ศูนย์คริสตศาสนธรรมสังฆมณฑลราชบุรี
CATECHETICAL CENTER OF RATCHABURI DIOCESE

ข้อคิดวันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม 2011
(เฉลยธรรมบัญญัติ 10:12-13,11:18,16-28; โรม 1:16-17, 3:20-26,28; มัทธิว 7:21-27)
"จงดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้า"

1. พี่น้องที่รัก ข่าวดีสำหรับการดำเนินชีวิตประจำสัปดาห์นี้ คือ “จงดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้า” ใครก็ตามที่ปฏิบัติตนเช่นนี้จะได้รับพระพร ส่วนใครที่ประพฤติปฏิบัติตรงกันข้ามกับหนทางของพระเจ้า บุคคลนั้นก็จะได้รับกับการพิพากษาของพระองค์ คำเตือนของพระเจ้านั้นชัดเจนเหมือนกับสีขาวกับสีดำ ชีวิตของเราคริสตชนจะต้องไม่มีสีเทา
2. บทอ่านที่หนึ่งในวันนี้ เตือนเราถึงเรื่องของวันแห่งการพิพากษาครั้งสุดท้าย(ซึ่งเป็นความเชื่อหนึ่งที่บรรจุอยู่ในบทข้าพเจ้าเชื่อ) ดังนั้นในวันนี้ท่านต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าจะเอาอย่างไรกับชีวิต จะดำเนินชีวิตในหนทางของพระเจ้า หรือเลือกที่จะมีชีวิตที่ตรงกันข้ามกับคำสอนของพระองค์ หมายความว่าใครที่เป็นอะไรก็ขอให้ดำเนินชีวิตอย่างสัตย์ตามฐานะของตน ใครที่เป็นครูผู้สอนหรือผู้ให้การอบรมก็ต้องดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างและปฏิบัติตามที่ตนเองได้สั่งสอนผู้อื่น ใครที่เป็นข้าราชการก็ให้ปฏิบัติตนเป็นข้าแผ่นดินที่ดี ทำงานรับใช้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ใครเป็นนักการเมืองก็ขอให้เป็นผู้แทนที่ดี ทำให้ชาติบ้านเมืองมีความยุติธรรมและสงบสุข ตามคำสอนของพระเจ้า เราจะต้องไม่แยกระหว่างหน้าที่การงานกับชีวิตของการเป็นคาทอลิก เช่น ถ้าเราเป็นนักการเมือง มีหน้าที่ออกกฎหมาย นักการเมืองคาทอลิกนั้นจะต้องไม่ให้การสนับสนุนกฎหมายอะไรก็ตามที่ขัดต่อความยุติธรรม หรือผิดศีลธรรม หรือกฎหมายที่ทำลายศักดิ์ศรีของมนุษย์  การทำแท้ง การหย่าร้าง การแต่งงานระหว่าคนเพศเดียวกัน ฯลฯ หมายความว่าเราจะต้องนำเอาคำสอนของพระเจ้าไปปฏิบัติทั้งชีวิตส่วนตัวและในหน้าที่การงาน เราจะต้องไม่ตีสองหน้า หรือทำอะไรที่ขัดแย้งกับคำสอนของพระเจ้า วิบัติแก่คนที่ตีสองหน้า เพราะจะไม่มีพื้นที่ในเมืองสวรรค์สำหรับบุคคลที่ประพฤติตนเช่นนี้

3. ในขณะที่บทอ่านที่สอง เราได้ยินคำสอนของนักบุญเปาโลพูดถึงตนเองว่า “ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องละอายต่อข่าวดี” เช่นเดียวกันกับเราในฐานะที่เป็นคาทอลิกเราจะต้องไม่อายต่อข่าวดีของพระเจ้า และยืนหยัดปกป้องคนที่ทำความดีและกล้าที่จะขัดแย้งกับบุคคลที่ทำไม่ถูกต้อง

4. ใครก็ตามที่ละอายต่อข่าวดีของพระเจ้า พระเจ้าองค์จะทรงพิพากษาเขา พระองค์จะทรงพิพากษาระหว่างความเชื่อกับการกระทำ ตามคำสอนของนักบุญยากอบที่ว่า “ร่างกายที่ปราศจากวิญญาณย่อมตายแล้วฉันใด ความเชื่อที่ไม่มีการกระทำก็ย่อมตายแล้วฉันนั้น” (ยก.2:26) นี้เป็นคำสอนที่ชัดเจนมาก ใช่ไหม?

