ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

เปิดห้องคำสอนกับพระคุณเจ้าวีระ อาภรณ์รัตน์

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 10 กรกฎาคม 2011
หัวใจคนเหมือนดิน 4 ประเภท

         เรื่องที่เราในฐานะที่เป็นครูบาอาจารย์หรือเป็นคุณพ่อคุณแม่จะมีความกลุ้มอกกลุ้มใจมากก็คือ บรรดาลูกศิษย์หรือลูกๆของเราไม่ได้ดีตามที่เราพยายามสอนสั่ง เราอุตสาห์ทุ่มเททำสารพัดเพื่อให้เด็กๆของเราเป็นคนดี เป็นพลเมืองที่ดี เป็นคริสตชนที่ดี แต่ดูเหมือนว่าเสียเวลาไปเปล่าๆ ไม่เกิดผลอะไรเลย จึงรู้สึกว่าทุกอย่างจะ “ล้มเหลว” ไม่เป็นไปตามที่เราต้องการ  


         พระวาจาของพระเจ้าในวันอาทิตย์นี้เป็นคำตอบสำหรับปัญหาที่ได้เกริ่นนำไว้ คำเทศนาที่มีลักษณะของคำอุปมาเรื่องผู้หว่านนี้ เป็นเรื่องที่เราคุ้นเคยกันมาอย่างดี ชาวไร่หว่านเมล็ดพืชพันธุ์ดีลงไปในไร่ บางเมล็ดตกในอยู่ริมทาง นกก็มาจิกกินจนหมด บางเมล็ดตกบนพื้นหินที่มีดินน้อยงอกขึ้นมานิดเดียวก็เหี่ยวเฉาไป บางเมล็ดตกในพงหนามมีต้นหนามปกคลุมเติบโตไม่ได้ บางเมล็ดตกในดินดีก็เกิดผลดีจำนวนมาก แล้วพระเยซูก็ทรงอธิบายว่า เมล็ดพืชพันธุ์ดีนั้นคือพระวาจาของพระเจ้าหรือพระคัมภีร์ที่เรารับฟังหรือเราอ่านนั้นเอง ส่วนดินก็คือหัวใจของคนเราซึ่งแบ่งได้เป็น 4 แบบ หนึ่ง คือ “หัวใจริมทาง” เป็นหัวใจของคนที่แข็งกระด้างเหมือนทางเดินหรือถนน แข็งจนไม่มีอะไรจะเติบโตได้ ไม่สามารถรับอะไรได้ ปฏิเสธทุกอย่าง สอง คือ “หัวใจที่มีดินน้อย” เป็น หัวใจของคนที่ตื่นเต้นเร้าใจในตอนแรกๆ เอาจริงเอาจังชั่วครู่ชั่วยาม ประเดี๋ยวประด่าว เมื่อมีอุปสรรคอะไรสักหน่อยหนึ่งก็ถอดใจ สาม คือ “หัวใจในก่อหนาม” เป็นบุคคลที่อยากจะได้ดี อยากจะทำดี แต่พ่ายแพ้ต่อการประจญยั่วยุ หรือความลุ่มหลงในสิ่งของของโลก ในลาภยศชื่อเสียง จึงเอาดีไม่ได้ ส่วนประเภทที่สี่ “หัวใจที่เป็นดินดี” ได้แก่คนที่มีความพร้อม เมื่อได้รับฟังพระวาจาแล้วก็เข้าใจและนำไปปฏิบัติในชีวิต เอาจริงเอาจัง เอาใจใส่กับชีวิต ชีวิตก็บังเกิดผล เป็นความสุข

