท่านเองเพื่อให้คนอื่นแสดงความคิดเห็นดี ๆ ถึงตัวท่าน แก้ตัวเมื่อถูกตำหนิ รู้สึกเจ็บปวดเมื่อคนอื่นได้รับการนับถือมากกว่าตนเอง ปฏิเสธที่จะปฏิบัติภารกิจที่ไม่ชอบ แสวงหาหรือต้องการที่จะแยกตัว ยกย่องตนเองในการสนทนา หรือพูดเพื่อแสดงภูมิปัญญาหรือทักษะ หรือความเป็นมืออาชีพของตน รู้สึกอายถ้าไม่มีอะไรที่คนอื่นมี”

                    คุณลักษณะเหล่านี้เป็นอาการของการยกย่องตนเองเพื่อทำความเสียหายให้กับความดีของผู้อื่น แต่ละคนจะต้องไตร่ตรองอย่างสุภาพกับความเย่อหยิ่งของตน และหวังว่าการไตร่ตรองนี้จะนำไปสู่การแก้ไขอย่างจริงจังด้วยการยืนยันและด้วยมโนสำนึกของตนเอง

                   ในประเด็นสุดท้ายของการไม่รู้ประมาณที่เกี่ยวกับปรากฏการณ์ของการบันเทิงสมัยใหม่ ในวัฒนธรรมของไอปอต ดีวีดี สมาร์ตโฟน วีดีโอเกมส์ แชทไลน์ ฯลฯ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อความบันเทิงส่วนตัว จึงไม่ต้องแปลกใจที่เราทุกคนต่างใช้เวลาในแต่ละวันเพื่อหย่อนใจโดยอุปกรณ์เหล่านี้

                   คำถามก็คือ เราแสวงหาความบันเทิงใจที่เป็นการทำลายแทนที่จะเป็นการสร้างสรรค์หรือไม่ เราได้ชมภาพยนตร์ที่ไม่ดีหรือเข้าร่วมนินทาว่าร้ายบุคคลต่าง ๆ หรือไม่ แน่นอนความสนุกสนานที่เสื่อมถอยเหล่านี้ย่อมไม่ทำให้เราสดชื่นหรือฟื้นฟูชีวิตของเราให้ดีขึ้น แต่จะทำให้การแสวงหาความสุขที่แท้ของเราลดน้อยลงไป ในอีกแง่มุมหนึ่งของการบันเทิง โดยตัวของมันเองแล้วไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่ถ้าเราใช้เวลามากเกินไป หรือหมกมุ่นกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากเกินไป จนทำให้เราเสียงานหรือหน้าที่ไป นี้แหละเป็นปัญหา เช่น การชมการแข่งขันฟุตบอลทุกนัดไม่ใช่เรื่องผิด แต่มันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ทางศาสนาหรือหน้าที่ต่อครอบครัวได้ เช่นเดียวกับการเสพข่าวและการเฝ้าติดตามเรื่องราวของทั่วโลก (ซึ่งบางเรื่องก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตของเรา) หรือเรากลายเป็นคนที่เสพติดการบันเทิงที่ไร้คุณภาพและคุณธรรม บางครั้งเราใช้เรื่องเหล่านี้เพียงเพื่อฆ่าเวลา แทนที่เราจะใช้เวลาที่มีค่าเพื่อการยกระดับจิตใจ ใฝ่หาคุณธรรม หรือเพื่อเป็นแรงจูงใจให้ทำประโยชน์ต่อชีวิตของตนและสังคม

                    เราไม่ได้ปฏิเสธความจำเป็นของสันทนาการหรือความพักผ่อนหย่อนใจที่ถูกต้อง เราทุกคนต้องการที่จะมีเวลาเพื่อหยุดพัก สบายๆ และทำกิจกรรมอะไรที่ผ่อนคลายความเครียด แต่กิจกรรมนั้นควรมีคุณค่า ไม่ขัดกับศีลธรรมอันดี หรือไม่ใช่แค่ให้หมดเวลาไปวันๆ ที่สำคัญการใช้เวลาว่างเพื่ออะไรก็ตาม ความรู้ประมาณเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเราจะได้ไม่เสพติดในเรื่องที่ไม่เหมาะสม แต่จะช่วยทำให้ชีวิตของเราสมบูรณ์ด้วยการทำสิ่งที่เหมาะสมมากขึ้น

                  ดังนั้นท่านมีเรื่องอะไรที่ทำไปโดยความไม่รู้ประมาณบ้าง มีความปรารถนาหรือแรงกระตุ้นอะไรที่ครอบงำจนทำร้ายความสามารถในการปฏิบัติตามคุณธรรมและความดีได้ ขอท่านจงภาวนาต่อพระเจ้าเพื่อเผยแสดงความอ่อนแอในเรื่องการควบคุมตนเอง และเพื่อพระองค์จะได้ประทานพละกำลังเพื่อจะได้หลุดพ้น เป็นอิสระจากการเสพติดต่างๆ โดยอาศัยคุณธรรมแห่งความรู้ประมาณ