5. บุคคลที่มีความเชื่อ โดยอาศัยความช่วยเหลือจากพระจิตเจ้า พระจิตจะทรงดลใจให้กระทำแต่กิจการที่ดี การทำดีจึงเป็นเรื่องปรกติของคนที่มีความเชื่อ แต่เชื่ออย่างเดียวโดยไม่มีการกระทำ ก็จะไม่ได้รับความรอด ดั่งคำสอนของนักบุญยากอบที่ว่า “อาจมีบางคนพูดว่า ‘บางคนมีความเชื่อ บางคนมีการกระทำ’ ถ้าเป็นเช่นนั้นจงแสดงความเชื่อที่ไม่มีการกระทำให้ข้าพเจ้าเห็นเถิด แล้วข้าพเจ้าจะแสดงความเชื่อให้ท่านเห็นด้วยการกระทำ” (ยก.2:18) ถ้าคนใดคนหนึ่งต้องถูกพระเจ้าพิพากษา คนที่จะรอดได้นั้นต้องมีทั้งสอง ทั้งความเชื่อและการกระทำดี ทั้งสองจะแยกออกจากกันไม่ได้ ความดีของคนจะต้องเป็นการกระทำดีที่มาจากความเชื่อ ด้วยเหตุนี้นักบุญยากอบจึงสอนว่า “,มนุษย์จะเป็นผู้ชอบธรรมได้ก็ด้วยการกระทำ มิใช่ด้วยความเชื่อแต่อย่างเดียว” (ยก.2:24)

6. คำสอนจากพระคัมภีร์หรือข่าวดีของพระเจ้านั้น ไม่ใช่เป็นเพียงข้อความธรรมดาๆหรือหลักปรัชญา หรือระบบความคิดใดความคิดหนึ่ง แต่เป็นเรื่องของไม้กางเขน(1คร1:18)

7. เรื่องความเชื่อมีสองระดับ หนึ่งคือเป็นความเชื่อในระดับเริ่มแรก คือ เชื่อว่าความรอดมาพระเยซูคริสตเจ้า พระเยซูเจ้าทรงเป็นพระผู้ไถ่ของเรา จากนั้นเป็นความเชื่อที่สมบูรณ์กว่าคือการเติบโตในความเชื่อด้วยมีความเข้าใจในความรู้และปรีชาญาณของพระเจ้าซึ่งมีอยู่ในคำสอนของพระศาสนจักรและศีลศักดิ์สิทธิ์

8. จากที่ได้พูดมาตั้งแต่ต้นแล้วว่า ใครไม่ปฏิบัติตามคำสอนของพระเจ้าจะต้องถูกพระเจ้าพิพากษา คำเตือนของนักบุญเปาโลนี้ไม่ได้เตือนเฉพาะชาวยิวหรือชาวกรีกเท่านั้น แต่เตือนใจเราแต่ละคนด้วย

9. ความรอดพ้นของเราคริสตชนนั้นขึ้นอยู่กับพระเมตตารักของพระเจ้า ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวของเรา พระเมตตาของพระเจ้าหรือการเป็นผู้ที่พระเจ้าทรงโปรดปรานนั้นเป็นของประทานที่พระองค์ประทานให้อย่างเปล่าๆ ไม่คิดมูลค่าหรือต้องจ่ายเงินแต่อย่างใด เป็นของขวัญหรือของประทานที่พระเจ้าทรงมอบให้มนุษย์ทุกคน เรามนุษย์ล้วนแต่เป็นคนบาป การที่เราทำดีได้นั้น เป็นพระพรที่เราต้องวอนขอพระอยู่เสมอๆด้วย ภาวนาวอนขอทุกๆวัน

10. ในบทพระวรสาร เราได้ฟังคำสอนของพระเยซูเจ้าที่ว่า “คนที่กล่าวว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า’ นั้น มิใช่ทุกคนที่จะได้เข้าสู่พระอาณาจักรของพระเจ้า แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์นั้นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้” ส่วนอีกหลายคนพระเจ้าจะตรัสว่า “เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งหลายเลย ท่านที่กระทำความชั่ว จงไปให้พ้นหน้าเรา”

11. “คนที่ทำตามน้ำพระทัยของพระบิดาเจ้าสวรรค์เท่านั้นที่จะได้เข้าสู่เมืองสวรรค์” นี้เป็นคำสอนที่ทรงคุณค่ามาก ในโลกของเรามีศาสนามากกว่า 3,000 ศาสนาที่แตกต่างกันไป และทุกศาสนาต่างมุ่งไปสู่ความรอดพ้นด้วยกันทั้งนั้น แต่สำหรับเรา เราเชื่อว่ามีพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว มีพระศาสนจักรแต่เพียงหนึ่งเดียว มีพระกายของพระเยซูคริสตเจ้าแต่เพียงหนึ่งเดียว มีความจริงแท้แต่ประการเดียว มีพระจิตเพียงหนึ่งเดียว พระเยซูเจ้าทรงก่อตั้งพระศาสนจักรและศีลศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นหนทางหรือเครื่องมือที่จะพาเราไปเข้าหาและอยู่กับพระบิดาเจ้าสวรรค์ได้อย่างแท้จริง