           ดังนั้นเราในฐานะผู้หว่าน ผู้ให้การอบรมสั่งสอนเด็กๆ เรามีหน้าที่หว่าน ส่วนผลนั้นให้เราฝากไว้กับพระเจ้า อย่าให้เราอย่าท้อแท้ในการทำความดี “อย่าท้อแท้ในการทำความดี เพราะถ้าเราไม่หยุดทำความดี เราก็จะได้เก็บเกี่ยวเมื่อถึงเวลา ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีโอกาส จงทำความดีแก่ทุกคน โดยเฉพาะแก่พี่น้องผู้ร่วมความเชื่อของเรา” (กท.6:9-10)
--------------------------------
           การมาร่วมพิธีมิสซาฯประจำวันอาทิตย์นี้ เราได้รับฟังพระวาจา(หรือทุกครั้งที่เราอ่านพระคัมภีร์) ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เราจะเปรียบตัวของเราเป็นดินประเภทไหน นี้เราต้องตอบตนเอง
              พระศาสนจักรคาทอลิกไทยของเราได้ส่งเสริมให้พวกเราได้อ่านพระคัมภีร์กันให้มากขึ้น ส่งเสริมให้ทุกคนมีพระคัมภีร์ประจำตัว ส่งเสริมการอ่านพระคัมภีร์ในแบบต่างๆ เช่น การอ่านพระคัมภีร์แบบ 7 ขั้นตอน, การรำพึงภาวนากับพระคัมภีร์โดยวิธี Lectio Divina ฯลฯ มีการจัดอบรมเสริมความรู้เรื่องพระคัมภีร์ในสถานที่ต่างๆ มีวิธีการอ่านพระคัมภีร์ในหลากหลายรูปแบบ คำถามที่เราต้องตอบตนเองเช่นเดียวกัน คือ เราได้อ่านพระคัมภีร์มากขึ้นหรือไม่ ในบ้านของเรามีพระคัมภีร์ประจำบ้านหรือไม่ มีการอ่านพระคัมภีร์พร้อมกันในการสวดภาวนาค่ำหรือไม่ เราเคยเข้าร่วมรับการอบรมเรื่องพระคัมภีร์บ้างหรือไม่ ฯลฯ

            ในวันนี้ขอเสนอวิธีการอ่านพระคัมภีร์แบบส่วนตัว 3 ขั้นตอน คือ อ่าน เงียบเพื่อฟัง และ นำไปปฏิบัติ เราลงรายละเอียดทีละขั้นตอน
             เริ่มจาก “อ่าน” ก่อน อย่าลืมพระคัมภีร์ คือ พระวาจาของพระเจ้าที่ตรัสกับเรา พระเจ้าพูดกับเราน่ะ เราอยากฟังเสียงของพระเจ้าไหม เราอยากรู้ว่าพระเจ้าจะบอกอะไรกับเราเป็นการส่วนตัวไหม เราอยากรู้ว่าเราจะต้องดำเนินชีวิตหรือจะแก้ปัญหาในชีวิตอย่างไร เราต้องอ่านพระคัมภีร์ มีคาทอลิกใหม่สองคนที่ล้างบาปได้ประมาณหนึ่งปี คนหนึ่งอายุประมาณ 60 ปีเล่าให้ฟังถึงกิจวัตรประจำวันว่า ตื่นขึ้นมาก็สวดภาวนาเช้าประจำวัน จากนั้นก็อ่านพระคัมภีร์อ่าน “บทสดุดี” ตั้งแต่บทที่ 1 ไปจนถึงบทสุดท้ายคือบทที่ 150 เขาใช้เวลาเพื่ออ่านพระคัมภีร์เป็นชั่วโมงๆ อีกคนหนึ่งอายุประมาณ 35 ขึ้นไปเล่าให้ฟังว่าพระคัมภีร์ที่เธออ่านซ้ำไปซ้ำมาคือบทอ่านจากประกาศก “มาลาคี” ถ้อยคำของพระเจ้าจากประกาศกท่านนี้ให้กำลังเธอยามที่เธอท้อแท้...หลายคนอ่านไบเบิ้ลไดอารี่ทุกเช้า... นี้มันต้องอย่างนี้ เริ่มจากการอ่านก่อน ขั้นตอนที่หนึ่งนี้เป็นการนำพระวาจาของพระเจ้าเข้ามาประทับอยู่ใน “สมอง” (Mind) ของเรา

              ประการที่สอง คือ “เงียบเพื่อฟัง” หลังจากอ่านแล้วให้เราหลับตาหรืออยู่นิ่งๆ พิจารณาถึงพระวาจาที่เราได้อ่านไปนั้น โดยตั้งโจทย์ว่าพระเจ้ากำลังบอกอะไรกับตัวของฉัน ถามพระเจ้าก็ได้ว่า “ข้าแต่พระเจ้า ข้าพเจ้าพร้อมแล้ว โปรดทรงตรัสเถิด” นั่งเงียบๆตัดความคิดอื่นๆออกไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงาน หรือภาระต่างๆ บอกกับความรู้สึกหรือความคิดเหล่านั้นว่า “รอก่อนนะ อย่าเพิ่มเข้ามา ฉันกำลังฟังเสียงพระเจ้าอยู่ เมื่อไรฉันเฝ้าพระเจ้าเสร็จแล้วค่อยมาคุยกัน” ให้เราใช้เวลาอยู่เงียบๆสักระยะหนึ่ง ขั้นนี้เราต้องต่อสู้กับความคิดวอกแวกต่างๆมากมาย ปีศาจมันก็ทำงานของมันด้วย พยายามสู้หน่อย ขั้นตอนนี้จะทำให้พระวาจาของพระเจ้าเข้าไปอยู่ใน “หัวใจ” (Heart)  ให้ใจของเราสัมผัสกับใจของพระเจ้า

