ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน 2011
สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ
(มัทธิว 21:28-32)
           

               ประสบการณ์ที่เราแต่ละคนคงได้พบเจอกันมาบ้างไม่มากก็น้อยก็คือ รับปากว่าจะทำอะไรให้ใครแล้ว แต่ต่อมาไม่ทราบว่ามีเหตุผลจำเป็นอะไรเกิดขึ้นมาจึงไม่สามารถกระทำตามที่เคยรับปากหรือสัญญาไว้ เรื่องนี้อาจจะเกิดขึ้นกับตนเองในฐานะที่เราเป็นคนละเมิดเองหรือโดยคนอื่นละเมิด



            ที่เริ่มต้นเช่นนี้เพราะพระคัมภีร์ประจำอาทิตย์นี้พูดถึงการสอนของพระเยซูเจ้าโดยการเล่าเรื่องเปรียบเทียบว่า มีลูกสองคนที่คุณพ่อขอให้ไปช่วยทำงานในสวนองุ่น ลูกคนโตบอกกับพ่อว่า “ลูกไม่อยากไป” แต่ต่อมาก็เปลี่ยนใจและไปทำงาน ส่วนลูกคนเล็กตอบพ่อว่า “ครับพ่อ” แต่แล้วก็ไม่ไป แล้วพระเยซูทรงถามให้ศิษย์ได้คิดว่า “สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ” ...เราลองตอบเองก็ได้ว่าใคร...

ประเด็นสำคัญที่เป็นข้อคิดคืออะไร
            ถ้าเราศึกษาเรื่องของการเรียนรู้ของมนุษย์ เราทราบว่าแหล่งรับรู้ของมนุษย์มาจากประสาทสัมผัสทั้ง 6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ หรือ การได้เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ได้ชิมรสชาติ ได้สัมผัส ได้เกิดความรู้สึก

            บางวัฒนธรรม เช่น ชาวกรีก ให้ความสำคัญ “การมองเห็น” ด้วยตาของตนเอง อะไรที่มองเห็นได้ สั่งนั้นจึงเป็นสิ่งที่มีอยู่จริงและเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ความคิดเช่นนี้จึงเป็นการให้ความสำคัญกับวัตถุหรือโลกที่สัมผัสได้มากกว่าเรื่องที่มองไม่เห็นหรือจับต้องไม่ได้ (เช่น อริสโตเติ้ล ที่คิดโลก ประกอบขึ้นด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ)

            แต่บางวัฒนธรรม เช่น ชาวอาหรับและยิว ไม่ได้เน้นไปที่การมองเห็น แต่กลับไปให้ความสำคัญกับ “การฟัง” โดยให้เหตุผลประกอบง่ายๆก็คือ เราไม่สามารถมองเห็นพระเจ้าด้วยตาของเราเอง เราไม่สามารถสัมผัสจับต้องพระเจ้าด้วยมือของเรา และเราไม่สามารถลิ้มรสหรือได้กลิ่นพระเจ้าได้ลิ้นและจมูกของเรา

             แต่เรา “ได้ยิน” พระสุรเสียงของพระเจ้าได้ และเรามนุษย์รู้จักพระเจ้าโดยอาศัย “การฟัง” พระวาจาของพระองค์
             เราคงจำเรื่องของประกาศกอิสยาห์ที่ยืนรอพระเจ้าที่ถ้ำแห่งหนึ่ง แล้วพระเจ้าได้ทรงเสด็จมาด้วยเสียงแผ่วเบาในสายลม คำอธิบายเช่นนี้ ทำให้เราเข้าใจได้ว่าทั้งพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ต่างให้ความสำคัญกับ “การรับฟังพระวาจาของพระเจ้า”

ให้เราดูตัวอย่างข้อความจากพระคัมภีร์เรื่อง “การฟัง” บางประการดังนี้
            “ข้าแต่พระยาเวห์ ตรัสมาเถิด ผู้รับใช้ของพระองค์กำลังฟังอยู่”(1ซามูเอล 3:9) “ท่านทั้งหลายจงฟังพระสุรเสียงของพระองค์ในวันนี้เถิด ท่านอย่าทำใจให้แข็งกระด้าง”(สดุดี 95:7-8) “ผู้ที่ฟังวาจาของเราและมีความเชื่อในพระองค์ผู้ส่งเรามาก็ย่อมมีชีวิตนิรันดร”(ยอห์น 5:24) “แกะของเราย่อมฟังเสียงของเรา เรารู้จักมัน และมันก็ตามเรา”(ยอห์น 10:27)