12. ความแตกแยกไม่ได้เป็นผลของพระจิตเจ้าแต่เป็นผลมาจากความหยิ่งผยอง บุคคลที่ละทิ้งความเชื่อเพื่อดำเนินชีวิตตามใจชอบของตนเอง จะได้รับความรอดหรือ บุคคลที่ไม่ยอมรับว่าพระเยซูเจ้าทรงเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าและพระผู้ไถ่บาป เขาจะได้รับความรอดพ้นหรือ? การทำดีเพียงอย่างดีก็ยังไม่เพียงพอ แต่ต้องการทำดีเพราะความรัก(1คร.13:2)

13. พระบิดาเจ้าทรงทดสอบเราโดยขอให้เรา “จงทำตามที่เราได้บอกท่าน” ข้าแต่พระบิดาผู้ศักดิ์สิทธิ์ โปรดเฝ้ารักษาบรรดาผู้ที่ทรงมอบให้ข้าพเจ้าไว้ในพระนามของพระองค์ เพื่อเขาจะได้เป็นหนึ่งเดียวกัน เหมือนกับพระองค์และข้าพเจ้า”(ยน.17:11) คำสอนของพระองค์เป็นการเรียกร้องและท้าทายให้เราได้ลงมือปฏิบัติ คำสอนของพระองค์ไม่ใช่คำสอนธรรมดาๆ หรือเพียงเข้าใจคำสอนก็ยังไม่เพียงพอ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการนำเอาคำสอนไปปฏิบัติจริงๆในชีวิตประจำวัน “จงดำเนินชีวิตตามหนทางของพระเจ้า”

-----------------------------------------------------------
บทอ่านที่ 1
1บัดนี้ ชาวอิสราเอลทั้งหลายเอ๋ย องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่านทรงประสงค์สิ่งใดจากท่านเล่า พระองค์ทรงประสงค์ให้ท่านยำเกรงองค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าของท่าน ให้เดินตามทุกวิถีทางของพระองค์ ให้รัก และรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า  พระเจ้าของท่านสุดจิตใจและสุดวิญญาณ  ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติขององค์พระผู้เป็นเจ้า และข้อกำหนดที่ข้าพเจ้ามอบให้ท่านในวันนี้ เพื่อความดีของท่าน
ท่านทั้งหลายจะต้องใส่ถ้อยคำเหล่านี้ของข้าพเจ้าไว้ในใจและในวิญญาณของท่าน ท่านจะต้องผูกไว้ที่มือเป็นเครื่องหมาย คาดไว้ที่หน้าผาก 
ท่านจะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎเกณฑ์ทุกประการที่ข้าพเจ้าประกาศต่อหน้าท่านในวันนี้อย่างเคร่งครัด

บทอ่านที่ 2
1คร 1:17-31 ปรีชาญาณและความโง่เขลา

พระคริสตเจ้ามิได้ทรงส่งข้าพเจ้ามาทำพิธีล้างบาป แต่ทรงส่งมาประกาศข่าวดีมิใช่ด้วยการใช้โวหารอันชาญฉลาด ด้วยเกรงว่าจะทำให้ไม้กางเขนของพระคริสตเจ้าเสื่อมประสิทธิภาพ ผู้ที่จะพินาศนั้นเห็นว่าคำสอนเรื่องไม้กางเขนเป็นความโง่เขลา แต่พวกเราที่กำลังจะรอดพ้นเห็นว่าเป็นพระอานุภาพของพระเจ้า มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เราจะทำลายความปรีชาของผู้มีปัญญา และจะทำให้ไหวพริบของคนฉลาดหมดสิ้นไป คนฉลาดปราดเปรื่องอยู่ที่ใดเล่า บัณฑิตอยู่ที่ใดเล่า” และนักโต้ปัญหาของโลกนี้อยู่ที่ใดเล่า พระเจ้ามิได้ทรงบันดาลให้ความปรีชาฉลาดของโลกนี้กลายเป็นความโง่เขลาไปดอกหรือ เพราะตามพระปรีชาญาณของพระเจ้า โลกมิได้รู้จักพระองค์โดยอาศัยความปรีชาฉลาดของตน พระเจ้าจึงพอพระทัยช่วยผู้มีความเชื่อให้รอดพ้นโดยการเทศน์สอนเรื่องโง่เขลา ขณะที่ชาวยิวเรียกร้องขอดูอัศจรรย์ และชาวกรีกแสวงหาปรีชาญาณ (23)เรากลับประกาศเรื่องพระคริสตเจ้าผู้ทรงถูกตรึงกางเขน อันเป็นข้อขัดข้องมิให้ชาวยิวรับไว้ได้และเป็นเรื่องโง่เขลาสำหรับชาวกรีก 