                ประการสุดท้ายสำคัญที่สุดคือการนำเอาพระวาจาของพระเจ้านี้ไป “ปฏิบัติจริง” ในชีวิตประจำวัน เราจดจำพระวาจาของพระเจ้าได้ เราเข้าใจพระวาจาของพระองค์แล้ว ต่อไปเราจะเป็นดินที่ดี(ประเภทที่ 4) คือ การปฏิบัติ ขั้นตอนนี้เป็นการทำให้พระวาจาของพระเจ้าเข้าไปประทับอยู่ใน “จิตวิญญาณ” (Soul) ของเราเลยทีเดียว ถ้าเราทำได้อย่างนี้พระวาจาของพระเจ้าจะไม่มีวันหลุดไปไหนได้อีก แต่จะหลอมเข้าเป็นเลือดเป็นเนื้อของเราเอง และเป็นการยืนยันว่า “พระเจ้าสถิตกับเรา” อย่างแท้จริง

               “พระวาจาของพระเจ้าเป็นพระวาจาที่มีชีวิตและบังเกิดผล คมกว่าดาบสองคมใดๆ แทงทะลุเข้าไปถึงจุดที่วิญญาณและจิตใจแยกจากกัน...วินิจฉัยความรู้สึกนึกคิดภายในใจได้”(ฮบ.4:12)
                   “ฝนและหิมะลงมาจากท้องฟ้า และไม่กลับไปที่นั้นถ้าไม่ได้รดแผ่นดิน ทำให้แผ่นดินอุดม ทำห้พืชงอกขึ้น...ถ้อยคำที่ออกจากปากของเรา จะไม่กลับมาหาเราโดยไม่เกิดผล ไม่ทำตามที่เราปรารถนา และไม่บรรลุจุดประสงค์ที่เราส่งมาฉันนั้น” (อสย.55:10-11)

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026
อบรมครูคาทอลิกสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569/2026 วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2569 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดการอบรมครูคาทอลิก...
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า”
อบรมครูคำสอนสังฆมณฑลราชบุรี ประจำปีการศึกษา 2569 หัวข้อ “12 อัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า” วันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2569...
พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52
🙏พิธีบูชาขอบพระคุณโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์และปิดการอบรม ค่ายคำสอนภาคฤดูร้อนสังฆมลฑลราชบุรี ครั้งที่ 52 วันเสาร์ที่ 25 เมษายน 2026 ณ วัดน้อยสามเณราลัยแม่พระนิรมล...

พระวาจานำชีวิต

พระวาจาพระเจ้าเสริมกำลังใจ ในวันที่คิดว่าไม่ไหวและหมดหนทาง
หากวันนี้กำลังเผชิญเรื่องแย่ๆ ที่เกินจะรับไหว มารับพระวาจาพระเจ้าเสริมกำลังใจ ในวันที่คิดว่าไม่ไหวและหมดหนทาง อสย....
การบังคับควบคุมตนเอง
การบังคับควบคุมตนเอง ก็รู้นะว่าดี แต่บางทีก็ยากจัง ให้พระวาจาพระเจ้านำความคิดและการกระทำของเรากัน สดด....
การทำงาน เป็นการรับใช้พระเจ้า และรับใช้เพื่อนพี่น้อง
การทำงาน เป็นการรับใช้พระเจ้า และรับใช้เพื่อนพี่น้อง ให้พระวาจาพระเจ้าเสริมกำลัง เพื่อการทำหน้าที่ของเราอย่างดี...

