ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

ไปวัดทำไม ไปแล้วได้อะไร
การแห่เข้าตอน การแห่เข้า
      
“เชิญยืน” เสียงพิธีกรเชิญทุกคนในยืนขึ้นพร้อมกับเชิญชวนให้ “ขับร้องเพลง”
        “การขับร้องเพลง” เป็นการสร้างบรรยากาศแห่งเฉลิมฉลองในขณะที่ขบวนแห่ของประธานและศาสนบริการอื่นๆเดินเป็นขบวนเข้าสู่พระแท่นบูชา ท่วงทำนองของบทเพลงในพิธีแห่เข้านี้เป็นท่วงทำนองของการเดินทางไปยังบ้านของพระบิดาซึ่งผู้ที่ร่วมกระบวนแห่นั้นต่างมีความชื่นชมยินดีและสนุกสนาน ซึ่งบทสดุดีได้แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศและจุดมุ่งหมายของการขับร้องเพลงในการแห่เข้าดังนี้
“โปรดส่งความสว่างและความจริงของพระองค์ลงมา เพื่อช่วยชี้ทิศทางให้แก่ข้าพเจ้า และนำข้าพเจ้าไปยังภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของพระองค์ ไปยังสถานที่อันเป็นแหล่งพำนักของพระองค์แล้วข้าพเจ้าจะเข้าไปยังพระแท่นบูชาของพระเจ้า ไปพบพระเจ้าผู้ทรงเป็นความยินดีปรีดาของข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจะสรรเสริญพระองค์ด้วยเพลงพิณ ข้าแต่พระเจ้า พระเจ้าของข้าพเจ้า”(สดุดี 43:3-4)

          “การยืน” เป็นการต้อนรับและให้เกียรติประธานในพิธีมิสซา พระสงฆ์ผู้เป็นประธานจะเดินเข้ามา ซึ่งบางวัดจะมีการแห่เข้าอย่างสง่าพร้อมกับศาสนบริกรอื่นๆ
         “กระบวนแห่” ในทางเทววิทยาเป็นเครื่องหมายที่เตือนใจเราทุกคนให้ระลึกถึงความจริงของชีวิตที่ว่า เราทุกคนในฐานะที่เป็นประชากรของพระเจ้าก็คือ บุคคลที่กำลังเดินทาง “จาริกแสวงบุญ” จาก “โลกนี้” เข้าสู่ “เมืองสวรรค์” อันเป็นบ้านแท้นิรันดรของเรา

         ในการเดินทางจาริกของชีวิตศักดิ์สิทธิ์นี้ เรามี “พระเยซูคริสตเจ้า” เป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งสัญลักษณ์ของพระเยซูเจ้าก็คือ “พระแท่นบูชา” และในขณะเดียวกันพระเยซูเจ้าเองทรงร่วมเดินทางจาริกไปกับเราโดยทรงประทับอยู่ในตัวของ “พระสงฆ์” ผู้เป็นประธานในพิธีอีกด้วย

         “พระแท่น” เมื่อขบวนแห่มาถึงพระแท่นบูชาแล้ว พระสงฆ์และศาสนบริกรจะแสดงความเคารพต่อศีลมหาสนิทด้วยการย่อเข่าหรือการไหว้ จากนั้นพระสงฆ์จะเข้าไปกราบพระแท่น หรือจูบพระแท่น การกราบหรือการจูบพระแท่นเป็นการแสดงความเคารพต่อพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งธรรมเนียมปฏิบัตินี้มีต้นกำเนิดมาจากสมัยที่บรรดาคริสตชนถูกเบียดเบียนอย่างหนักจนต้องหลบซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ที่เรียกว่าคาตาคอมบ์ (Catacombs) และร่วมกันถวายมิสซาบูชาขอบพระคุณบนหลุมศพของบรรดามรณะสักขี ผู้ซึ่งยอมรับทรมานและความตายด้วยความกล้าหาญเช่นเดียวกับองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยชีวิตของพวกท่านเหล่านั้น เมื่อพระศาสนจักรมีอิสระสามารถประกอบพิธีกรรมหรือแสดงความเชื่อได้อย่างเปิดเผยแล้ว จึงนำเอาธรรมเนียมนี้มาใช้ต่อไปโดยนำเอาพระธาตุซึ่งอาจจะเป็นชิ้นส่วนของร่างกาย เช่น กระดูก ผม ฯลฯ มาใส่ไว้ในพระแท่นเพื่อแสดงให้เห็นว่าการมาร่วมพิธีมิสซาฯนี้เป็นการยืนยันถึงความเชื่อในธรรมล้ำลึกปัสกาของพระเยซูคริสตเจ้า (การรับทรมาน การกลับคืนชีพ และการเสด็จขึ้นสู่สวรรค์) ที่ได้สืบสานต่อในชีวิตของบรรดานักบุญและจะเกิดขึ้นในชีวิตของเราทุกคนที่เข้าร่วมพิธีมิสซาฯนี้
         นอกจากนั้นในพระแท่นยังบรรจุแผ่นหินไว้ด้วย ทั้งนี้เพื่อให้แสดงความหมายว่าพระเยซูคริสตเจ้าทางเป็นศิลาหัวมุม(cornerstone) หรือเสาเข็มของพระศาสนจักร