บทพระวรสาร
มธ 7:21-27  ศิษย์แท้

“คนที่กล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า’ นั้นมิใช่ทุกคนจะได้เข้าสู่อาณาจักรสวรรค์ แต่ผู้ที่ปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระบิดาของเรา ผู้สถิตในสวรรค์นั่นแหละจะเข้าสู่สวรรค์ได้  ในวันนั้นหลายคนจะกล่าวแก่เราว่า ‘พระเจ้าข้า พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าทั้งหลายได้ประกาศพระวาจาในพระนามของพระองค์ ขับไล่ปีศาจในพระนามของพระองค์ และได้กระทำอัศจรรย์หลายประการในพระนามของพระองค์มิใช่หรือ’ เมื่อนั้น เราจะกล่าวแก่เขาว่า ‘เราไม่เคยรู้จักท่านทั้งหลายเลย ท่านผู้กระทำความชั่ว จงไปให้พ้นหน้าเรา’
“ผู้ใดฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเราและปฏิบัติตาม ก็เปรียบเสมือนคนมีปัญญาที่สร้างบ้านไว้บนหิน  ฝนจะตก น้ำจะไหลเชี่ยว ลมจะพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น บ้านก็ไม่พัง เพราะมีรากฐานอยู่บนหิน ผู้ใดที่ฟังถ้อยคำเหล่านี้ของเรา และไม่ปฏิบัติตามก็เปรียบเสมือนคนโง่เขลาที่สร้างบ้านไว้บนทราย เมื่อฝนตก น้ำไหลเชี่ยว ลมพัดโหมเข้าใส่บ้านหลังนั้น มันก็พังทลายลงและเสียหายมาก”

ข่าว-ประชาสัมพันธ์

การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย
🎯การประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนแห่งเอเชีย "ก้าวเดินไปด้วยกันในฐานะพยานแห่งความหวัง" คุณครูกฤติยา อุตสาหะ เจ้าหน้าที่ศูนย์คริสตศาสนธรรมและอาจารย์พิเศษ วิทยาลัยแสงธรรมร่วมประชุมผู้นำด้านการสอนคำสอนของสภาพระสังฆราชในทวีปเอเชียณ ศูนย์คาทอลิกพระสันตะปาปาปีโอที่ 12 ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่...
"ครูคำสอนผู้จาริกแห่งความหวัง” (Pilgrims of Hope)งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่ 7 ศูนย์คริสตศาสนธรรมราชบุรีจัดการแสวงบุญให้กับครูคำสอน ในโอกาสไปร่วม งานชุมนุมครูคำสอนระดับชาติ ครั้งที่...
วันพระคัมภีร์ ในโครงการไบเบิ้ลคอนเทสต์ ครั้งที่ 21 หัวข้อ “20 บุคคลในพระคัมภีร์ บุคคลในประวัติศาสตร์ความรอด”
🎉 วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 ศูนย์คริสตศาสนธรรม สังฆมณฑลราชบุรี ได้จัดงานวันพระคัมภีร์ ในโครงการไบเบิ้ลคอนเทสต์ ครั้งที่...

Youcat-คำสอนเยาวชน

Youcat 089 พระเยซูเจ้าทรงสัญญาถึงพระอาณาจักรของพระเจ้ากับผู้ใด ?
พระเยซูเจ้าทรงสัญญาถึงพระอาณาจักรของพระเจ้ากับผู้ใด ? YOUCAT 89 บอกกับเราว่า.....
Youcat 240 ความเจ็บป่วยในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมตีความว่าอย่างไร ?
😍ความเจ็บป่วยในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมตีความว่าอย่างไร ?YOUCAT 240 บอกเราว่า.... ในพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิม...
Youcat 295 มโนธรรม คืออะไร ?
📍มโนธรรม คืออะไร ?YOUCAT 295 บอกเราว่ามโนธรรม...