สมณสาส์นเตือนใจ เรื่อง การสอนคำสอนในยุคปัจจุบัน

Catechesi Tradendae | ข้อ 23 การสอนคำสอนกับศีลศักดิ์สิทธิ์
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 23บทที่ 3 การสอนคำสอนในงานอภิบาลและในงานธรรมทูตของพระศาสนจักรการสอนคำสอนกับศีลศักดิ์สิทธิ์ 23. การสอนคำสอนมีความเกี่ยวพันอย่างแน่นแฟ้นกับพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์...
Catechesi Tradendae | ข้อ 22 การสอนคำสอนกับประสบการณ์ชีวิต
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 22บทที่ 3 การสอนคำสอนในงานอภิบาลและในงานธรรมทูตของพระศาสนจักรการสอนคำสอนกับประสบการณ์ชีวิต 22. เป็นสิ่งไร้ประโยชน์ที่จะเน้นว่า...
Catechesi Tradendae | ข้อ 21 ความจำเป็นของการจัดการสอนคำสอนอย่างเป็นระบบ
📖 Catechesi Tradendae | ข้อ 21บทที่ 3 การสอนคำสอนในงานอภิบาลและในงานธรรมทูตของพระศาสนจักรความจำเป็นของการจัดการสอนคำสอนอย่างเป็นระบบ 21. ในพระดำรัสเปิดการประชุมสมัชชาพระสังฆราชทั่วโลก...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 508 เกิดอะไรขึ้น หากเราไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อภาวนาหรือรู้สึกฝืนใจในการภาวนา ?
เกิดอะไรขึ้น หากเราไม่รู้สึกอะไรเลยเมื่อภาวนาหรือรู้สึกฝืนใจในการภาวนา ? YOUCAT 508...
Youcat 473 เพลงสดุดีมีความสำคัญต่อการภาวนาของเราอย่างไร
“เพลงสดุดีมีความสำคัญต่อการภาวนาของเราอย่างไร” YOUCAT 473 บอกเราว่า... เพลงสดุดีและบทข้าแต่พระบิดาของข้าพเจ้าทั้งหลายเป็นขุมทรัพย์การภาวนาอันยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักร...
Youcat 286  อิสรภาพคืออะไร และมีไว้เพื่ออะไร?
🌿 อิสรภาพคืออะไร และมีไว้เพื่ออะไร?เราอาจเคยคิดว่าการมีอิสระ คือการได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำไม่มีใครบังคับ ไม่มีใครกำหนดและฉันเป็นคนเลือกชีวิตของฉันเอง💛...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC285 พระศาสนจักรดำเนินศาสนบริการแห่งการเป็นคนกลางของตนโดยอ้างถึงพระวาจาของพระเจ้า
พระศาสนจักรดำเนินศาสนบริการแห่งการเป็นคนกลางของตนโดยอ้างถึงพระวาจาของพระเจ้า กล่าวคือพระศาสนจักรประกาศพระวาจาของพระเจ้าในทุกสถานที่และทุกเวลา พระศาสนจักรมีหน้าที่ปกป้องส่งผ่านพระวาจาของพระเจ้าโดยไม่เปลี่ยนแปลงไปยังชนรุ่นต่อไป (เทียบ 2...
DC284 พระวาจาของพระเจ้าจึงเป็นจุดกำเนิดของพันธกิจของพระศาสนจักร
พระวาจาของพระเจ้าเป็นพลวัต กล่าวคือพระวาจาของพระเจ้าเติบโตและแผ่ขยายมากขึ้น และผู้มีความเชื่อก็เพิ่มจำนวนขึ้นด้วย(เทียบ กจ 12:24)...
DC283 ศาสนบริการของพระวาจาพระเจ้าเริ่มต้นจากการรับฟังและทำให้ผู้มีความเชื่อทั้งหลายได้เรียนรู้ศิลปะแห่งการรับฟัง
พระเจ้าทรงปรารถนาที่จะรวมพระศาสนจักรของพระองค์ไว้รอบพระวาจาและพระองค์ทรงหล่อเลี้ยงพระศาสนจักรด้วยพระกายและพระโลหิตของพระบุตรของพระองค์ผู้ที่เชื่อในพระคริสตเจ้าได้เกิดใหม่มิใช่จากเมล็ดพันธ์ุที่เสื่อมสลายได้ แต่จากเมล็ดพันธ์ุที่ไม่มีวันเสื่อมสลายคือพระวาจาที่ทรงชีวิตของพระเจ้า (เทียบ 1 ปต...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

4.png2.png2.png8.png5.png2.png4.png
วันนี้20619
เมื่อวานนี้30224
สัปดาห์นี้134695
เดือนนี้221180
ทั้งหมด4228524

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

23
Online

วันศุกร์, 09 ตุลาคม 2569 14:43