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย
🎯การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย "ก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะพยานแห่งความหวัง" คุณครูกฤติยา อุตสาหะ เจ้าหน้าที่ศูนย์คริสตศาสนธรรมและอาจารย์พิเศษ วิทยาลัยแสงธรรมร่วมประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนของสภาพระสังฆราชในทวีปเอเชียณ ศูนย์คาทอลิกพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่...
"ครูคำสอนผู้จาริกแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope)งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่ 7 ศูนย์คริสตศาสนธรรมราชบุรีจัดการแสวงบุญให้กับครูคำสอน ในโอกาสไปร่วม งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่...
วันพระคัมภีร์ ในโครงการไบเบิ้ลคอนเทสต์ ครั้งที่ 21 หัวข้อ “20 บุคคลในพระคัมภีร์ บุคคลในประวัติศาสตร์ความรอด”
🎉 วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดงานวันพระคัมภีร์ ในโครงการไบเบิ้ลคอนเทสต์ ครั้งที่...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 295 มโนธรรม คืออะไร ?
📍มโนธรรม คืออะไร ?YOUCAT 295 บอกเราว่ามโนธรรม...
Youcat 523 ทำไมมนุษย์จึงมิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น ?
ทำไมมนุษย์จึงมิได้ดำรงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้น ? #YOUCAT 523 บอกเราว่า..."มนุษย์มิได้ดํารงชีวิตด้วยอาหารเท่านั้นแต่ดำรงชีวิตด้วยพระวาจาทุกคําที่ออกจากโอษฐ์ของพระเจ้า"...
Youcat 68 บาปกำเนิด การตกในบาปของอาดัมและเอวามีผลต่อเราอย่างไร ?
บาปกำเนิด การตกในบาปของอาดัมและเอวามีผลต่อเราอย่างไร ? #YOUCAT68 บอกเราว่า...

พระวาจานำชีวิต

พระเจ้าทรงมองที่จิตใจ ไม่ใช่ที่รูปลักษณ์ภายนอก
จงมีกำลังใจว่าพระเจ้าทรงมองที่จิตใจของเรา ไม่ใช่ที่รูปลักษณ์ภายนอก ขอให้พระวาจาพระเจ้าส่องสว่างนำทางเรา พระยาห์เวห์ตรัสกับซามูเอลว่า “อย่าสนใจมองแต่รูปร่างหน้าตาหรือความสูงของเขา...
ความแห้งแล้งฝ่ายวิญญาณ
เมื่อเราเกิดความแห้งแล้งฝ่ายจิตวิญญาณ อาจพ่ายแพ้ต่อการผจญได้ง่าย จงร้องเรียกหาพระเจ้า ผู้ทรงเป็นน้ำที่ให้ชีวิตและให้ความชุ่มชื้นแก่เรา เขาเป็นเหมือนต้นไม้ปลูกไว้ริมลำธาร...
กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง
มหาพรตเตือนใจ ให้กล้าที่จะเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิต เพื่อเป็นคนที่ดีขึ้น เพื่อเหมาะสมที่จะได้รับความรักและความรอดจากพระเจ้า ให้พระวาจาพระเจ้านำทางเรา...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC265  สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน
ในที่สุด สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการร่วมกันก้าวเดินที่คงที่และหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญที่ความเป็นจริงเหล่านี้มักจะนำเสนอชีวิตคริสตชนที่เป็นการพบปะส่วนตัวและการดำรงอยู่กับพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงพระชนม์ในบริบทของประสบการณ์กลุ่มและความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง...
DC264 การสอนคำสอนกับผู้ใหญ่นำเสนอตัวเองในรูปแบบที่หลากหลายและมีการให้ความสำคัญที่แตกต่างกันมาก
การสอนคำสอนกับผู้ใหญ่นำเสนอตัวเองในรูปแบบที่หลากหลายและมีการให้ความสำคัญที่แตกต่างกันมาก การสอนคำสอนฐานะเป็นการเริ่มต้นอย่างแท้จริงในความเชื่อ หรือการเป็นเพื่อนร่วมทางกับผู้สมัครรับศีลล้างบาปและศีลศักดิ์สิทธิ์แห่งการเริ่มชีวิตคริสตชนโดยทางประสบการณ์ของการสอนผู้ใหญ่เข้าเป็นคริสตชน การสอนคำสอนฐานะเป็นการเริ่มต้นใหม่ในความเชื่อหรือการเป็นเพื่อนร่วมทางกับผู้ที่แม้ว่าพวกเขาได้รับศีลล้างบาปแล้วแต่การเริ่มเข้าสู่ชีวิตคริสตชนยังไม่สมบูรณ์หรือยังไม่ได้รับการประกาศข่าวดี การสอนคำสอนฐานะเป็นการค้นพบความเชื่ออีกครั้งโดยทาง...
DC263 ครูคำสอนสำหรับผู้ใหญ่จะต้องได้รับการคัดเลือกอย่างรอบคอบและพร้อมสำหรับการปฏิบัติศาสนบริการที่ละเอียดอ่อนนี้โดยทางการอบรมอย่างเฉพาะเจาะจง
📖ในการสอนคำสอนมีบทบาทที่แน่ชัดสำหรับตำแหน่งของครูคำสอน ผู้ซึ่งอยู่ในฐานะเพื่อนร่วมทางและในขณะเดียวกันก็อยู่ในฐานะนักการศึกษาที่สามารถสนับสนุนพวกเขาในกระบวนการเติบโตส่วนบุคคล การเป็นเพื่อนร่วมทางสำหรับผู้ใหญ่ แม้ว่าจะอยู่ในความสัมพันธ์ฉันพี่น้องที่จริงใจ รักษาท่าทีทางการศึกษาที่มีต่อพวกเขาอย่างมีสติด้วยความตั้งใจที่จะอำนวยความสะดวกให้พวกเขามีความสัมพันธ์แบบผู้ใหญ่กับองค์พระผู้เป็นเจ้า...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

บทเรียน CCP 20 บุคคลในพระคัมภีร์

สารคำสอน 183 (ปีการศึกษา2024)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

1.png5.png0.png4.png6.png6.png7.png
วันนี้867
เมื่อวานนี้4296
สัปดาห์นี้17630
เดือนนี้67693
ทั้งหมด1504667

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

25
Online

วันศุกร์, 20 มีนาคม 2569 05:03