“จงเข้าไปเฝ้าพระองค์ผู้ทรงเป็นศิลาทรงชีวิต ซึ่งมนุษย์ละทิ้งไปแต่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้และมีค่าประเสริฐ
ท่านเป็นเหมือนศิลาที่มีชีวิตกำลังก่อสร้างขึ้นเป็นวิหารของพระจิตเจ้า
เป็นสมณตระกูลศักดิ์สิทธิ์ เพื่อถวายเครื่องบูชาฝ่ายจิตซึ่งเป็นที่สบพระทัยของพระเจ้าเดชะพระเยซูคริสตเจ้า
ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า ‘เราเลือกศิลาประเสริฐและวางไว้ในนครศิโยนเป็นศิลาหัวมุม ทุกคนที่มีความเชื่อในศิลานี้จะไม่ต้องอับอายเลย”(1ปต 2:4-6)

ข้อไตร่ตรองและการปฏิบัติ
           1. การขับร้องเพลงแห่เข้าเป็นการสร้างบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลอง หลายวัดมีนักขับร้องที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี ทำให้ผู้เข้าร่วมพิธีสัมผัสได้กับความศักดิ์สิทธิ์และความงามสง่า แต่บางวัดยังขาดการจัดเตรียมที่เหมาะสม ควรที่ผู้อภิบาลและสภาอภิบาลจะได้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุมเพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้พิธีมิสซาฯจะได้สมพระเกียรติแด่พระเจ้า
           2. บางวัดจัดให้มีกระบวนแห่ของประธานและศาสนพิธีกรมาจากด้านหน้าวัดของวัด ทำให้เห็นเครื่องหมายของการเดินทางไปสู่เมืองสวรรค์ได้เด่นชัดขึ้น
           3. หลายวัดจัดให้มีผู้ช่วยมิสซาฯทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย บางวัดเป็นเยาวชนหรือผู้ใหญ่ โดยมีการจัดการอย่างดี มีการสวดภาวนาก่อนและหลังการช่วยมิสซา มีผู้รับผิดชอบ มีการจัดการประชุม มีการเข้าเงียบและแสวงบุญ น่าชมมาก
           4. บางวัดมีการจัดดอกไม้ประดับพระแท่นมากมายจนทำให้ความเด่นของพระแท่นซึ่งมีความหมายถึงองค์พระเยซูเจ้าลดคุณค่าลง เวลาชมภาพจากกรุงโรม พระแท่นที่พระสันตะปาปาประกอบพิธีมิสซาฯดูเรียบง่ายน่าเคารพ