             สิ่งที่น่าคิดและเป็นข้อสังเกตที่ดีสำหรับเราทุกคนก็คือ พระคัมภีร์มักจะนำเสนอเรื่องของ “การฟัง” กับคุณธรรมเรื่อง “ความนบนอบเชื่อฟัง” ทั้งนี้เพราะว่าคำว่าพระวาจาของพระเจ้า(Word of God)มีความหมายเดียวกันกับคำว่าพระประสงค์ของพระเจ้า(God’ Will) นั้นเอง

             ดังนั้นใครก็ตามที่ “รับฟัง” พระวาจาของพระเจ้าและ “ปฏิบัติตาม” ก็เป็นพี่เป็นน้องของพระเยซูเจ้า(เทียบ มัทธิว 12:48) ส่วนใครที่รับฟังแล้วไม่ปฏิบัติเหมือนคนโง่ที่สร้างบ้านบนพื้นทราย(เทียบ มัทธิว 7:24)

ให้เรากลับมาพิจารณาเรื่องลูกสองคนในพระวรสารของวันนี้
             ลูกคนโตตอบปฏิเสธแต่แล้วก็เปลี่ยนใจ กระบวนการดำเนินชีวิตของเรา เริ่มจาก “รับฟัง” แล้วก็ “ปฏิเสธ” ต่อมา “สำนึกแล้วเปลี่ยนแปลงหัวใจ” สุดท้ายก็ได้ปฏิบัติตามคำขอของคุณพ่อของเขา เขาได้ทำตามความประสงค์ของพ่อ

              คุณพ่อในเรื่องเล่านี้เป็นคุณพ่อที่ฉลาดและแสนดี เขาไม่ได้แสดงอาการโมโหหรือหัวเสียกับการตอบปฏิเสธของลูกคนโต แต่ให้โอกาสเขา
              เมื่อคุณพ่อหันมาขอร้องลูกคนเล็ก ลูกคนเล็กตอบรับทันที แต่สุดท้ายก็ไม่ไปทำงาน เขาเพียงแต่รับใช้คุณพ่อด้วยคำพูดเท่านั้น เขาไม่ได้ “ฟัง” คุณพ่อของเขาอย่างแท้จริง
ประเด็นคำสอนที่สำคัญของเรื่องนี้ อยู่ที่คำถามที่พระเยซูเจ้าทรงท้าทายบรรดาผู้ฟังคือ “สองคนนี้ใครทำตามใจพ่อ” คำตอบที่ชัดเจนก็คือ ลูกคนที่ได้เปลี่ยนจิตใจทำตามคำขอร้องของคุณพ่อ
คือ ลูกที่ได้ “รับฟัง”  แล้ว “นบนอบเชื่อฟัง” พ่อนั้นเอง

              พระเยซูเจ้ายังทรงสำทับผู้ฟังอีกว่า “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า คนเก็บภาษีและหญิงโสเภณี จะเข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้าก่อนท่าน” ทำไมหรือ...ทั้งนี้เพราะว่าบรรดาฟาริสีไม่ได้เชื่อฟังพระวาจาของพระเจ้าที่ยอห์น บัปติสได้เทศนาสั่งสอนพวกเขา พวกเขาได้เห็นพรเยซูเจ้า เห็นกิจการดีๆที่พระองค์ทรงกระทำ แต่พวกเขา ไม่เชื่อ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งนี้เพราะพวกเขาไม่ได้รับฟังพระวาจาที่พระเยซูเจ้าได้สอนพวกเขาอย่างแท้จริงนั้นเอง

               แล้วพวกเราล่ะ......พวกเราที่ได้รับฟังพระวาจาของพระเจ้าอยู่เสมอๆนั้น เราเป็นเหมือนลูกคนโตหรือลูกคนเล็ก
              “ข้าแต่พระเจ้าโปรดให้ลูกได้รับฟังพระวาจาแล้วนำไปปฏิบัติในชีวิตจริงในชีวิตประจำวันด้วยเถิด อาแมน”

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

การเดินทางของความเชื่อ มุ่งสู่เป้าหมายคือ สวรรค์
การสมโภชพระนางมารีย์รับเกียรติเข้าสู่สวรรค์ทั้งกายและวิญญาณ เตือนใจเราคริสตชน ต้องเดินทางมุ่งสู่เป้าหมายคือ สวรรค์ เช่นเดียวกัน...
ปัญหาและความลำบากที่กำลังเผชิญ
เราไม่อาจหลีกเลี่ยงปัญหาและความลำบากในชีวิตได้ แม้จะมั่นใจในความสามารถของตนก็ตาม ขอพระวาจาพระเจ้าย้ำเตือนใจเรา ให้โฟกัสไปที่พระเจ้าด้วยความเชื่อมั่นและไว้ใจ มากกว่าปัญหาและความลำบากที่กำลังเผชิญ...
ตำแหน่งหน้าที่มีไว้เพื่อรับใช้
พระวาจาพระเจ้าย้ำเตือนเรา ให้ตระหนักว่า ตำแหน่งหน้าที่มีไว้เพื่อรับใช้ ตามแบบอย่างของพระเยซูเจ้า (มธ....