พระวาจานำชีวิต

พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า
พระเยซูเจ้าทรงสมัครใจ เต็มใจในการทำตามพระประสงค์ของพระเจ้า เพื่อให้พระประสงค์ของพระเจ้าสำเร็จสมบูรณ์ในพระองค์ ให้พระวาจาพระเจ้าเป็นเสียงแรกที่เราจะฟังและนำไปปฏิบัติเช่นเดียวกับพระองค์ พระยาห์เวห์...
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต
พระเยซูเจ้าทรงเป็นการกลับคืนชีพและเป็นชีวิต ใครที่เชื่อในพระองค์จะได้รับชีวิตนิรันดร์ มารับพระวาจาพระเจ้าที่ให้กำลังใจและให้ความมั่นใจว่า ถ้าเราเชื่อและดำเนินชีวิตตามคำสอนของพระองค์เราจะได้รับชีวิตนิรันดร์ ทูตสวรรค์กล่าวแก่สตรีทั้งสองคนว่า...
พระเจ้าทรงมองที่จิตใจ ไม่ใช่ที่รูปลักษณ์ภายนอก
จงมีกำลังใจว่าพระเจ้าทรงมองที่จิตใจของเรา ไม่ใช่ที่รูปลักษณ์ภายนอก ขอให้พระวาจาพระเจ้าส่องสว่างนำทางเรา พระยาห์เวห์ตรัสกับซามูเอลว่า “อย่าสนใจมองแต่รูปร่างหน้าตาหรือความสูงของเขา...

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน ค.ศ.2020

DC267 ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ
ผู้สูงอายุต้องได้รับการสอนคำสอนอย่างเพียงพอ ได้รับการเอาใจใส่ในมุมมองที่เป็นเอกลักษณ์ของเงื่อนไขแห่งความเชื่อของพวกเขา “ในกรณีที่ผู้สูงอายุอาจจะมีความเชื่อที่สมบูรณ์และเข้มแข็ง การสอนคำสอนต้องเป็นลักษณะการนำไปสู่ความสมบูรณ์ของกระบวนการแห่งความเชื่อ ด้วยท่าทีของการขอบคุณและการมีความหวังในชีวิตหน้าอย่างเต็มเปี่ยม...
DC266 พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ
ผู้สูงอายุเป็นผู้ที่มีมรดกแห่งความทรงจำและมักจะรักษาคุณค่าของสังคมการตัดสินใจทางสังคมและการเมืองที่ไม่ยอมรับศักดิ์ศรีของพวกเขาจะถูกมองว่าบุคคลนั้นมุ่งต่อต้านสังคม “พระศาสนจักรไม่สามารถและไม่ต้องการที่จะปฏิบัติตามความคิดว่าความไม่อดทน และความเฉยเมยและการดูหมิ่นในวัยชราว่ามีน้อยลง” แต่พระศาสนจักรมองว่าผู้สูงอายุเป็นของขวัญจากพระเจ้า เป็นทรัพยากรสำหรับชุมชนและถือว่างานอภิบาลพวกเขาเป็นงานที่สำคัญ...
DC265  สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน
ในที่สุด สมาคมของพระศาสนจักรกระบวนการหรือกลุ่มต่าง ๆ ควรยอมรับเพื่อการมีส่วนแบ่งปันในการอบรมผู้ใหญ่ที่เป็นคริสตชน เพื่อให้แน่ใจว่ามีการร่วมกันก้าวเดินที่คงที่และหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญที่ความเป็นจริงเหล่านี้มักจะนำเสนอชีวิตคริสตชนที่เป็นการพบปะส่วนตัวและการดำรงอยู่กับพระบุคคลของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ทรงพระชนม์ในบริบทของประสบการณ์กลุ่มและความสัมพันธ์ฉันพี่น้อง...

เนื้อหาและบทเรียน

คำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก

หนังสือคำสอนพระศาสนจักรคาทอลิก(CCC)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

คู่มือแนะแนวการสอนคำสอน (ค.ศ. 2020)

บทเรียน CCP 20 บุคคลในพระคัมภีร์

สารคำสอน 183 (ปีการศึกษา2024)

เรียนคำสอนกับพ่อวัชศิลป์

พระคัมภีร์ กับ คุณพ่อกฤษฏา

Download พิธีศีลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเด็กและเยาวชน

Download พิธีโปรดศีลศักดิ์สิทธิ์

สถิติการเยี่ยมชม

1.png5.png8.png3.png6.png1.png7.png
วันนี้2996
เมื่อวานนี้4889
สัปดาห์นี้28491
เดือนนี้12378
ทั้งหมด1583617

ขณะนี้มีผู้เยี่ยมชม

18
Online

วันศุกร์, 03 เมษายน 2569 13:05