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

ตำแหน่งหน้าที่มีไว้เพื่อรับใช้
พระวาจาพระเจ้าย้ำเตือนเรา ให้ตระหนักว่า ตำแหน่งหน้าที่มีไว้เพื่อรับใช้ ตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า (มธ....
วันปู่ย่าตายาย
พระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงประกาศให้วันอาทิตย์ที่สี่ของเดือนกรกฎาคม เป็นวันปู่ย่าตายายสากล เพื่อชวนให้นึกถึงความสัมพันธ์ระหว่างปู่ย่าตายายกับลูกหลาน และตระหนักถึงคุณค่าของผู้สูงอายุในสังคม...
ซื่อสัตย์และมั่นคงในความเชื่อ
โลกนี้มีทั้งคนดีและคนชั่วอยู่ร่วมกัน เหมือนที่พระเจ้าทรงหว่าน “ข้าวสาลี” และซาตานก็หว่าน “ข้าวละมาน”...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 250 พระศาสนจักรเข้าใจถึงศีลบวชอย่างไร ?
พระศาสนจักรเข้าใจถึงศีลบวชอย่างไร ? YOUCAT 250 บอกเราว่า..พระสงฆ์ในพันธสัญญาเดิมมองหน้าที่ของตนว่าเป็นคนกลาระหว่างสวรรค์และแผ่นดินระหว่างพระเจ้าและประชากรของพระองค์เนื่องจากพระคริสตเจ้าทรงเป็น“คนกลางแต่เพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์”(1ทธ....
Youcat 329 ความยุติธรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?
ความยุติธรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ?ํYOUCAT 329 บอกเราว่า..ความยุติธรรมทางสังคมจะเกิดขึ้นณ ที่ซึ่งศักดิ์ศรีของทุกคนได้รับการเคารพซึ่งหมายถึงว่าสิทธิของพวกเขาได้รับการเคารพ...
Youcat 34 เราควรทำอย่างไรเมื่อเราได้เข้ามารู้จักพระเจ้า ?
เราควรทำอย่างไรเมื่อเราได้เข้ามารู้จักพระเจ้า ? YOUCAT 34 บอกเราว่า..เมื่อเราได้รู้จักพระเจ้าแล้วเราต้องให้พระองค์เป็นที่หนึ่งในชีวิตของเราและเมื่อเป็นเช่นนี้...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC278 การกลับมาของผู้อพยพย้ายถิ่นออกนอกประเทศไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะตรงกับการเฉลิมฉลองในท้องถิ่นแบบดั้งเดิม
การกลับมาของผู้อพยพย้ายถิ่นออกนอกประเทศไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะตรงกับการเฉลิมฉลองในท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่มีลักษณะเฉพาะด้วยงานแสดงอย่างสนุกสนานของศรัทธาประชานิยม แม้ว่าจะมีลักษณะอย่างไม่เป็นทางการ แต่สถานการณ์ดังกล่าวจะต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อนำเสนอความเชื่อ...
DC277 การเสนอโครงการคำสอนสำหรับการเริ่มชีวิตคริสตชนและการอบรมอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการในภาษาและตามธรรมประเพณีของพระศาสนจักรต้นทาง
ความสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรต้นทาง และบุตรของพระศาสนจักรนั้นจะไม่ถูกขัดจังหวะด้วยข้อสรุปของกระบวนการอพยพย้ายถิ่นและการรักษาเสถียรภาพในสถานที่ที่แตกต่างกัน ภายในหรือภายนอกพรมแดนของประเทศ ประเทศเหล่านี้ในวิธีการที่แตกต่างกันโดยผ่านทางสถาบันจิตตาภิบาลการธรรมทูตหรือความช่วยเหลือฝ่ายจิตในรูปแบบอื่น ๆ...
DC276 ต้องมีการเสวนาและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดที่สุดระหว่างพระศาสนจักรต้นทางและพระศาสนจักรที่ต้อนรับ
📖 เพื่อรับประกันการอภิบาลในขอบข่ายของคำสอนให้สอดคล้องกับความต้องการเฉพาะของผู้อพยพย้ายถิ่นให้มากที่สุด มักเป็นความสามารถจัดการตนเองได้ของพระศาสนจักรต่าง ๆ ที่แตกต่างกันโดยมีธรรมประเพณีทางเทววิทยา...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

2.png5.png9.png1.png5.png6.png7.png
วันนี้5197
เมื่อวานนี้14442
สัปดาห์นี้50624
เดือนนี้77247
ทั้งหมด2591567

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

23
Online

วันพฤหัสบดี, 06 สิงหาคม 2569 08:40