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 518 หากพระบิดา “สถิตในสวรรค์” สวรรค์นั้นอยู่ที่ไหน ?
หากพระบิดา “สถิตในสวรรค์” สวรรค์นั้นอยู่ที่ไหน ? สวรรค์...
Youcat 378 ทำไมจึงไม่อนุญาตให้เอาชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่น ?
ทำไมจึงไม่อนุญาตให้เอาชีวิตของตนเองหรือชีวิตของผู้อื่น ? YOUCAT 378 บอกเราว่า..พระเจ้าเท่านั้นทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าทรงอยู่เหนือชีวิตและความตายไม่มีผู้ใดสามารถฆ่ามนุษย์คนอื่นได้ยกเว้นในกรณีการป้องกันตนเองหรือผู้อื่นอย่างชอบธรรม(CCC2258-2262,...
Youcat 250 พระศาสนจักรเข้าใจถึงศีลบวชอย่างไร ?
พระศาสนจักรเข้าใจถึงศีลบวชอย่างไร ? YOUCAT 250 บอกเราว่า..พระสงฆ์ในพันธสัญญาเดิมมองหน้าที่ของตนว่าเป็นคนกลาระหว่างสวรรค์และแผ่นดินระหว่างพระเจ้าและประชากรของพระองค์เนื่องจากพระคริสตเจ้าทรงเป็น“คนกลางแต่เพียงผู้เดียวระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์”(1ทธ....

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC279 พระศาสนจักรต้องตื่นตัวอยู่เสมอและพร้อมที่จะวินิจฉัยงานใหม่ ๆ แห่งเมตตาจิต
โดยที่บุคคลชายขอบหมายถึงผู้ที่ใกล้กับหรือผู้ที่ตกอยู่ในความเป็นชายขอบแล้ว ผู้ลี้ภัยจะถูกนับให้อยู่ท่ามกลางคนยากจนคนเร่ร่อน คนไม่มีที่อยู่อาศัย ผู้ป่วยเรื้อรังคนติดยาเสพติด ผู้ต้องขัง...
DC278 การกลับมาของผู้อพยพย้ายถิ่นออกนอกประเทศไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะตรงกับการเฉลิมฉลองในท้องถิ่นแบบดั้งเดิม
การกลับมาของผู้อพยพย้ายถิ่นออกนอกประเทศไปยังถิ่นกำเนิดของพวกเขาในระยะเวลาสั้น ๆ มักจะตรงกับการเฉลิมฉลองในท้องถิ่นแบบดั้งเดิมที่มีลักษณะเฉพาะด้วยงานแสดงอย่างสนุกสนานของศรัทธาประชานิยม แม้ว่าจะมีลักษณะอย่างไม่เป็นทางการ แต่สถานการณ์ดังกล่าวจะต้องถูกนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อนำเสนอความเชื่อ...
DC277 การเสนอโครงการคำสอนสำหรับการเริ่มชีวิตคริสตชนและการอบรมอย่างต่อเนื่อง ดำเนินการในภาษาและตามธรรมประเพณีของพระศาสนจักรต้นทาง
ความสัมพันธ์ระหว่างพระศาสนจักรต้นทาง และบุตรของพระศาสนจักรนั้นจะไม่ถูกขัดจังหวะด้วยข้อสรุปของกระบวนการอพยพย้ายถิ่นและการรักษาเสถียรภาพในสถานที่ที่แตกต่างกัน ภายในหรือภายนอกพรมแดนของประเทศ ประเทศเหล่านี้ในวิธีการที่แตกต่างกันโดยผ่านทางสถาบันจิตตาภิบาลการธรรมทูตหรือความช่วยเหลือฝ่ายจิตในรูปแบบอื่น ๆ...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

2.png8.png6.png7.png0.png7.png0.png
วันนี้9010
เมื่อวานนี้16354
สัปดาห์นี้111238
เดือนนี้352750
ทั้งหมด2867070

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

24
Online

วันอาทิตย์, 23 สิงหาคม 2569 16:13